9
ผู
วิ
จั
ยมี
ความเห็
นว
าการเรี
ยนรู
แบบเน
นงานปฏิ
บั
ติ
เป
นการเป
ดโอกาสให
ผู
เรี
ยนได
ใช
ภาษา
ที่
สอดคล
องกั
บสถานการณ
จริ
ง ได
ฝ
กใช
ภาษาธรรมชาติ
ฝ
กคิ
ดแก
ไขป
ญหา เกิ
ดความสนุ
กสนาน
และเกิ
ดแรงจู
งใจในการปฏิ
บั
ติ
งานหรื
อในการจั
ดการสถานี
วิ
ทยุ
ชุ
มชนสร
างความมั่
นใจในการพู
ด
และยั
งสร
างความสั
มพั
นธ
ที่
ดี
กั
นระหว
างตั
วครู
ผู
สอนกั
บผู
เรี
ยน และระหว
างผู
เรี
ยนด
วยกั
นเอง
(Little, 1981 : Brunfit, 1984) การจั
ดการเรี
ยนรู
แบบเน
นงานปฏิ
บั
ติ
ส
งผลต
อประสิ
ทธิ
ภาพในการ
เรี
ยนรู
ภาษาของผู
เรี
ยนส
งเสริ
มให
ผู
เรี
ยนได
มี
โอกาสฝ
กทั
กษะการใช
ภาษาในการสื่
อความหมาย
และการสื่
อสารในการทํ
างานให
มี
ประสิ
ทธิ
ภาพมากยิ่
งขึ้
นส
งผลทํ
าให
ความสามารถทางภาษาของ
ผู
เรี
ยนเพิ่
มมากขึ้
น (Dought&Pica , 1986)
ดั
งนั้
นผู
วิ
จั
ยจึ
งสนใจนํ
าการเรี
ยนรู
แบบเน
นงานปฏิ
บั
ติ
มาจั
ดการเรี
ยนรู
ให
ประชาชนผู
จั
ด
รายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน เพื่
อเสริ
มสร
างความสามารถในการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนและความรั
บผิ
ดชอบ
ต
อสั
งคม เพราะเป
นรู
ปแบบการเรี
ยนรู
ที่
เน
นการใช
ภาษาในการสื่
อสารซึ่
งสอดคล
องกั
บงานด
าน
วิ
ทยุ
ชุ
มชนกล
าวคื
อบุ
คคลที่
มี
ส
วนเกี่
ยวข
องกั
บสถานี
วิ
ทยุ
ชุ
มชนต
องอาศั
ยภาษาเป
นเครื่
องมื
อในการ
สื่
อสารกั
บคนในชุ
มชน โดยใช
วิ
ทยุ
ชุ
มชนเป
นสื่
อกลางดั
งนั้
นถ
าผู
เรี
ยนได
รั
บการเรี
ยนรู
ในเรื่
องการ
ใช
ภาษาที่
ถู
กต
องและเหมาะสมถื
อว
าเป
นการเสริ
มสร
างทั
กษะความสามารถในการใช
ภาษาเพื่
อจั
ด
รายการวิ
ทยุ
และจะทํ
าให
เกิ
ดการสื่
อสารอย
างมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ ระหว
างผู
ฟ
ง และผู
จั
ดรายการ
นอกจากนั้
นการจั
ดการเรี
ยนรู
แบบเน
นงานปฎิ
บั
ติ
ยั
งสามารถเสริ
มสร
างความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมได
ซึ่
งสอดคล
องกั
บLong (1992) กล
าวว
า งานปฏิ
บั
ติ
โดยทั่
วไปแล
วคื
องานที่
ได
รั
บมอบหมายให
ทํ
า
ขึ้
นเพื่
อตนเองหรื
อผู
อื่
น โดยอาจได
รั
บหรื
อไม
ได
รั
บสิ่
งตอบแทนก็
ได
เป
นการแสดงถึ
งความ
รั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมและกรมวิ
ชาการ (2546) กล
าวว
า การจั
ดการเรี
ยนรู
ตามสภาพจริ
ง และได
ฝ
ก
ปฏิ
บั
ติ
จริ
ง ตลอดจนสามารถทํ
างานร
วมกั
บผู
อื่
นได
อย
างมี
ความสุ
ข เป
นการตอบสนองหลั
กสู
ตร
การศึ
กษาขั้
นพื้
นฐาน พุ
ทธศั
กราช 2544
ที่
มี
จุ
ดมุ
งหมายในการพั
ฒนาผู
เรี
ยนให
มี
ความรู
(Knowledge) ทั
กษะกระบวนการ (Process) และคุ
ณธรรม จริ
ยธรรมความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม
(Ethic)
Habermas (1981) กล
าวถึ
งสั
งคมที่
เป
นเสรี
(Emancipator Society) จะเป
นสั
งคมที่
ไม
ถู
ก
ครอบงํ
าทุ
กคนสามารถเข
ามี
ส
วนร
วมในการตั
ดสิ
นใจเรื่
องผลประโยชน
อย
างเท
าเที
ยมกั
นกลไกทาง
สั
งคมที่
จะสร
างสมดุ
ล นั่
นก็
คื
อ พื้
นที่
สาธารณะ เนื่
องจากในพื้
นที่
สาธารณะนั้
นคนทุ
กกลุ
มจะ
สามารถสื่
อสารได
อย
างเต็
มที่
ช
องทางที่
จะใช
เป
นวิ
ถี
ทางเข
าสู
พื้
นที่
สาธารณะ คื
อ สื่
อมวลชน
เนื่
องจากศั
กยภาพของสื่
อมวลชน สามารถแปรเรื่
องที่
เป
นส
วนตั
ว ให
กลายเป
นส
วนรวม และ
สื่
อมวลชนเป
นพื้
นที่
ของบุ
คคลสาธารณะ เรื่
องราวก็
เป
นสาธารณะสื่
อมวลชนจึ
งเป
นพื้
นที่
สาธารณะ
ที่
สํ
าคั
ญในสั
งคมด
วยเหตุ
นี้
Habermas (1981) จึ
งให
ความสนใจกั
บทฤษฎี
การกระทํ
าเชิ
งภาษา