st118 - page 133
123
ต้
องการแล้
วจึ
งใส่
ขอบปากส่
วนบนด้
วยหวายด้
านก้
นใช้
หวายทํ
าเป็
นขอบรองก้
นส่
วนใต้
ของก้
นใช้
ไม้
ไผ่
ผู
กเป็
นซี่
ติ
ดอยู
่
ด้
านในของขอบรองก้
นอี
กที
หนึ่
ง จากนั
้
นจึ
งใช้
หวายผู
กประกบที่
มุ
มทั
้
งสี่
และใช้
หวายเส้
นเล็
ก ๆผู
กอี
กที
หนึ่
งให้
คงทนแข็
งแรง ที่
ขอบก้
นด้
านบนใช้
หวายเส้
นเล็
ก ๆผู
กและถั
กเป็
น
หางแลน ซึ่
งมี
ความประณี
ตและสวยงาม การทํ
ากระเชอใบหนึ่
งใช้
เวลาประมาณ 1 เดื
อน เพราะ
ต้
องใช้
ความประณี
ตเป็
นอย่
างมาก ประโยชน์
ใช้
สอยของกระเชอคื
อ ถ้
าเป็
นกระเชอขนาดใหญ่
ชาวบ้
านมั
กใช้
ใส่
ของทู
นหั
วไปวั
ด ขนาดเท่
าเชี่
ยนหมากใช้
ในงานพิ
ธี
เช่
น งานแต่
งงานจะใช้
ใส่
สิ
นสอดทองหมั
้
นหรื
อหมากพลู
เป็
นต้
น (ชวน เพชรแก้
วและสบาย ไสยริ
นทร์
, 2534)
การเปลี
่
ยนแปลงสั
งคมและวั
ฒนธรรม
วั
ฒนธรรม / กระบวนการเรี
ยนรู
้
ของผู
้
คน
การเรี
ยนรู
้
เป็
นกระบวนการในการปรั
บเปลี่
ยนพฤติ
กรรมของมนุ
ษย์
ที่
ค่
อนข้
างถาวร
เนื่
องจากประสบการณ์
ที่
บุ
คคลได้
รั
บจากการฝึ
กฝนเรี
ยนรู
้
จะส่
งผลให้
เกิ
ดทั
กษะความชํ
านาญใน
การคิ
ด การตั
ดสิ
นใจ มี
เจตคติ
ที่
ดี
ต่
อตนเอง ครอบครั
ว ชุ
มชน และสั
งคม อั
นจะนํ
าไปสู
่
ความ
เจริ
ญและการพั
ฒนาอย่
างยั่
งยื
น การเรี
ยนรู
้
จึ
งเป็
นปั
จจั
ยสํ
าคั
ญในการดํ
ารงชี
วิ
ตของมนุ
ษย์
และ
เป็
นกุ
ญแจดอกสํ
าคั
ญที่
จะนํ
าไปสู
่
การพึ่
งพาตนเองของชุ
มชนต่
าง ๆ ได้
เป็
นอย่
างดี
การเรี
ยนรู
้
ช่
วย
ให้
มนุ
ษย์
สามารถค้
นพบวิ
ธี
ปรั
บตั
วได้
อย่
างเหมาะสม ทั
้
งนี
้
การเรี
ยนรู
้
เกิ
ดขึ
้
นได้
หลายทาง ทั
้
งจาก
ครอบครั
ว โรงเรี
ยน ชุ
มชน ตลอดจนการศึ
กษาค้
นคว้
าทดลองด้
วยตนเอง การเรี
ยนรู
้
จึ
งเป็
น
กระบวนการสํ
าคั
ญในการถ่
ายทอดพฤติ
กรรและวั
ฒนธรรมของชุ
มชน การศึ
กษาวั
ฒนธรรม
กระบวนการเรี
ยนรู
้
ของผู
้
คนในชุ
มชนเกาะพะงั
น ผู
้
วิ
จั
ยได้
ใช้
รู
ปแบบวั
ฒนธรรมการเรี
ยนรู
้
แบบ
สุ
ตมยปั
ญญา จิ
นตมยปั
ญญา และภาวนามยปั
ญญาดั
งนี
้
1. การเรี
ยนรู
้
แบบสุ
ตมยปั
ญญา เป็
นการเรี
ยนรู
้
ขั
้
นพื
้
นฐาน โดยการรั
บรู
้
ผ่
าน
ทางการพบเห็
นสิ่
งต่
างๆ การอ่
านและการฟั
ง จะเห็
นได้
ว่
าบรรพบุ
รุ
ษได้
มี
การถ่
ายทอดความรู
้
ที่
พบ
เห็
นในชี
วิ
ตประจํ
าวั
นการทํ
ามาหากิ
นและสภาพความเป็
นอยู
่
ในสั
งคมสมั
ยก่
อน ด้
วยการแต่
งเป็
น
นิ
ทานพื
้
นบ้
าน เพลงกล่
อมเด็
ก เพลงร้
องเรื
อ ฯลฯ และได้
นํ
ามาบั
นทึ
กลงในหนั
งสื
อบุ
ด สมุ
ดข่
อย
ตํ
าราต่
างๆ และการท่
องจํ
าบอกเล่
าสื
บทอดกั
นไป สิ่
งต่
างๆเหล่
านี
้
ล้
วนนํ
าใช้
เป็
นบทเรี
ยนสั่
งสอน
ลู
กหลานให้
นํ
าไปใช้
ในการทํ
ามาหากิ
น ตั
วอย่
างเช่
น บทสวดอ่
านก.ไก่
ที่
พ่
อเฒ่
านาค วิ
เชี
ยรเชื
้
อ
แต่
งไว้
สั่
งสอนลู
กหลานให้
หั
ดท่
องจํ
าพยั
ญชนะของไทย หรื
อบทท่
องจํ
าที่
สะท้
อนมุ
มมองทางสั
งคม
และเศรษฐกิ
จของชุ
มชนเกาะพะงั
น เพื่
อให้
ลู
กหลานได้
จดจํ
าและสามารถนํ
าไปเล่
าสู
่
กั
นฟั
งต่
อไป
ได้
ดั
งนั
้
นการเรี
ยนรู
้
จากคนในชุ
มชนผ่
านการรั
บรู
้
ดู
ฟั
งจึ
งกลายเป็
นสิ่
งจํ
าเป็
น
1...,123,124,125,126,127,128,129,130,131,132
134,135,136,137,138,139,140,141,142,143,...290