8
ของการสํ
าเร็
จการศึ
กษา โดยเนื้
อหาและหลั
กสู
ตรจะต
องมี
ความเหมาะสมสอดคล
องกั
บสภาพ
ป
ญหาและความต
องการของบุ
คคลแต
ละกลุ
ม โดยมี
วั
ตถุ
ประสงค
ดั
งนี้
1) เพื่
อความเจริ
ญงอกงาม
และพั
ฒนาการส
วนบุ
คคลให
มี
ศั
กยภาพในตนเอง 2) เพื่
อพั
ฒนาส
วนบุ
คคลและความก
าวหน
าของ
สั
งคม 3) เพื่
อประสิ
ทธิ
ภาพขององค
กรมี
การออกแบบสร
างโครงการเพื่
อสนั
บสนุ
นให
องค
การ
บรรลุ
ความสํ
าเร็
จผ
านกิ
จกรรมการพั
ฒนาบุ
คลากร 4) เพื่
อการปลู
กสร
างสติ
ป
ญญามี
วั
ตถุ
ประสงค
ว
า
การเรี
ยนรู
มี
คุ
ณค
าในตั
วของตั
วเอง เมื่
อมี
การถ
ายทอดความรู
ก็
ยิ่
งมี
คุ
ณค
า และ 5)
เพื่
อการ
เปลี่
ยนแปลงสั
งคม เพื่
อนํ
าไปสู
การปลดปล
อยจากการถู
กกดขี่
(อาชั
ญญา รั
ตนอุ
บล, 2542)
จากการที่
ผู
วิ
จั
ยได
ศึ
กษาและวิ
เคราะห
เอกสาร พบว
า การพั
ฒนาโปรแกรมเชิ
งพั
ฒนา
(Development Program) (Boyle, 1981) มี
ความเหมาะสมสํ
าหรั
บการพั
ฒนาโปรแกรมการศึ
กษา
นอกระบบโรงเรี
ยนตามแนวคิ
ดของบอยล
เพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมสํ
าหรั
บ
ประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนกล
าวคื
อสามารถตอบสนองความต
องการของผู
เรี
ยนและสามารถ
แก
ป
ญหาในชุ
มชนซึ่
งมี
ความสํ
าคั
ญมากกั
บสั
งคมที่
มี
การเปลี่
ยนแปลงอย
างรวดเร็
วและบุ
คคลใน
กลุ
มในทุ
กชุ
มชนจํ
าเป
นที่
จะต
องได
รั
บความรู
ทั
กษะค
านิ
ยมและเจตคติ
ใหม
เพื่
อปรั
บตั
วให
เข
ากั
บ
การเปลี่
ยนแปลงต
างๆ โดยมี
ขั้
นตอนในการพั
ฒนาโปรแกรมดั
งนี้
1) การกํ
าหนดพื้
นฐานสํ
าหรั
บ
พั
ฒนาโปรแกรม 2) การวิ
เคราะห
สถานการณ
ของชุ
มชนและกลุ
มผู
รั
บบริ
การ 3) การพิ
จารณาผลที่
พึ
งประสงค
4) การกํ
าหนดแหล
งทรั
พยากร และการสนั
บสนุ
น 5) การสร
างแผนกิ
จกรรม 6)
โปรแกรมการปฏิ
บั
ติ
งาน 7) ความน
าเชื่
อถื
อของการใช
ทรั
พยากร และ 8) การรายงานค
าของ
โปรแกรม
การจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนมี
ความเกี่
ยวข
องกั
บการใช
ภาษา เนื่
องจากวิ
ทยุ
ชุ
มชนถื
อว
าเป
น
สื่
อมวลชนแขนงหนึ่
งที่
ใช
การสื่
อสารด
วยภาษาพู
ดผ
านวิ
ทยุ
กระจายเสี
ยง ให
ประชาชนทั่
วไปได
รั
บ
ฟ
ง และทราบถึ
งข
อมู
ลข
าวสารต
าง ๆ จากการศึ
กษาเอกสารที่
เกี่
ยวกั
บการสอนภาษาพบว
าวิ
ธี
การ
จั
ดการเรี
ยนการสอนที่
เน
นให
ผุ
เรี
ยนใช
ภาษาในรู
ปแบบของการสื่
อสารและส
งเสริ
มให
ผู
เรี
ยนได
มี
โอกาสฝ
กทั
กษะในสถานการณ
จริ
งวิ
ธี
หนึ่
ง คื
อการจั
ดการเรี
ยนรู
แบบเน
นงานปฏิ
บั
ติ
(Task-based
learning) ซึ่
งเป
นการจั
ดการเรี
ยนรู
ที่
ส
งเสริ
มให
ผู
เรี
ยนได
ใช
และเรี
ยนรู
ภาษาในสถานการณ
จริ
งจาก
การปฏิ
บั
ติ
งาน โดยใช
ภาษาเป
นเครื่
องมื
อในการปฏิ
บั
ติ
เน
นความหมายในการสื่
อสาร (Meaning)
มากกว
ารู
ปแบบทางภาษา (Form) จนบรรลุ
ผลสํ
าเร็
จตามจุ
ดหมายที่
ตั้
งไว
และปรากฏเป
นชิ้
นงาน
หรื
อผลงานให
เห็
น โดยมี
ขั้
นตอนในการปฏิ
บั
ติ
อย
างชั
ดเจน (Willis, 1996 Ellis, 2003) คื
อ 1) ขั้
น
เตรี
ยมปฏิ
บั
ติ
งาน (Pre-task) เป
นขั้
นตอนการเตรี
ยมผู
เรี
ยนก
อนการปฏิ
บั
ติ
ซึ่
งกิ
จกรรมในขั้
นใน
ได
แก
การกํ
าหนดหั
วข
อของงานปฏิ
บั
ติ
การทํ
าความเข
าใจ 2) ขั้
นระหว
างปฏิ
บั
ติ
งาน (During-task)
และ 3) ขั้
นหลั
งปฎิ
บั
ติ
งาน (Post-task)