bk128 - page 20

10
(Speech Act Theory) โดยนํ
าเสนอมุ
มมองเกี่
ยวกั
บทั
กษะการสื่
อสารทางภาษาที่
มี
ความสํ
าคั
ญต
กระบวนการเกิ
ดสิ่
งเร
าเพื่
อกระตุ
นให
เกิ
ดพฤติ
กรรมตอบสนองต
าง ๆ ของคน ที่
เกี่
ยวข
องกั
ประสบการณ
การรั
บรู
และการตี
ความซึ่
งถื
อว
ามี
ความสํ
าคั
ญมากในการเรี
ยนรู
เพื่
อตอบสนองหรื
เพื่
อการพั
ฒนาของคนแต
ละคนโดยเฉพาะอย
างยิ่
งในภาวะวิ
กฤตประสบการณ
และการรั
บรู
ในอดี
เป
นสิ่
งที่
สํ
าคั
ญมากต
อการตั
ดสิ
นใจของคนแต
ละคน เพราะถ
ารั
บรู
ถึ
งกระบวนการตั
ดสิ
นใจบน
หลั
กการแห
งเหตุ
และผลที่
ถู
กต
องก็
จะทํ
าให
สามารถตอบสนองในป
ญหาต
าง ๆ ได
ถู
กต
อง ซึ่
สามารถแบ
งขั้
นตอนในกระบวนการเรี
ยนรู
ได
3 ขั้
นตอนดั
งนี้
1) Constatives เป
นการกระทํ
าเชิ
ภาษาที่
ออกแบบมาเพื่
อนํ
าเสนอข
อมู
ลข
อเท็
จจริ
งหรื
อยื
นยั
นความจริ
ง 2)Regulativeการกระทํ
าเชิ
ภาษาที่
คาดหวั
งการเกิ
ดปฏิ
กิ
ริ
ยาตอบรั
บจากผู
รั
บสารและ 3) Avowals เป
นการกระทํ
าเชิ
งภาษาที่
ต
องการตอกย้ํ
าข
อมู
ลบางสิ่
งบางอย
างหรื
อต
องการแสดงความรู
สึ
กภายในของผู
พู
ผู
วิ
จั
ยมี
ความเห็
นว
าสามารถนํ
ามาประยุ
กต
ใช
ในการเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม
สํ
าหรั
บประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนได
เนื่
องจากทฤษฎี
การกระทํ
าเชิ
งภาษา จะกล
าวถึ
งพื้
นที่
สาธารณะที่
แสดงออกมาในรู
ปของสื่
อมวลชน เพื่
อให
ประชาชนสามารถแสดงออกได
อย
างมี
อิ
สระ
และไม
ถู
กครอบงํ
าซึ่
งในที่
นี่
หมายถึ
งสถานี
วิ
ทยุ
ชุ
มชนซึ่
งเป
นพื้
นที่
สาธารณะรู
ปแบบหนึ่
งที
ให
คน
ในชุ
มชนร
วมกั
นมี
ส
วนร
วมในการจั
ดการสถานี
และแสดงออกถึ
งความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม เพื่
ตอบสนองความต
องการของคนในชุ
มชน ซึ่
งความสอดคล
องกรมประชาสั
มพั
นธ
(2540) ที่
ว
สภาพป
ญหาของสถานี
วิ
ทยุ
ชุ
มชนคื
อสื่
อวิ
ทยุ
กระจายเสี
ยงและวิ
ทยุ
โทรทั
ศน
ถู
กป
ดกั้
นการรายงาน
ข
าวหรื
อความรู
ข
อมู
ลต
างๆส
วนใหญ
มาจากรั
ฐบาล สื่
อวิ
ทยุ
กระจายเสี
ยงและวิ
ทยุ
โทรทั
ศน
ไม
ได
ทํ
าหน
าที่
เป
นสื่
อมวลชนอย
างแท
จริ
ง และสอดคล
องกั
บกาญจนา แก
วเทพ (2543) กล
าวว
าทฤษฎี
การกระทํ
าเชิ
งภาษา (SpeechAct Theory) เป
นทฤษฎี
ที่
ไม
ได
ศึ
กษาภาษาในฐานะที่
เป
นวั
ตถุ
หยุ
ดนิ่
(เช
นหนั
งสื
อตั
วอั
กษร) หากแต
สนใจการใช
ภาษาที่
แสดงออกในรู
ปแบบของการกระทํ
า หรื
ออาจ
กล
าวได
ว
า การสื่
อสารเป
นเงื่
อนไขสํ
าคั
ญสํ
าหรั
บการปลดปล
อยสั
งคมให
มี
เสรี
ภาพ เพราะภาษาจะ
เป
นวิ
ถี
ทางที่
ทํ
าให
ความสนใจของผู
ปลดปล
อย (Emancipator Interest)บรรลุ
ผล
จากแนวคิ
ดดั
งกล
าว เป
นพื้
นฐานสํ
าคั
ญที่
ทํ
าให
เกิ
ดทฤษฎี
Transformative Learning โดย
มองว
าการให
คนสื่
อสารคุ
ยกั
นและแสดงพฤติ
กรรมการสื่
อสารแบบ 2ทาง จะทํ
าให
เกิ
ดความเข
าใจ
ป
ญหาและการตอบสนองตามสิ่
งเร
าต
าง ๆ ในแต
ละสถานการณ
ร
วมกั
นระหว
างผู
พู
ดและผู
ฟ
ง จน
สามารถนํ
ามาสร
างองค
ความรู
ใหม
ๆ ได
จากการร
วมกั
นคิ
ดวิ
เคราะห
ป
ญหาต
าง ๆ ร
วมกั
น จนเกิ
เป
นNew Interpretation ในความคิ
ดของคนแต
ละคนท
ายที่
สุ
ดพั
ฒนาจนเกิ
ดเป
นองค
ความรู
แบบ
TransformativeTheory (Mezirow , 1991)
1...,10,11,12,13,14,15,16,17,18,19 21,22,23,24,25,26,27,28,29,30,...374
Powered by FlippingBook