st121 - page 27

19
การแผ
อํ
านาจในมลายู
ของโปรตุ
เกสและดั
ชท
มี
อยู
เพี
ยงมะละกาแต
หากอั
งกฤษสามารถยึ
ทั้
งมะละกาและขยายพื้
นที่
ทั่
วภาคพื้
นสมุ
ทรทั้
งมะละกาป
นั
ง และสิ
งคโปร
จนถึ
งพื้
นที่
ตอนในของปลาย
แหลมมลายู
การแผ
อํ
านาจของอั
งกฤษส
งผลต
อการเข
ามาของชาติ
ต
างๆ จากการเป
ดเมื
องท
าปลอด
ภาษี
ความต
องการแรงงาน ผู
ประกอบการลงทุ
น เชิ
ญชวนให
ร
วมสร
างบ
านแปลงเมื
องตามวิ
ถี
ทางของ
ตน อาจกล
าวได
ว
าอั
งกฤษมี
บทบาทต
อการเข
ามาของชาติ
ต
างๆ ด
วยเงื่
อนไขดั
งต
อไปนี้
3.2.1. การติ
ดตามผู
นํ
าของอั
งกฤษ
ในช
วงอั
งกฤษปกครองได
มี
ข
าหลวง หรื
อตั
วแทน
รั
ฐบาลเข
ามาเป
นระยะๆ ในช
วงเริ่
มต
นการยึ
ดป
นั
ง ฟรานซิ
ส ไลน
ตั้
งหลั
กที่
เมื
องมั
ทราสทางใต
ของ
อิ
นเดี
ยอยู
ก
อน จึ
งทํ
าให
การเดิ
นเรื
อครั้
งนั้
นมี
ลู
กเรื
อจากอิ
นเดี
ยจํ
านวนมาก โดยเฉพาะทางภาคใต
มี
คน
ทยอยย
ายเข
ามาบริ
เวณช
องแคบมะละกา ไลน
เป
นผู
นํ
าช
างก
ออิ
ฐเข
ามาและตั้
งบริ
ษั
ทคิ
นส
(Company’s Kilns) เพื่
อผลิ
ตวั
สดุ
ก
อสร
าง พร
อมเกณฑ
แรงงานจากเบงกอลเข
ามาสร
างสถานที่
ราชการ ถนนบ
างเป
นชาวอิ
นเดี
ยวที่
มาชดใช
ความผิ
ด (KooSuNin, 2001: 98) การเดิ
นเรื
อของไลน
ก็
ให
เกิ
ดปฏิ
สั
มพั
นธ
ทางการค
าการติ
ดพบปะสั
งสรรค
ทั้
งชาวสยามและมลายู
ประกอบกั
บอั
งกฤษเป
ดน
านน้ํ
ป
นั
ง สิ
งคโปร
ไม
เก็
บภาษี
กั
บเรื
อทุ
กชาติ
ทํ
าให
ชาวอิ
นเดี
ยเดิ
นทางสู
มลายู
มากขึ้
น อย
างไรก็
ตามชาว
อิ
นเดี
ยไม
อยู
ในฐานะผู
ลงทุ
นมากไปกว
าคนจี
3.2.2
.
การเป
ดเสรี
ทางการค
าของอั
งกฤษ
ในสเตร็
ตส
เซตเติ
ลเมนต
คื
อป
นั
ง มะละกา
สิ
งคโปร
ตามชายฝ
งทะเลอั
งกฤษสนั
บสนุ
นให
คนต
างชาติ
เข
ามาลงทุ
น และขายแรงงาน เมื
องเหล
านี้
แม
อยู
ใกล
ชิ
ดชาวมลายู
แต
คนที่
เพิ่
มขึ้
นกลั
บเป
นชาวจี
น จึ
งเกิ
ดการเผชิ
ญระหว
างวั
ฒนธรรมมลายู
อิ
นเดี
ยและจี
นที่
มี
ทั้
งการสั
งสรรค
และความขั
ดแย
งทางวั
ฒนธรรม ในงานเขี
ยนของพั
ชริ
นทร
สวนฐิ
ตะ
ป
ญญา (2541: 15) แสดงให
เห็
นว
า การหลั่
งไหลของชาวอิ
นเดี
ยและชาวจี
นมี
ผลกระทบต
อการ
เปลี่
ยนแปลงสั
งคมมลายู
ชาวจี
นและอิ
นเดี
ยต
างพยายามรั
กษาวั
ฒนธรรมภาษา และขนบธรรมเนี
ยม
แทนที่
จะผสมกลมกลื
นกั
บผู
อาศั
ยอยู
เดิ
ม ความหลากหลายวั
ฒนธรรมจึ
งปรากฏเด
นชั
ดใน 3 กลุ
ดั
งกล
าว
ภายใต
อิ
ทธิ
พลอั
งกฤษ ชาวมลายู
และที่
ไม
ใช
ชาวมลายู
แทบจะไม
มี
ความสั
มพั
นธ
กั
น ชาว
มลายู
อยู
ในฐานะคนในการปกครองของสุ
ลต
าน ผู
ไม
ใช
ชาวมลายู
อยู
ในฐานะคนในความคุ
มครองของ
อั
งกฤษ เป
นกรรมกร ช
างฝ
มื
อหรื
อพ
อค
าที่
แสวงหาประโยชน
ทางเศรษฐกิ
จ การเป
ดเสรี
ได
กลายเป
ป
ญหา เมื่
อมี
แรงงานอพยพจํ
านวนมาก ยิ่
งเมื่
อยางพาราราคาตกต่ํ
า แร
ดี
บุ
กไม
มี
ตลาดจํ
าหน
าย
แรงงานชาวจี
นและอิ
นเดี
ยกลายเป
นภาระแก
อั
งกฤษ เพราะไม
มี
งานทํ
า แต
คนเหล
านี้
สมั
ครใจอยู
ใน
คาบสมุ
ทรมลายู
ต
อไป หลั
งจากเซอร
แสตมฟอร
ด รั
ฟเฟ
ล (Sir StamfordRaffle) เข
ามาเป
นข
าหลวง
อั
งกฤษในสิ
งคโปร
มี
การจั
ดวางผั
งเมื
องใหม
จั
ดสรรให
ชาวจี
นตั้
งบ
านเรื
อนอยู
ทางตะวั
นตกเฉี
ยงใต
ของ
แม
น้ํ
าสิ
งคโปร
ท
ามกลางการอยู
ร
วมกั
นของคนหลายเชื้
อชาติ
3.2.3. การแบ
งแยกอํ
านาจการเมื
องและเศรษฐกิ
จตามเชื้
อชาติ
ในช
วงที่
อั
งกฤษ
ปกครอง ชาวต
างชาติ
มี
บทบาททางเศรษฐกิ
จ เป
นผู
ลงทุ
นและกรรมกร ส
วนชาวมลายู
เป
นเจ
าของที่
ดิ
ชาวประมง และเกษตรกร อั
งกฤษให
สิ
ทธิ
มลายู
รั
บราชการ และยอมให
สุ
ลต
านปกครองประชาชนในรั
1...,17,18,19,20,21,22,23,24,25,26 28,29,30,31,32,33,34,35,36,37,...206
Powered by FlippingBook