st116 - page 88

70
2.2.2 สมาคมจุ
งซั
นนาบอนกั
บบทบาทการจั
ดการชุ
มชน
การขยายตั
วของชุ
มชนชาวจี
นนาบอน อั
นมี
ผลมาจากการทํ
าสวนยางพาราและการเก็
บกรี
ได้
ผลผลิ
ตเป็
นกอบเป็
นกํ
าเป็
นรู
ปธรรมจั
บต้
องได้
ทํ
าให้
จํ
านวนประชากรชุ
มชนเพิ่
มขึ้
นอย่
างต่
อเนื่
อง
ทั้
งเป็
นผลมาจากการอพยพเข้
ามาใหม่
และค่
านิ
ยมมี
ลู
กหลายคนเพื่
อช่
วยแบ่
งเบาภาระงานใน
ครอบครั
ว ก็
ล้
วนแล้
วแต่
ทํ
าให้
ชุ
มชนขยายตั
วออกไปทั้
งทางพื้
นที่
และจํ
านวนสมาชิ
กชุ
มชน
ในช่
วงแรกๆ ของการบุ
กเบิ
กตั้
งถิ่
น ด้
วยต่
างคนต่
างก็
ทํ
ามาหากิ
นถางป่
ากั
นไป ใครมาก่
อนก็
จั
บจองที่
ได้
ก่
อนเลื
อกได้
ก่
อน ส่
วนใครมาหลั
งก็
เลื
อกได้
จั
บจองได้
ที
หลั
ง ไม่
มี
ผู้
นํ
าชุ
มชน
36
การเติ
บโต
ของชุ
มชนเช่
นนี้
ด้
านหนึ่
งนั
บเป็
นนิ
มิ
ตหมายที่
ดี
ของการเริ่
มต้
นชี
วิ
ตและชุ
มชนใหม่
ของชาวจี
นฮกจิ
วใน
แผ่
นดิ
นสยาม หากในด้
านหนึ่
งการที่
มี
ผู้
คนมารวมตั
วกั
นมากขึ้
นต่
อเนื่
อง ย่
อมทํ
าให้
เกิ
ดปั
ญหาการ
กระทบกระทั่
งกั
นบ้
างเป็
นธรรมดาของคนอยู่
ร่
วมกั
น แม้
กระทั่
งการติ
ดต่
อกั
บทางราชการเองก็
เป็
ปั
ญหาสํ
าคั
ญไม่
น้
อยสํ
าหรั
บชาวจี
นฮกจิ
ว ซึ่
งส่
วนใหญ่
แล้
วไม่
สามารถสื่
อสารด้
วยภาษาไทย อี
กทั้
งการ
เป็
นชุ
มชนเกิ
ดใหม่
ในขณะเดี
ยวกั
นที่
ระบบกลไกการปกครองส่
วนท้
องถิ่
นของไทยเองยั
งไม่
ได้
มี
ความ
เข้
มแข็
งและมั่
นคงมากนั
*
จึ
งต้
องมี
คนกลางติ
ดต่
อประสานงานกั
บหน่
วยงานรั
ฐภายนอกและดู
แล
แก้
ไขปั
ญหาความขั
ดแย้
งเบื้
องต้
นของชุ
มชนตนเอง
ชาวจี
นฮกจิ
วเองก็
เช่
นเดี
ยวกั
บชาวจี
นสํ
าเนี
ยงอื่
นๆ ในสั
งคมไทย เมื่
อเข้
ามาในต่
างบ้
านต่
างถิ่
ก็
รวมตั
วกั
นเพื่
อปกป้
องผลประโยชน์
และดู
แลกั
นภายในกลุ่
มคนหรื
อชุ
มชน จนต่
อมาได้
กลายเป็
“สมาคม” จี
นสํ
าเนี
ยงต่
างๆ หรื
อแม้
แต่
สมาคมของกลุ่
ม “แซ่
” ในประเทศไทย
36
นายเมธา เอื้
อนนทั
ช , สั
มภาษณ์
ที่
บ้
านเลขที่
397/1 ม.2 ต.นาบอน จ.นครศรี
ธรรมราช, เมื่
อวั
นที่
20
ตุ
ลาคม พ.ศ.2553
*
การปกครองส่
วนท้
องถิ่
นของไทยในสมั
ยอดี
ตนั้
น ปรากฏตามเอกสารลํ
าดั
บการปกครองว่
ามี
ตํ
าแหน่
งของ
กํ
านั
นและผู้
ใหญ่
บ้
านเป็
นผู้
ดํ
าเนิ
นการ แต่
ในความเป็
นไปของสั
งคมเองแล้
วเข้
าใจว่
าด้
วยระบบรั
ฐเองที่
มี
อํ
านาจ
เปรี
ยบเสมื
อนแสงเที
ยน จึ
งคงไม่
สามารถเข้
าควบคุ
มและกํ
าหนดความเป็
นความไปของชุ
มชนที่
ตั้
งอยู่
ห่
างไกลกั
ศู
นย์
กลางอํ
านาจได้
เต็
มที่
มากนั
ก ดั
งเห็
นได้
ว่
าในประวั
ติ
ศาสตร์
ที่
ผ่
านมาผู้
ใดไม่
ต้
องการถู
กเกณฑ์
เข้
าสู่
ระบบไพร่
หนี
เข้
าไปอยู่
ในป่
า รวมถึ
งกรณี
ของขุ
นแผน (วรรณกรรมขุ
นช้
างขุ
นแผน) ตอนที่
ขุ
นแผนต้
องโทษทั
ณฑ์
จากทางราชสํ
านั
ก็
ยั
งได้
หนี
เข้
าป่
า จนไปอยู่
ร่
วมกั
บกองโจรพ่
อของนางบั
วคลี่
การปกครองส่
วนท้
องถิ่
นของไทยเริ่
มต้
นขึ้
นอย่
างเป็
ระเบี
ยบระบบภายใต้
การปฏิ
รู
ปการปกครองบ้
านเมื
องของพระบาทสมเด็
จพระจุ
ลจอมเกล้
าเจ้
าอยู่
หั
ว ทรงโปรดฯ ตั้
“สุ
ขาภิ
บาลท่
าฉลอม” (จั
งหวั
ดสมุ
ทรสาคร) ขึ้
นเป็
นหน่
วยงานปกครองส่
วนท้
องถิ่
นแห่
งแรก ทั้
งหมดนั้
นแสดงให้
เห็
ได้
ว่
าการปกครองส่
วนท้
องถิ่
นของไทย ขาดความเป็
นระบบระเบี
ยบอยู่
อย่
างมาก ด้
วยแม้
จะมี
การริ
เริ่
มสุ
ขาภิ
บาลท่
ฉลอมขึ้
น หากก็
เป็
นไปในลั
กษณะของตั
วอย่
างการดํ
านเนิ
นการเท่
านั้
นยั
งมิ
ได้
มี
การพั
ฒนาและจั
ดทํ
าอย่
างต่
อเนื่
อง
จริ
งจั
ง เหตุ
นี้
เองชุ
มชนชาวจี
นใหม่
ของชาวฮกจิ
วที่
นาบอนเอง ช่
วงแรกคงมี
อิ
สระในการดู
แลตั
วเองสู
งมาก เพราะรั
เองก็
ไม่
ได้
มี
นโยบายเข้
าควบคุ
ม เพี
ยงแต่
ต้
องการให้
มี
การเปิ
ดพี้
นที่
รกร้
างว่
างเปล่
าให้
เป็
นพื้
นที่
ทํ
ากิ
นเสี
ยมากกว่
1...,78,79,80,81,82,83,84,85,86,87 89,90,91,92,93,94,95,96,97,98,...185
Powered by FlippingBook