116
ส่
วนสั
งคมภาครั
ฐและราชการในปั
จจุ
บั
น ยั
งคงให้
ความสํ
าคั
ญกั
บการแก้
ปั
ญหานี
้
ไม่
มากนั
ก
อาจเป็
นเรื่
องไม่
สํ
าคั
ญเร่
งด่
วนส่
วนมากจะหั
นไปใส่
ใจกั
บปั
ญหาทางด้
านวั
ตถุ
ตามแนวของยุ
ควั
ตถุ
นิ
ยมในปั
จจุ
บั
น ดู
เหมื
อนจะจั
ดสถานภาพแม่
ชี
ไว้
ในทํ
านองปั
ญหาของชนกลุ่
มน้
อยตามแนว
ชายแดนบางกรณี
ก็
คล้
ายชาวไทยไร้
บั
ตรประชาชนบนภู
เขาซํ
้
าร้
ายก็
คล้
ายลาวอพยพหรื
อหลบหนี
เข้
าเมื
องศั
กดิ
์
ศรี
แห่
งความเป็
นมนุ
ษย์
จึ
งไม่
อาจอธิ
บายได้
ในรั
ฐธรรมนู
ญที่
กล่
าวมานี
้
เป็
นเรื่
องปั
ญหา
สถานภาพของแม่
ชี
ไทยในปั
จจุ
บั
น
วิ
วั
ฒนาการสถาบั
นแม่
ชี
ไทย
การศึ
กษาวิ
วั
ฒนาการสถาบั
นแม่
ชี
ไทยในที่
นี
้
ผู
้
วิ
จั
ยมุ่
งจะกล่
าวถึ
ง สถาบั
นแม่
ชี
ไทย มี
วั
ตถุ
ประสงค์
ในการก่
อตั
้
งและสถาบั
นแม่
ชี
ไทยกั
บสาขาส่
วนภู
มิ
ภาคดั
งนี
้
สถาบั
นแม่
ชี
ไทย
หมายถึ
งคณะกรรมการ (องค์
กร) สถาบั
นแม่
ชี
ไทยที่
ทํ
าหน้
าที่
ปกครองแม่
ชี
ไทยและเสนอโครงการตามวั
ตถุ
ประสงค์
ของมู
ลนิ
ธิ
สถาบั
นแม่
ชี
ไทยในพระบรมราชิ
นู
ปถั
มภ์
(ระเบี
ยบปฏิ
บั
ติ
สถาบั
นแม่
ชี
ไทย ในพระบรมราชิ
นู
ปถั
มภ์
ฉบั
บปรั
บปรุ
งแก้
ไขพ.ศ2550, หน้
า 4.)
สถาบั
นแม่
ชี
ไทย
เมื่
อปี
พ.ศ. 2512 คณะแม่
ชี
ผู
้
ใหญ่
คณะนั
กเรี
ยนบาลี
รุ่
นแรกและพระสงฆ์
จํ
านวนหนึ
่
งมี
ความเห็
นสอดคล้
องกั
นได้
ร่
วมปรึ
กษาหารื
อในการที่
ได้
ยิ
นข้
อวั
ตรปฏิ
บั
ติ
ของแม่
ชี
ใน
ที่
ต่
างๆที่
ปฏิ
บั
ติ
เคร่
งครั
ดบ้
าง ย่
อหย่
อนบ้
างมาเป็
นประเด็
นคิ
ด
สถาบั
นแม่
ชี
ไทยได้
วิ
วั
ฒนาการมาตั
้
งแต่
สมั
ยจอมพลผิ
นชุ
ณหวั
นเป็
นนายกรั
ฐมนตรี
ได้
เคย
ดํ
าริ
จะช่
วยแม่
ชี
ในวั
นหนึ
่
งกรรมการอบรมข้
าราชการและประชาชน (ก.อ.ช.) ท่
านจอมพลผิ
นก็
เป็
น
ประธาน เคยประชุ
มในคณะกรรมหลายครั
้
งเรื่
องแม่
ชี
และแม่
ชี
ที่
ไม่
ดี
ไม่
มี
ระเบี
ยบวิ
นั
ยคื
อแม่
ชี
ขอทาน รั
ฐบาลก็
มี
มติ
อั
นหนึ
่
งเพื่
อแก้
ไขคื
อ วางโครงการใช้
ที่
วั
ดคุ
ณหญิ
งกนิ
ษฐา วิ
เชี
ยรเจริ
ญที่
รั
งสิ
ตเป็
นสํ
านั
กชี
ขึ
้
นให้
แม่
ชี
เหล่
านี
้
อยู
่
ในเรื
อนนุ่
งขาวห่
มขาวจะทํ
าตารางสอนเป็
นนั
กเรี
ยนกิ
นนอน
เช่
นตื่
นตี
ห้
า สวดมนต์
หุ
งหาอาหารเสร็
จก็
ทํ
าอุ
ตสาหกรรมง่
ายๆ เช่
นทํ
าธู
ป เที
ยน จั
ดดอกไม้
ทํ
า
ดอกไม้
เย็
บสบง (มู
ลนิ
ธิ
สถาบั
นแม่
ชี
ไทยในพระบรมราชิ
นู
ปถั
มภ์
, 2550) จนเมื่
อพ.ศ 2508คณะแม่
ชี
คณะหนึ
่
งมาเรี
ยนบาลี
และวิ
ชาการต่
างๆที่
มหามกุ
ฏราชวิ
ทยาลั
ย
ต่
อมาวั
นที่
28 สิ
งหาคมพ.ศ. 2512 ได้
จั
ดประชุ
มคณะแม่
ชี
ไทยทั่
วทุ
กภาค มี
แม่
ชี
มา
ประชุ
มกั
นประมาณ 1,000 รู
ปณตึ
กสภาการศึ
กษามหามกุ
ฏราชวิ
ทยาลั
ย วั
ดบวรนิ
เวศวิ
หาร ได้
มี
มติ
ร่
วมกั
นจั
ดตั
้
งสมาคมของแม่
ชี
ไทยขึ
้
นภายใต้
ชื่
อว่
า“สถาบั
นแม่
ชี
ไทย”ร่
างกฎระเบี
ยบขึ
้
นมี
คณะกรรมการ
25รู
ปตํ
าแหน่
งประธาน 1รู
ปรองประธาน 2รู
ปคณะกรรมการ22 ป4ปี
เลื
อกตั
้
งครั
้
งหนึ
่
งผู
้
มี
สิ
ทธิ
์
เลื
อกตั
้
ง ได้
แก่
ตั
วแทนของสํ
านั
กและผู
้
อาสาเข้
าทํ
างานตามความเห็
นชอบของคณะกรรมการผู
้
มี
สิ
ทธิ
์
ออกเสี
ยงเลื
อกตั
้
งคื
อตั
วแทนของสํ
านั
กที่
เข้
าประชุ
มในวั
นเลื
อกตั
้
งสํ
านั
กละ 2รู
ป
ปี
พ.ศ. 2515ได้
ก่
อตั
้
งทุ
นเพื่
อดํ
าเนิ
นการต่
างๆได้
จดทะเบี
ยนมู
ลนิ
ธิ
ชื่
อว่
า“มู
ลนิ
ธิ
สถาบั
นแม่
ชี
ไทย”