st118 - page 142

132
กั
นไป ซึ่
งนอกจากจะช่
วยให้
เด็
กสามารถอ่
านหนั
งสื
อได้
คล่
องแคล่
วแล้
ว ยั
งสามารถสวดหนั
งสื
ตามแบบฉบั
บของชาวบ้
านได้
อี
กด้
วย นอกเหนื
อจากการเรี
ยนการสอนแบบเรี
ยนดั
งกล่
าวแล้
ทางวั
ดยั
งมี
การสอนเลขคณิ
ตบวกลบ คู
ณหารด้
วยลู
กคิ
ดควบคู
กั
นไปด้
วย วั
ดที่
ชาวบ้
านนิ
ยมส่
ลู
กหลานไปเรี
ยนกั
นมากในสมั
ยนั
นคื
อ วั
ดมะเร็
ต วั
ดประเดิ
ม ดั
งเช่
น อาจารย์
มี
บุ
ญสิ
น หรื
พระครู
ที
ปาจารคุ
ณารั
กษ์
อดี
ตเจ้
าอาวาสวั
ดสํ
าเร็
จ ก่
อนที่
ท่
านจะบรรพชาอุ
ปสมบทเมื่
อประมาณ
พ.ศ. 2442ท่
านได้
เรี
ยนหนั
งสื
อกั
บหลวงพ่
อเพชร ติ
สฺ
โส เจ้
าคณะแขวงเกาะสมุ
ยรู
ปที่
1 โดยเรี
ยนที่
วั
ดสํ
าเร็
จซึ่
งตอนนั
นเรี
ยกว่
า “วั
ดมะเร็
ต” การศึ
กษาเล่
าเรี
ยนในลั
กษณะนี
เรี
ยกว่
า “ต่
อหนั
งสื
อคํ่
า”
คื
อ เรี
ยนในช่
วงเวลากลางคื
นซึ่
งผู
เรี
ยนจะมี
เฉพาะเด็
กผู
ชายเท่
านั
ภายหลั
งเมื่
อปี
พ.ศ. 2450ท่
านอาจารย์
มี
ได้
เปิ
ดสอนหนั
งสื
อขึ
นที่
วั
ดมะเร็
ตโดยท่
านเป็
ครู
สอนเอง ต่
อมาเมื่
อมี
ชาวบ้
านสนใจมากขึ
น ท่
านได้
จั
ดสร้
างโรงเรี
ยนร่
วมกั
บชาวบ้
านในตํ
าบล
มะเร็
ตและตํ
าบลหน้
าเมื
อง ซึ่
งขณะนั
นกระทรวงธรรมการยั
งไม่
มี
การตั
งโรงเรี
ยนตามหั
วเมื
องต่
าง ๆ
โดยตั
งชื่
อโรงเรี
ยนว่
า “โรงเรี
ยนมะเร็
ต” หรื
อ “คงคาคี
รี
” มี
การเปิ
ดสอนถึ
งชั
นประถมศึ
กษาปี
ที่
4
ครู
ผู
สอนก็
เป็
นพระภิ
กษุ
ในวั
ดช่
วยกั
นสอน ซึ่
งวั
ดเป็
นผู
จ่
ายค่
าตอบแทนให้
โดยที่
ไม่
ได้
เก็
บค่
าเล่
เรี
ยนจากผู
ปกครอง หลั
งจากเปิ
ดโรงเรี
ยนได้
5ปี
สมเด็
จกรมพระยาวชิ
รญาณวโรรส สมเด็
พระสั
งฆราชเสด็
จมาที่
วั
ดสํ
าเร็
จ วั
ดประเดิ
ม และนํ
าตกหน้
าเมื
อง พระองค์
ได้
เยี่
ยมชมโรงเรี
ยน
และให้
การยกย่
องชมเชยอาจารย์
มี
ที่
ได้
ดํ
าเนิ
นการจั
ดการเรี
ยนการสอนขึ
นที่
นี่
หลั
งจากที่
สมเด็
กรมพระยาวชิ
รญาณวโรรส สมเด็
จพระสั
งฆราชเสด็
จมาที่
วั
ดมะเร็
ต ได้
ให้
เปลี่
ยนชื่
อวั
ดเป็
“วั
ดสั
มฤทธิ ์
” แต่
ในภายหลั
งพระองค์
ทรงมี
หนั
งสื
อให้
เปลี่
ยนเป็
น “วั
ดสํ
าเร็
จ” และได้
ใช้
ชื่
อนี
มา
จนกระทั่
งปั
จจุ
บั
น การจั
ดการเรี
ยนการสอนของอาจารย์
มี
เป็
นที่
น่
าสนใจของทางราชการ กล่
าวคื
เมื่
อพ.ศ. 2456 ขุ
นประกาศวุ
ฒิ
สาร ข้
าหลวงธรรมการได้
ส่
งราชบุ
รุ
ษนายรุ่
งพนั
กงานสํ
าหรั
บช่
วย
ข้
าหลวงธรรมราชการมาตรวจการศึ
กษาและให้
คํ
าแนะนํ
าในการจั
ดการเรี
ยนการสอนภายหลั
พ.ศ.2460ทางราชการได้
สนั
บสนุ
นการจั
ดการศึ
กษามากขึ
น จึ
งได้
แต่
งตั
งให้
อาจารย์
มี
เป็
นครู
ใหญ่
ของโรงเรี
ยนอย่
างเป็
นทางการคนแรก และเป็
นโรงเรี
ยนแรกในเกาะสมุ
ยที่
เปิ
ดสอนอย่
างเป็
ทางการ ภายหลั
งระบบการศึ
กษาขั
นพื
นฐานของภาครั
ฐเริ่
มมี
บทบาทมากขึ
น ชาวบ้
านบางส่
วน
ก็
นิ
ยมส่
งลู
กหลานไปเรี
ยนในโรงเรี
ยนที่
รั
ฐบาลสร้
างขึ
1.2 การเรี
ยนรู
ผ่
านสถาบั
นครอบครั
การเรี
ยนรู
ภาษาถิ
ภาษาที่
ชาวเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
นใช้
ในการสื่
อสารกั
นใน
สมั
ยก่
อนคื
อภาษาถิ่
นจากการศึ
กษาทางภาษาศาสตร์
ของเจ. มาร์
วิ
น บราวน์
ได้
แสดงให้
เห็
นว่
ภาษาถิ่
นเกาะสมุ
ยจั
ดอยู
ในกลุ
มภาษาถิ่
นสาขาไชยา ซึ่
งได้
วิ
วั
ฒนาการมาจากภาษาสาขา
1...,132,133,134,135,136,137,138,139,140,141 143,144,145,146,147,148,149,150,151,152,...290
Powered by FlippingBook