bk128 - page 18

8
ของการสํ
าเร็
จการศึ
กษา โดยเนื้
อหาและหลั
กสู
ตรจะต
องมี
ความเหมาะสมสอดคล
องกั
บสภาพ
ป
ญหาและความต
องการของบุ
คคลแต
ละกลุ
ม โดยมี
วั
ตถุ
ประสงค
ดั
งนี้
1) เพื่
อความเจริ
ญงอกงาม
และพั
ฒนาการส
วนบุ
คคลให
มี
ศั
กยภาพในตนเอง 2) เพื่
อพั
ฒนาส
วนบุ
คคลและความก
าวหน
าของ
สั
งคม 3) เพื่
อประสิ
ทธิ
ภาพขององค
กรมี
การออกแบบสร
างโครงการเพื่
อสนั
บสนุ
นให
องค
การ
บรรลุ
ความสํ
าเร็
จผ
านกิ
จกรรมการพั
ฒนาบุ
คลากร 4) เพื่
อการปลู
กสร
างสติ
ป
ญญามี
วั
ตถุ
ประสงค
ว
การเรี
ยนรู
มี
คุ
ณค
าในตั
วของตั
วเอง เมื่
อมี
การถ
ายทอดความรู
ก็
ยิ่
งมี
คุ
ณค
า และ 5)
เพื่
อการ
เปลี่
ยนแปลงสั
งคม เพื่
อนํ
าไปสู
การปลดปล
อยจากการถู
กกดขี่
(อาชั
ญญา รั
ตนอุ
บล, 2542)
จากการที่
ผู
วิ
จั
ยได
ศึ
กษาและวิ
เคราะห
เอกสาร พบว
า การพั
ฒนาโปรแกรมเชิ
งพั
ฒนา
(Development Program) (Boyle, 1981) มี
ความเหมาะสมสํ
าหรั
บการพั
ฒนาโปรแกรมการศึ
กษา
นอกระบบโรงเรี
ยนตามแนวคิ
ดของบอยล
เพื่
อเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมสํ
าหรั
ประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนกล
าวคื
อสามารถตอบสนองความต
องการของผู
เรี
ยนและสามารถ
แก
ป
ญหาในชุ
มชนซึ่
งมี
ความสํ
าคั
ญมากกั
บสั
งคมที่
มี
การเปลี่
ยนแปลงอย
างรวดเร็
วและบุ
คคลใน
กลุ
มในทุ
กชุ
มชนจํ
าเป
นที่
จะต
องได
รั
บความรู
ทั
กษะค
านิ
ยมและเจตคติ
ใหม
เพื่
อปรั
บตั
วให
เข
ากั
การเปลี่
ยนแปลงต
างๆ โดยมี
ขั้
นตอนในการพั
ฒนาโปรแกรมดั
งนี้
1) การกํ
าหนดพื้
นฐานสํ
าหรั
พั
ฒนาโปรแกรม 2) การวิ
เคราะห
สถานการณ
ของชุ
มชนและกลุ
มผู
รั
บบริ
การ 3) การพิ
จารณาผลที่
พึ
งประสงค
4) การกํ
าหนดแหล
งทรั
พยากร และการสนั
บสนุ
น 5) การสร
างแผนกิ
จกรรม 6)
โปรแกรมการปฏิ
บั
ติ
งาน 7) ความน
าเชื่
อถื
อของการใช
ทรั
พยากร และ 8) การรายงานค
าของ
โปรแกรม
การจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนมี
ความเกี่
ยวข
องกั
บการใช
ภาษา เนื่
องจากวิ
ทยุ
ชุ
มชนถื
อว
าเป
สื่
อมวลชนแขนงหนึ่
งที่
ใช
การสื่
อสารด
วยภาษาพู
ดผ
านวิ
ทยุ
กระจายเสี
ยง ให
ประชาชนทั่
วไปได
รั
ฟ
ง และทราบถึ
งข
อมู
ลข
าวสารต
าง ๆ จากการศึ
กษาเอกสารที่
เกี่
ยวกั
บการสอนภาษาพบว
าวิ
ธี
การ
จั
ดการเรี
ยนการสอนที่
เน
นให
ผุ
เรี
ยนใช
ภาษาในรู
ปแบบของการสื่
อสารและส
งเสริ
มให
ผู
เรี
ยนได
มี
โอกาสฝ
กทั
กษะในสถานการณ
จริ
งวิ
ธี
หนึ่
ง คื
อการจั
ดการเรี
ยนรู
แบบเน
นงานปฏิ
บั
ติ
(Task-based
learning) ซึ่
งเป
นการจั
ดการเรี
ยนรู
ที่
ส
งเสริ
มให
ผู
เรี
ยนได
ใช
และเรี
ยนรู
ภาษาในสถานการณ
จริ
งจาก
การปฏิ
บั
ติ
งาน โดยใช
ภาษาเป
นเครื่
องมื
อในการปฏิ
บั
ติ
เน
นความหมายในการสื่
อสาร (Meaning)
มากกว
ารู
ปแบบทางภาษา (Form) จนบรรลุ
ผลสํ
าเร็
จตามจุ
ดหมายที่
ตั้
งไว
และปรากฏเป
นชิ้
นงาน
หรื
อผลงานให
เห็
น โดยมี
ขั้
นตอนในการปฏิ
บั
ติ
อย
างชั
ดเจน (Willis, 1996 Ellis, 2003) คื
อ 1) ขั้
เตรี
ยมปฏิ
บั
ติ
งาน (Pre-task) เป
นขั้
นตอนการเตรี
ยมผู
เรี
ยนก
อนการปฏิ
บั
ติ
ซึ่
งกิ
จกรรมในขั้
นใน
ได
แก
การกํ
าหนดหั
วข
อของงานปฏิ
บั
ติ
การทํ
าความเข
าใจ 2) ขั้
นระหว
างปฏิ
บั
ติ
งาน (During-task)
และ 3) ขั้
นหลั
งปฎิ
บั
ติ
งาน (Post-task)
1...,8,9,10,11,12,13,14,15,16,17 19,20,21,22,23,24,25,26,27,28,...374
Powered by FlippingBook