bk128 - page 19

9
ผู
วิ
จั
ยมี
ความเห็
นว
าการเรี
ยนรู
แบบเน
นงานปฏิ
บั
ติ
เป
นการเป
ดโอกาสให
ผู
เรี
ยนได
ใช
ภาษา
ที่
สอดคล
องกั
บสถานการณ
จริ
ง ได
ฝ
กใช
ภาษาธรรมชาติ
ฝ
กคิ
ดแก
ไขป
ญหา เกิ
ดความสนุ
กสนาน
และเกิ
ดแรงจู
งใจในการปฏิ
บั
ติ
งานหรื
อในการจั
ดการสถานี
วิ
ทยุ
ชุ
มชนสร
างความมั่
นใจในการพู
และยั
งสร
างความสั
มพั
นธ
ที่
ดี
กั
นระหว
างตั
วครู
ผู
สอนกั
บผู
เรี
ยน และระหว
างผู
เรี
ยนด
วยกั
นเอง
(Little, 1981 : Brunfit, 1984) การจั
ดการเรี
ยนรู
แบบเน
นงานปฏิ
บั
ติ
ส
งผลต
อประสิ
ทธิ
ภาพในการ
เรี
ยนรู
ภาษาของผู
เรี
ยนส
งเสริ
มให
ผู
เรี
ยนได
มี
โอกาสฝ
กทั
กษะการใช
ภาษาในการสื่
อความหมาย
และการสื่
อสารในการทํ
างานให
มี
ประสิ
ทธิ
ภาพมากยิ่
งขึ้
นส
งผลทํ
าให
ความสามารถทางภาษาของ
ผู
เรี
ยนเพิ่
มมากขึ้
น (Dought&Pica , 1986)
ดั
งนั้
นผู
วิ
จั
ยจึ
งสนใจนํ
าการเรี
ยนรู
แบบเน
นงานปฏิ
บั
ติ
มาจั
ดการเรี
ยนรู
ให
ประชาชนผู
จั
รายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน เพื่
อเสริ
มสร
างความสามารถในการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนและความรั
บผิ
ดชอบ
ต
อสั
งคม เพราะเป
นรู
ปแบบการเรี
ยนรู
ที่
เน
นการใช
ภาษาในการสื่
อสารซึ่
งสอดคล
องกั
บงานด
าน
วิ
ทยุ
ชุ
มชนกล
าวคื
อบุ
คคลที่
มี
ส
วนเกี่
ยวข
องกั
บสถานี
วิ
ทยุ
ชุ
มชนต
องอาศั
ยภาษาเป
นเครื่
องมื
อในการ
สื่
อสารกั
บคนในชุ
มชน โดยใช
วิ
ทยุ
ชุ
มชนเป
นสื่
อกลางดั
งนั้
นถ
าผู
เรี
ยนได
รั
บการเรี
ยนรู
ในเรื่
องการ
ใช
ภาษาที่
ถู
กต
องและเหมาะสมถื
อว
าเป
นการเสริ
มสร
างทั
กษะความสามารถในการใช
ภาษาเพื่
อจั
รายการวิ
ทยุ
และจะทํ
าให
เกิ
ดการสื่
อสารอย
างมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ ระหว
างผู
ฟ
ง และผู
จั
ดรายการ
นอกจากนั้
นการจั
ดการเรี
ยนรู
แบบเน
นงานปฎิ
บั
ติ
ยั
งสามารถเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมได
ซึ่
งสอดคล
องกั
บLong (1992) กล
าวว
า งานปฏิ
บั
ติ
โดยทั่
วไปแล
วคื
องานที่
ได
รั
บมอบหมายให
ทํ
ขึ้
นเพื่
อตนเองหรื
อผู
อื่
น โดยอาจได
รั
บหรื
อไม
ได
รั
บสิ่
งตอบแทนก็
ได
เป
นการแสดงถึ
งความ
รั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมและกรมวิ
ชาการ (2546) กล
าวว
า การจั
ดการเรี
ยนรู
ตามสภาพจริ
ง และได
ฝ
ปฏิ
บั
ติ
จริ
ง ตลอดจนสามารถทํ
างานร
วมกั
บผู
อื่
นได
อย
างมี
ความสุ
ข เป
นการตอบสนองหลั
กสู
ตร
การศึ
กษาขั้
นพื้
นฐาน พุ
ทธศั
กราช 2544
ที่
มี
จุ
ดมุ
งหมายในการพั
ฒนาผู
เรี
ยนให
มี
ความรู
(Knowledge) ทั
กษะกระบวนการ (Process) และคุ
ณธรรม จริ
ยธรรมความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม
(Ethic)
Habermas (1981) กล
าวถึ
งสั
งคมที่
เป
นเสรี
(Emancipator Society) จะเป
นสั
งคมที่
ไม
ถู
ครอบงํ
าทุ
กคนสามารถเข
ามี
ส
วนร
วมในการตั
ดสิ
นใจเรื่
องผลประโยชน
อย
างเท
าเที
ยมกั
นกลไกทาง
สั
งคมที่
จะสร
างสมดุ
ล นั่
นก็
คื
อ พื้
นที่
สาธารณะ เนื่
องจากในพื้
นที่
สาธารณะนั้
นคนทุ
กกลุ
มจะ
สามารถสื่
อสารได
อย
างเต็
มที่
ช
องทางที่
จะใช
เป
นวิ
ถี
ทางเข
าสู
พื้
นที่
สาธารณะ คื
อ สื่
อมวลชน
เนื่
องจากศั
กยภาพของสื่
อมวลชน สามารถแปรเรื่
องที่
เป
นส
วนตั
ว ให
กลายเป
นส
วนรวม และ
สื่
อมวลชนเป
นพื้
นที่
ของบุ
คคลสาธารณะ เรื่
องราวก็
เป
นสาธารณะสื่
อมวลชนจึ
งเป
นพื้
นที่
สาธารณะ
ที่
สํ
าคั
ญในสั
งคมด
วยเหตุ
นี้
Habermas (1981) จึ
งให
ความสนใจกั
บทฤษฎี
การกระทํ
าเชิ
งภาษา
1...,9,10,11,12,13,14,15,16,17,18 20,21,22,23,24,25,26,27,28,29,...374
Powered by FlippingBook