87
ขึ้
นอยู่
กั
บอาเภอท่
าหลวง) ของเมื
องจั
นทบุ
รี
ได้
รั
บการลดหย่
อน” แต่
จากการค้
นคว้
าเอกสารชิ้
นอื่
นๆ และ
การสั
มภาษณ์
ก็
ยั
งไม่
พบว่
ามี
ผู้
ใดต้
องจ่
ายเงิ
นค่
าราชการให้
แก่
รั
ฐ
สาหรั
บการผลิ
ตพื
ชไร่
ของชุ
มชนชองนั้
น พบว่
า ภายหลั
ง ปี
พ.ศ. 2500 พื้
นที่
ป่
าไม้
ที่
บ้
านคลอง
พลู
เริ่
มลดน้
อยลง เมื่
อรั
ฐมี
การเปิ
ดสั
มปทานป่
าไม้
ให้
บริ
ษั
ทเอกชนเข้
ามาตั
ดไม้
แบบตั
ดหมดทั้
งแปลงมี
ทั้
ง
ไม้
มะค่
า ไม้
แดง และไม้
ตะเคี
ยน ฯลฯ และการคมนาคมจากที่
เคยใช้
เส้
นทางเกวี
ยน พั
ฒนามาเป็
น
เส้
นทางรถซุ
งที่
ใช้
บรรทุ
กไม้
ออกจากป่
าเข้
าสู่
เมื
องจั
นทบุ
รี
และเป็
นเส้
นทางที่
นาคนภายนอกเข้
ามาสู่
ท้
องถิ่
นได้
อย่
างสะดวก มี
รถยนต์
สามารถเข้
าออกท้
องถิ่
นได้
พวกพ่
อค้
าที่
หลากหลายสามารถเข้
ามารั
บ
ซื
้
อของป่
าได้
ในปริ
มาณมาก ขณะเดี
ยวกั
นก็
เริ่
มมี
คนภายนอกทั้
งจากจั
นทบุ
รี
และคนในภู
มิ
ภาค
ตะวั
นออก เข้
ามาจั
บจองพื้
นที่
เตี
ยนโล่
งเพื่
อปลู
กพื
ชไร่
คื
อ “ข้
าวไร่
และมั
นสาปะหลั
ง” ซึ่
งการเข้
ามา
ของคนภายนอกก็
ทาให้
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างคนต่
างถิ่
นกั
บคนท้
องถิ่
นมี
เพิ่
มขึ้
น ทั้
งการสมรสระหว่
างกั
น
การเป็
นแรงงานรั
บจ้
าง แต่
สาหรั
บคนบ้
านคลองพลู
ก็
ยั
งดารงชี
วิ
ตด้
วยการปลู
กข้
าวนาลุ่
ม บางครอบครั
วก็
อาศั
ยพื้
นที่
โล่
งเตี
ยนจากการตั
ดไม้
เข้
าไปจั
บจองเพื่
อปลู
กข้
าวไร่
และยั
งคงหาของป่
า ขึ้
นเขาทาไร่
กระวาน
และเจาะหลุ
มน้
ามั
นยาง เนื่
องจากต้
นยางยั
งไม่
ได้
ถู
กตั
ดโค่
นลง แต่
ทรั
พยากรจากป่
าลดน้
อยลง ตรงกั
น
ข้
ามกั
บความต้
องการของพ่
อค้
าที่
มี
เพิ่
มมากขึ้
น ซึ่
งขณะนั้
นราคากระวานกิ
โลกรั
มละ 15 บาท ราคา
น้
ามั
นยางปี
บละ 25บาท (1ปี
บเท่
ากั
บ 15 กิ
โลกรั
ม) จึ
งทาให้
ทั้
งคนท้
องถิ่
นและคนภายนอกเข้
ามาแสวงหา
ทรั
พยากรจากป่
าเป็
นจานวนมาก
จนกระทั่
งในปี
พ.ศ.2508 รั
ฐประกาศพื้
นที่
หวงห้
าม โดยกาหนดให้
พื้
นที่
เขาสอยดาว เป็
นเขตป่
า
สงวนแห่
งชาติ
ตามความในพระราชบั
ญญั
ติ
ป่
าสงวนแห่
งชาติ
พ.ศ.2507 ซึ่
งการกาหนดพื้
นที่
ป่
าเป็
นเขต
หวงห้
ามในรู
ปแบบของป่
าสงวนแห่
งชาติ
ทาให้
การขึ้
นเขาปลู
กกระวาน และการเก็
บของป่
า เป็
นสิ่
งที่
ถู
ก
ควบคุ
ม จึ
งทาให้
การผลิ
ตของป่
า เพื่
อการค้
าตี
บตั
นลง ขณะเดี
ยวกั
น ช่
องทางการผลิ
ตที่
ถู
กนาเข้
าจาก
สั
งคมภายนอก คื
อ “มั
นสาปะหลั
ง” เป็
นพื
ชที่
เข้
ามาสนั
นสนุ
นให้
คนท้
องถิ่
นบุ
กเบิ
กพื้
นที่
ป่
าปลู
กพื
ชไร่
อย่
างต่
อเนื่
อง พบว่
าช่
วงเวลาดั
งกล่
าวมี
การขยายพื้
นที่
ปลู
กไร่
มั
นสาปะหลั
ง ตั้
งแต่
จั
งหวั
ดฉะเชิ
งเทรา
ชลบุ
รี
ระยอง และจั
นทบุ
รี
เข้
ามายั
งอาเภอแก่
งหางแมว และแถวเขาคิ
ชฌกู
ฏ เนื่
องจากราคาผลผลิ
ตสู
ง
และคนท้
องถิ่
นก็
เริ่
มทยอยกั
นทาไร่
มั
นสาหลั
งเพิ่
มมากขึ้
น ซึ่
งการบุ
กเบิ
กพื้
นที่
ป่
าปลู
กมั
นสาปะหลั
งนั้
น
มิ
ได้
เพราะเงื่
อนไขการสู
ญเสี
ยทรั
พยากรท้
องถิ่
นและกระแสปลู
กพื
ชไร่
เท่
านั้
น แต่
เงื่
อนไขอี
กประการหนึ่
ง
ในการเลื
อกตั
ดสิ
นใจทาไร่
มั
นสาปะหลั
ง เนื่
องจาก การผลิ
ตพื
ชไร่
เป็
นการปลู
กพื
ชบนที่
ดอน ไม่
แตกต่
าง
จากการทาไร่
กระวาน และข้
าวไร่
กล่
าวคื
อ หลั
งจากเตรี
ยมและปลู
กพื
ชก็
ไม่
ต้
องดู
แลรั
กษา หรื
อรดน้
า
เพี
ยงรอเก็
บเกี่
ยวผลผลิ
ตส่
งพ่
อค้
าที่
เข้
ามารั
บถึ
งไร่
ดั
งนั้
นคนท้
องถิ่
นจึ
งนาความรู้
จากการผลิ
ตไร่
กระวาน
และข้
าวไร่
มาใช้
ผลิ
ตไร่
มั
นสาปะหลั
ง ซึ่
งง่
ายกว่
าการเลื
อกผลิ
ตพื
ชชนิ
ดอื่
นเพื่
อการค้
า