169
ลั
กษณะความสั
มพั
นธ์
ดั
งกล่
าว ยั
งสอดคล้
องกั
บทฤษฎี
นิ
เวศวั
ฒนธรรมของสจ๊
วต(Steward.
1977:21-25)ที่
ให้
ความสํ
าคั
ญกั
บวั
ฒนธรรมมากกว่
าสิ่
งแวดล้
อมโดยเน้
นการปรั
บตั
วของสั
งคมมนุ
ษย์
ที่
ต้
องการให้
เข้
ากั
บธรรมชาติ
แวดล้
อมใกล้
ตั
วหั
วใจหลั
กของทฤษฎี
นิ
เวศวั
ฒนธรรมของสจ๊
วตให้
ความสํ
าคั
ญกั
บกระบวนการทํ
างานที่
มี
ประสิ
ทธิ
์
ภาพซึ
่
งเกี่
ยวข้
องกั
บการแบ่
งแรงงาน การจั
ด
ระเบี
ยบ เวลา วั
ฏจั
กร และการจั
ดการในการทํ
างานของมนุ
ษย์
ในการแสวงหาปั
จจั
ยต่
าง ๆ
เพื่
อความอยู
่
รอด และยั
งให้
ความสํ
าคั
ญกั
บการปฏิ
สั
มพั
นธ์
และการใช้
เทคโนโลยี
ในขอบเขต
ของวั
ฒนธรรม
ส่
วนประเด็
นที่
บาร์
ท (Barth. 1969 : 19) มองว่
าอาจจะมี
การแย่
งชิ
งทรั
พยากรกั
นเป็
นผลให้
มี
ข้
อจํ
ากั
ดในการพึ
่
งพากั
นหรื
อแยกกั
นอยู
่
คนละพื
้
นที่
นั
้
น
แม้
แต่
ละกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
บนเกาะลั
นตา
จะแยกกั
นอยู
่
คนละพื
้
นที่
และมี
พรมแดนด้
านพื
้
นที่
ค่
อนข้
างชั
ดเจนอี
กทั
้
งยั
งมี
คํ
ากล่
าวที่
เล่
าสื
บต่
อกั
นมาว่
า
“จี
นยิ
กแขกแขกยิ
กชาวเล ” (ยิ
กภาษาถิ่
นใต้
หมายถึ
งไล่
) อั
นสื
บเนื่
องมาจากประวั
ติ
การตั
้
งถิ่
นฐาน
ของชาวเกาะลั
นตาในยุ
คแรกๆที่
ว่
าชาวเลเป็
นกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
แรกที่
เข้
าพั
กพิ
งทํ
ามาหากิ
นบริ
เวณ
หมู
่
เกาะลั
นตาและมี
แหล่
งเคลื่
อนย้
ายพั
กพิ
งตามฤดู
กาลตลอดแนวชายฝั่
งด้
านตะวั
นออก รวมทั
้
ง
บริ
เวณอ่
าวบริ
เวณตลาดศรี
รายาปั
จจุ
บั
นด้
วยต่
อมาเมื่
อชาวมุ
สลิ
มเข้
าพั
กอาศั
ยบริ
เวณดั
งกล่
าวชาวเล
หวนกลั
บมาพบว่
ามี
คนแปลกหน้
าครอบครองอยู
่
แล้
ว จึ
งขยั
บไปแวะพั
กในอ่
าวถั
ดไป จนกระทั่
ง
เมื่
อชาวจี
นเข้
ามาพั
กอาศั
ยในอ่
าวศรี
รายาชาวมุ
สลิ
มก็
ขยั
บไปพั
กอาศั
ยในอ่
าวที่
ชาวเลเคยขึ
้
นแวะพั
ก
เมื่
อชาวเลย้
อนกลั
บมาพบว่
ามี
ผู
้
คนอาศั
ยอยู
่
ก็
ขยั
บไปใช้
พื
้
นที่
บริ
เวณอ่
าวบ้
านหั
วแหลมกลาง จนกระทั
้
ง
ตั
ดสิ
นใจขึ
้
นตั
้
งถิ่
นฐานเป็
นกลุ่
มสุ
ดท้
ายที่
บ้
านหั
วแหลมกลาง ปั
จจุ
บั
นมี
ชาวมุ
สลิ
มเข้
าไปพั
กอาศั
ยร่
วม
อยู
่
ด้
วยแต่
สร้
างที่
พั
กแยกกลุ่
มกั
น ต่
อมาชาวเลบางส่
วนได้
ขยั
บขยายไปอยู
่
บ้
านหั
วแหลมสุ
ดหรื
อ
บ้
านสั
งกาอู
้
ซึ
่
งเป็
นที่
ดิ
นพระราชทานฯ อย่
างไรก็
ตาม จากการสอบถามและสั
งเกตพฤติ
กรรมที่
ปฏิ
บั
ติ
ต่
อกั
นตลอดระเวลาที่
ผ่
านมาไม่
เคยได้
รั
บคํ
าบอกเล่
าว่
ามี
ข้
อขั
ดแย้
งเรื่
องพื
้
นที่
และไม่
มี
ข้
อจํ
ากั
ดในการพึ
่
งพากั
นแต่
อาจจะสั
นนิ
ษฐานได้
หลายประการ เป็
นต้
นว่
า
ในอดี
ตมี
พื
้
นที่
ว่
างให้
เลื
อกใช้
ประโยชน์
อย่
างเหลื
อเฟื
อไม่
มี
การซื
้
อขายไม่
ต้
องแย่
งชิ
งกั
น
โดยเฉพาะชาวเลในอดี
ตไม่
มี
นิ
สั
ยจั
บจอง รั
กอิ
สระ เร่
ร่
อนอยู
่
ไม่
เป็
นที่
ไม่
ไว้
ใจคนแปลกหน้
าและ
มี
ทั
ศนะว่
าทรั
พยากรธรรมชาติ
ไม่
มี
เจ้
าของจึ
งไม่
ได้
ครอบครองพื
้
นที่
บนเกาะแม้
จะเป็
นกลุ่
มแรกที่
เข้
า
มาพั
กพิ
งแม้
เมื่
อขึ
้
นตั
้
งถิ่
นฐานค่
อนข้
างถาวรแล้
วก็
มี
เหตุ
ปั
จจั
ยที่
ต้
องอพยพหนี
ไปอยู
่
ที่
อื่
น เช่
นการถู
ก
บั
งคั
บให้
ส่
งลู
กเข้
าโรงเรี
ยน และการถู
กบั
งคั
บให้
ผู
้
ชายต้
องเกณฑ์
ทหาร ฯลฯ ก่
อนไปได้
ขาย
ต้
นมะพร้
าว (ที่
ดิ
น) ให้
เพื่
อนบ้
านต่
างกลุ่
ม เมื่
อย้
อนกลั
บมาเจ้
าของที่
ดิ
นก็
ให้
พั
กอาศั
ยจนถึ
งปั
จจุ
บั
น
หรื
อการที่
ชาวมุ
สลิ
มและชาวเลเลื
อกที่
จะแยกตั
วไปอยู
่
ในพื
้
นที่
ถั
ดไปไม่
ปะปนกั
บชาวจี
น
เนื่
องจากมี
ความแตกต่
างทางด้
านเชื
้
อชาติ
ศาสนา หรื
อฐานะทางเศรษฐกิ
จ ทํ
าให้
เกิ
ดจากการ