st116 - page 86

68
อาหารในปริ
มาณมากในแต่
ละวั
นทํ
าให้
การหาอาหารให้
หมู
กิ
นจึ
งเป็
นงานหนั
กมากที่
ต้
องทํ
นอกเหนื
อไปจากการทํ
างานบ้
าน
33
ส่
วนเครื่
องอุ
ปโภคบริ
โภคอย่
างอื่
นๆ ที่
ต้
องใช้
ในระหว่
างนั้
น ซึ่
งยั
งไม่
มี
รายได้
เข้
ามาก็
ต้
องอาศั
การพึ่
งตนเองสู
งมาก
*
เช่
นการหมั
กซี
อิ้
ว ดองผั
ก รองเท้
าก็
สานใส่
กั
นเอง ส่
วนที่
เหลื
อจากนั้
นบางส่
วนจึ
ซื้
อหาเอาบ้
างจากรายได้
ที่
น้
อยนิ
ด ทุ
กวั
นนี้
ในอํ
าเภอนาบอนบ้
านที่
มี
ชาวฮกจิ
วสู
งอายุ
อาศั
ยอยู่
ยั
งพบ
เห็
นขวดโหลแก้
วใส่
มะนาวดอง หรื
อไหดองผั
ก วางไว้
ในบริ
เวณบ้
านได้
การทํ
าสวนยางพาราของชาวจี
นฮกจิ
วในระยะแรกนิ
ยมใช้
เมล็
ดพั
นธุ์
ยางพาราพื้
นเมื
อง ต่
อมา
นายยศ พั
นธุ์
พิ
พั
ฒน์
เป็
นคนแรกที่
นํ
าเมล็
ดพั
นธุ์
ยางพาราจากมาเลเซี
ยมาทดลองปลู
กบนพื้
นที่
สวน
ยางพาราของตนจํ
านวน 15 ไร่
และแนะนํ
าให้
ชาวจี
นฮกจิ
วคนอื่
นๆปลู
กแทนยางพั
นธุ์
พื้
นเมื
อง
34
เมล็
พั
นธุ์
ยางพาราดั
งกล่
าวมี
คุ
ณภาพและสายพั
นธุ์
ดี
กว่
าเมล็
ดพั
นธุ์
ยางพาราพื้
นเมื
อง จึ
งทํ
าให้
เกษตรกรชาว
จี
นฮกจิ
วมี
ผลผลิ
ตที่
ดี
กว่
าเดิ
2.2 “กรี
ดยาง” กั
บความเปลี่
ยนแปลงในชุ
มชนฮกจิ
วนาบอน
สํ
าหรั
บชาวจี
นฮกจิ
วนาบอนแล้
วคํ
าว่
า “กรี
ดยาง” ในสมั
ยหนึ่
งจึ
งมี
ความสํ
าคั
ญมากกว่
เพี
ยงการเก็
บเกี่
ยวผลผลิ
ตได้
แต่
การเริ่
มกรี
ดยางได้
สะท้
อนถึ
งความหวั
งของชี
วิ
ตเริ่
มทอแสงประกาย
มากขึ้
นท่
ามกลางวั
นคื
นที่
เหนื่
อยยากกั
บการถางป่
าเพื่
อสร้
างสวนยางพารา การกรี
ดยางจึ
งสะท้
อนถึ
ความเปลี่
ยนแปลงของชุ
มชนฮกจิ
วนาบอน ดั
งเห็
นได้
ต่
อไปจากนี้
33
นางไอ่
หม่
วย แซ่
ผ้
าง, สั
มภาษณ์
ที่
บ้
านเลขที่
95 ม.8 ต.ช้
างกลาง อ.ช้
างกลาง จ.นครศรี
ธรรมราช, เมื่
วั
นที่
4 พฤศจิ
กายน พ.ศ.2553.
*
แม่
ของผู้
วิ
จั
ยเคยเล่
าให้
ฟั
งว่
าในตอนวั
ยเด็
ก เมื่
อโรงเรี
ยนปิ
ดภาคการศึ
กษาฤดู
ร้
อน ด้
วยความที่
บ้
านมี
ลู
หลายคน ลู
กคนที่
โตพอจะช่
วยเหลื
อตนเองได้
แล้
วต้
องไปอยู่
กั
บ “อาม่
า” หรื
อย่
าของแม่
ที่
นาบอน (บ้
านแม่
ของผู้
วิ
จั
อาศั
ยอยู่
ที่
อํ
าเภอหั
วยยอด จั
งหวั
ดตรั
ง) เพื่
อลดความหนาแน่
นของคนในบ้
านและเป็
นการแบ่
งเบาภาระให้
กั
บพ่
อแม่
แม่
บอกั
บผู้
วิ
จั
ยว่
าชี
วิ
ตที่
นาบอนของยายทวด (ตั่
วอาม่
า) ของผู้
วิ
จั
ยเป็
นการพึ่
งตนเองสู
งมาก ใช้
พื้
นที่
ในบริ
เวณบ้
าน
ปลู
กผั
กแปลงเล็
กๆ ไว้
และนํ
าผั
กมาดอง ส่
วนหมู
แม้
ไม่
ได้
เลี้
ยงไว้
ก็
จะหาซื้
อมาทํ
าเป็
นหมู
หยองเก็
บไว้
กิ
นเองด้
วย ส่
วน
รองเท้
าก็
จะใช้
เศษผ้
าเย็
บเอาไว้
ใส่
เอง บริ
เวณชานบ้
านของยายทวดจึ
งจะเต็
มไปด้
วยขวดโหลดองผั
ก และราวตากผั
ดองแห้
ง และยั
งหมั
กซี
อิ้
ว-หมั
กเหล้
า (ปรุ
งอาหาร) ไว้
กิ
นเอง แม้
ว่
าในขณะนั้
นความเป็
นอยู่
ของที่
บ้
านแม่
เองไม่
มี
ความ
ลํ
าบากมากแล้
ว แต่
ยายทวดก็
ยั
งทํ
าอยู่
เช่
นเดิ
ม เสมื
อนว่
าสิ่
งเหล่
านี้
ได้
กลายเป็
นส่
วนหนึ่
งของวิ
ถี
ชี
วิ
ตประจํ
าวั
นไปแล้
34
สุ
รชาติ
ชื่
นโชคสั
นต์
. (2553).
เล่
มเดิ
ม.
หน้
า 172. และสุ
ธิ
วงศ์
พงศ์
ไพบู
ลย์
; ดิ
ลก วุ
ฒิ
พาณิ
ชย์
;
ประสิ
ทธิ์
ชิ
ณการณ์
. (2544).
เล่
มเดิ
ม.
หน้
า 261.
1...,76,77,78,79,80,81,82,83,84,85 87,88,89,90,91,92,93,94,95,96,...185
Powered by FlippingBook