st124 - page 248
233
อั
ตลั
กษณ์
ด้
านอาหาร
ชาวจี
นจะนิ
ยมรั
บประทานอาหารประเภทหมู
เห็
ด เป็
ดไก่
เป็
นหลั
ก
ในอดี
ตจึ
งเลี
้
ยงหมู
ไว้
ประกอบอาหารในพิ
ธี
กรรมหรื
องานฉลอง เช่
นงานแต่
งงานหรื
อใช้
ในงานศพ
บ้
านริ
มนํ
้
าจะเลี
้
ยงไว้
ใต้
ถุ
นบ้
านในระดั
บที่
นํ
้
าทะเลขึ
้
นสู
งสุ
ดจะชะล้
างคอกหมู
ได้
ส่
วนบ้
านตรงกั
น
ข้
ามที่
หั
นหน้
าออกทะเลมี
พื
้
นที่
หลั
งบ้
านจะทํ
าคอกไว้
หลั
งบ้
านอาหารของชาวจี
นบนเกาะลั
นตา
ที่
เป็
นที่
รู
้
จั
กได้
แก่
หมู
พะโล้
ขาหมู
ต้
มยาจี
นหมู
ค้
อง ต้
มจั
บฉ่
าย ต้
มผั
กกาดดอง บะหมี่
ผั
ดฯลฯ
นอกจากนั
้
นก็
เป็
นอาหารทะเล เช่
นปลาเค็
มปลาย่
างปลาเต้
าเจี
้
ยวปลาราดนํ
้
าส้
ม (ลํ
่
าซุ
้
ย) ปลาทอด
ปลาหรื
อกุ
้
งต้
มส้
มกุ
้
งทอดหอยแครงลวกแกงจื
ดหอยเป๋
าฮื
้
อบะช่
อ (หมู
สั
บ) ฯลฯอาหารสํ
าหรั
บ
แม่
ที
่
เพิ่
งคลอดเป็
นประเภทที่
ปรุ
งด้
วยพริ
กไทยและขิ
งมากๆ เพื่
อให้
ร่
างกายอบอุ่
นและนํ
้
านมแม่
ออกมาก เช่
นแกงเลี
ยงแกงจื
ดไก่
ผั
ดขิ
งหมู
ผั
ดขิ
งฯลฯ อาหารในงานศพหรื
องานเลี
้
ยงของชาวจี
น
บนเกาะลั
นตาที่
เชิ
ญเพื่
อนบ้
านชาวมุ
สลิ
ม ชาวเล และชาวไทยพุ
ทธมาร่
วมด้
วยจะไม่
มี
อาหาร
ประเภทหมู
หรื
อมี
การตั
้
งครั
วมุ
สลิ
มแยกไว้
อี
กที่
หนึ
่
งปั
จจุ
บั
นรั
บอาหารไทยเข้
าไปปะปนบ้
าง เช่
น
แกงส้
มแกงไตปลาต้
มยํ
าทะเลผั
ดสะตอนํ
้
าพริ
กแต่
ส่
วนใหญ่
ยั
งคงเป็
นอาหารจี
น
อั
ตลั
กษณ์
ด้
านยานพาหนะและที่
พั
กอาศั
ย
สมั
ยก่
อน เรื
อจากปี
นั
งสิ
งคโปร์
เข้
าออกเมื
องไทย
ไม่
ต้
องใช้
พาสปอร์
ตชาวประมงจี
นรุ่
นแรกๆ เดิ
นทางจากเกาะปี
นั
งเข้
ามายั
งเกาะลั
นตาด้
วยเรื
อ“กอจาน”
หรื
อเรื
อเป็
ด โดยแล่
นใบข้
ามมาที
ละเกาะ เพื่
อตกเบ็
ดราวหรื
อทํ
าอวนลอยหาปลาทํ
าปลาเค็
มตาก
บนหลั
งคาเรื
ออาศั
ยหลั
บนอนในเรื
อ เมื่
อได้
ปลาเพี
ยงพอแล้
วจะนํ
ากลั
บไปขายที่
ปี
นั
งเรื
อ“กอจาน”
หรื
อเรื
อเป็
ด เป็
นเรื
อท้
องป่
องขนาด3x4 เมตรหลั
งคาเป็
นประทุ
นโค้
งสํ
าหรั
บป้
องกั
นแดดลมและฝน
ใช้
ใบหรื
อแจวก็
ได้
หากนํ
้
าตื
้
นจะใช้
ไม้
คํ
้
าถ่
อ เรื
อเป็
ดนี
้
จะต้
องหาซื
้
อจากปี
นั
งต่
อมาประมาณปี
พ.ศ.2496
มาเลเซี
ยบั
งคั
บให้
ใช้
พาสปอร์
ต ชาวจี
นที่
นํ
าเรื
อเป็
ดเข้
ามาค้
าขาย กลั
บออกไปแล้
วส่
วนใหญ่
ไม่
กลั
บเข้
ามาอี
กมี
อยู
่
ไม่
กี่
ลํ
าที่
เจ้
าของเข้
ามาตั
้
งถิ่
นฐานบนเกาะลั
นตาบางคนใช้
ชี
วิ
ตในเรื
อจนแก่
ตาย เมื่
อเกาะลั
นตาพั
ฒนาเป็
นท่
าเรื
อใหญ่
มี
ด่
านศุ
ลกากร เรื
อสิ
นค้
า เรื
อสํ
าเภา เรื
อเป็
ดจากปี
นั
ง
สิ
งคโปร์
เข้
ามาติ
ดต่
อค้
าขายชาวจี
นคนหนึ
่
งเล่
าว่
า “มี
เรื
อเป็
ดแล่
นใบของชาวจี
นชื่
อ “แป๊
ะเต่
งอิ
้
ว”
ลํ
าหนึ
่
งเป็
นเรื
อโดยสารประจํ
าทางวิ่
งรั
บส่
งสิ
นค้
าและผู
้
โดยสารระหว่
างลั
นตา-กั
นตั
ง ได้
เที่
ยวละ
ไม่
เกิ
น10คนออกจากลั
นตาตอนเช้
า แวะเกาะกลางหาหอยเสี
ยบหอยชั
กตี
น เป็
นกั
บข้
าวในเรื
อ
ท้
ายเรื
อมี
เตาอั
้
งโล่
สํ
าหรั
บทํ
าอาหารมี
ข้
าวสารนํ
้
าตาลนํ
้
าปลา เต้
าเจี
้
ยว เต้
าหู
้
ยี
้
ในเรื
อพร้
อมเรื
อจะ
เข้
าถึ
งกั
นตั
งตอนเย็
น” (บุ
ญช่
วย ไหวพริ
บ. สั
มภาษณ์
: 8ตุ
ลาคม2550)
ยุ
คที่
ชาวจี
นทํ
าธุ
รกิ
จค้
าถ่
านไม้
โกงกางเปลี่
ยนไปใช้
เรื
อใบ 3 เสา แล่
นด้
วยใบไม่
สามารถ
กํ
าหนดเวลาแน่
นอนได้
ขึ
้
นอยู
่
กั
บทิ
ศทางลมและสภาพแวดล้
อมธรรมชาติ
ต่
อมาเปลี่
ยนไปใช้
เครื่
องยนต์
หลั
งจากนั
้
นเป็
นยุ
คของเรื
อเมล์
และธุ
รกิ
จประมงชาวจี
นนํ
าเรื
อฉลอมซึ
่
งใช้
เครื่
องยนต์
1...,238,239,240,241,242,243,244,245,246,247
249,250,251,252,253,254,255,256,257,258,...308