st118 - page 143

133
นครศรี
ธรรมราช (ฉั
นทั
ส ทองช่
วย, 2534) ภาษาถิ่
นเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
นเป็
นภาษาไทยถิ่
นใต้
ที่
มี
เอกลั
กษณ์
เฉพาะ ทั
งสํ
าเนี
ยงและความหมายที่
ยั
งคงความหมายจากภาษาไทยแท้
แต่
โบราณ
และคํ
าเฉพาะถิ่
นเอาไว้
ได้
มากที่
สุ
ด เช่
น คํ
าว่
าคร่
อม ใช้
ว่
า กรวม คํ
าว่
า รอ ใช้
ว่
าคร่
าว คํ
าว่
า ขา
เก ใช้
ว่
า ขาชิ
ง คํ
าว่
า อาถรรพณ์
ใช้
ว่
า อั
ดถั
น เป็
นต้
น การสื่
อสารในชี
วิ
ตประจํ
าของชาวเกาะสมุ
และเกาะพะงั
นจะใช้
ภาษาถิ่
นเป็
นหลั
ก พ่
อแม่
ปู
ย่
าตายายจะสนทนากั
นด้
วยภาษาถิ่
น ลู
กหลานก็
จดจํ
าและนํ
ามาใช้
เป็
นภาษาหลั
กในการติ
ดต่
อสื่
อสารจนกลายเป็
นเอกลั
กษณ์
ของท้
องถิ่
ภายหลั
งเมื่
อมี
การส่
งเจ้
านายจากส่
วนกลางมาตรวจราชการและมี
การติ
ดต่
อกั
บเมื
องหลวงมากขึ
ทํ
าให้
ภาษาที่
ใช้
ในการสื่
อสารเริ่
มเปลี่
ยนเป็
นภาษาไทยมาตรฐาน ส่
วนภาษาถิ่
นจะใช้
กั
นเฉพาะ
ผู
คนดั
งเดิ
มเท่
านั
การเรี
ยนรู
อาชี
พจากภู
มิ
ปั
ญญา
การดํ
ารงชี
วิ
ตตามวิ
ถี
ท้
องถิ่
นใต้
ของชาวเกาะสมุ
และเกาะพะงั
นเป็
นวิ
ถี
ชี
วิ
ตที่
เรี
ยบง่
าย โดยใช้
ภู
มิ
ปั
ญญาชาวบ้
านที่
ได้
รั
บการถ่
ายทอดมาจากบรรพ
บุ
รุ
ษเลื
อกสรรวั
สดุ
จากธรรมชาติ
ที่
มี
อยู
ในท้
องถิ่
นมาปรั
บใช้
เป็
นเครื่
องมื
อในการประกอบอาชี
ได้
แก่
อาชี
พการทํ
าสวนมะพร้
าวและฝึ
กลิ
งเก็
บมะพร้
าว อาชี
พการทํ
าประมงพื
นบ้
าน และอาชี
การทํ
ากะละแม อาชี
พการทํ
าสวนมะพร้
าวและฝึ
กลิ
งเก็
บมะพร้
าว อาชี
พทํ
าสวนมะพร้
าวเป็
อาชี
พที่
ชาวเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
นใช้
เป็
นอาชี
พหลั
กในการดํ
ารงชี
วิ
ตเรื่
อยมา ในช่
วงก่
อนปี
พ.ศ.
2510 เกาะสมุ
ยเป็
นเกาะที่
มี
เนื
อหาปรากฏอยู
ในหนั
งสื
อเรี
ยนระดั
บชั
นประถมศึ
กษาในยุ
คนั
นว่
“เป็
นแหล่
งที่
มี
มะพร้
าวมากสุ
ดในประเทศ” จากการทํ
าสวนมะพร้
าวที่
ให้
ผลผลิ
ตดี
ครรลองชี
วิ
ของคนบนเกาะนี
จึ
งผู
กพั
นกั
บอาชี
พนี
มี
เรื่
องเล่
าต่
อ ๆกั
นมาว่
า “ในอดี
ตพ่
อแม่
จะเลื
อกสื
บทอดการ
ทํ
าสวนมะพร้
าวให้
กั
บลู
กหลาน โดยเลื
อกเฟ้
นจากพฤติ
กรรมของลู
ก แต่
ละคนมาเป็
นเกณฑ์
ตั
ดสิ
ลู
กคนใดขยั
นหมั่
นเพี
ยรในการทํ
ากิ
นพ่
อแม่
ก็
จะให้
มรดกเป็
นที่
ดิ
นบนเขาด้
านในเกาะทํ
าไร่
ทํ
าสวน
เพราะดิ
นดี
เพาะปลู
กอะไรก็
ได้
ผลดกงาม แต่
หากลู
กคนใดดู
ท่
าเกกมะเหรกเกเรก็
ดั
ดสั
นดานให้
รู
ถึ
ความยากลํ
าบากจะให้
มรดกเป็
นที่
ดิ
นติ
ดชายหาดริ
มทะเลปลู
กอะไรไม่
ขึ
น จนมี
คํ
าติ
ดปากมาจน
ปั
จจุ
บั
นว่
า “ลู
กรั
กมั
กได้
ที่
ภู
เขาส่
วนลู
กชั
งมั
กได้
ที่
ติ
ดชายทะเล” (เสนี
ย์
ใจเย็
น, สั
มภาษณ์
เมื่
อวั
นที่
16พฤษภาคม 2554) ชาวเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
นจะมี
วิ
ธี
การเรี
ยนรู
การปลู
กมะพร้
าวที่
เหมื
อนกั
น คื
อการติ
ดตามพ่
อแม่
เข้
าไปในสวนมะพร้
าว พ่
อแม่
จะสอนวิ
ธี
การคั
ดเลื
อกพั
นธุ
โดยจะ
คั
ดจากต้
นแม่
พั
นธุ
ที่
ให้
ลู
กมะพร้
าวขนาดใหญ่
เนื
อมะพร้
าวหนาเก็
บไว้
ขยายพั
นธุ
ต่
อไป วิ
ธี
การ
ปลู
กมะพร้
าว ถ้
าปลู
กในที่
ราบจะปลู
กเป็
นแถวระยะห่
างต้
นละ 8 x 8 เมตร ถ้
าปลู
กในที่
ลุ
ระหว่
างแถวจะขุ
ดเป็
นร่
องเชื่
อมต่
อกั
นไปตลอดพื
นที่
ด้
วย โดยประมาณ 1 ไร่
จะปลู
กได้
25ต้
น ใช้
เวลา6ปี
ก็
สามารถเก็
บลู
กมะพร้
าวได้
1 เดื
อนสามารถเก็
บมะพร้
าวได้
1ครั
ง นอกจากนั
นยั
งสอน
1...,133,134,135,136,137,138,139,140,141,142 144,145,146,147,148,149,150,151,152,153,...290
Powered by FlippingBook