บทเรียนการดำเนินงานสภาวัฒนธรรม - page 368

๕๖๑
จิ
ตสานึ
กทางวั
ฒนธรรม มั่
นใจและสานึ
กถึ
งพลั
งของตนเองว่
าจะสามารถร่
วมกั
นดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรม
เพื่
อป้
องกั
น แก้
ปั
ญหาและพั
ฒนาวั
ฒนธรรมของท้
องถิ่
นและจั
งหวั
ดได้
จนเกิ
ดความสานึ
กที่
จะต้
องเป็
ผู้
รั
บผิ
ดชอบการดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรมด้
วยตนเองบนเงื่
อนไขของจิ
ตสานึ
กของความเป็
นคนในท้
องถิ่
นที่
ต้
องมาคิ
ดและลงมื
อทางานวั
ฒนธรรมด้
วยการพึ่
งตนเองและพึ่
งกั
นเอง
๒) การรวมตั
วกั
นดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรม ควรปลุ
กจิ
ตสานึ
กให้
เครื
อข่
ายเบญจภาคี
สมาชิ
ก และผู้
รู้
ผู้
สนใจในเรื่
องวั
ฒนธรรมต่
างๆ ได้
เกิ
ดความสานึ
กในความสาคั
ญและพลั
งของการร่
วมมื
กั
นดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรมเพื่
อแก้
ปั
ญหาและพั
ฒนาวั
ฒนธรรมของท้
องถิ่
นและจั
งหวั
ดด้
วยการพึ่
งกั
นเอง
เป็
นสาคั
ญ โดยส่
งเสริ
ม และสนั
บสนุ
นให้
เกิ
ดการ รวมตั
วกั
นดาเนิ
นกิ
จกรรมวั
ฒนธรรมตามความถนั
ความสามารถ และสนใจร่
วมกั
นอย่
างอิ
สระและหลากหลายในระดั
บต่
างๆ
๓) การเชื่
อมโยงกั
นเป็
นเครื
อข่
าย สภาวั
ฒนธรรมควรเป็
นแหล่
งกลางให้
เครื
อข่
าย
ภาคี
สมาชิ
กได้
เชื่
อมโยงกั
นเป็
นเครื
อข่
าย เพื่
อร่
วมกั
นเรี
ยนรู้
และร่
วมกั
นดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรมเสริ
มซึ่
กั
นและกั
นอย่
างอิ
สระและหลากหลาย ทั้
งในแนวตั้
งและแนวนอนให้
“ถั
กทอ” และ “เชื่
อมโยง” กั
อย่
างแข็
งแรง โดยการจั
ดเวที
เปิ
ดโอกาส และจั
ดช่
องทางในการติ
ดต่
อสื่
อสารที่
เครื
อข่
ายภาคี
สมาชิ
สามารถติ
ดต่
อสื่
อสารให้
เข้
าใจร่
วมกั
นได้
๗. จากผลการวิ
จั
ยที่
พบว่
าคณะกรรมการบริ
หาร สภาวั
ฒนธรรมเป็
นปั
จจั
ยที่
สั
มพั
นธ์
กั
การดาเนิ
นงานของสภาวั
ฒนธรรมในเชิ
งปฏิ
ฐานในระดั
บปานกลาง
ซึ่
งสอดคล้
องกั
บ กาสั
ก เต๊
ขั
นหมาก (๒๕๔๕) ที่
ได้
เสนอรู
ปแบบกระบวนการพั
ฒนาสภาวั
ฒนธรรมเพื่
อการดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรม
ของจั
งหวั
ดและของท้
องถิ่
น ไว้
ว่
าต้
องเปิ
ดโอกาสให้
เครื
อข่
ายภาคี
สมาชิ
กและประชาชนทั่
วไปสามารถ
เข้
ามามี
ส่
วนร่
วมอย่
างสาคั
ญในการดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรมร่
วมกั
นอย่
างกว้
างขวางและทั่
วถึ
ง โดย
๑) การสร้
างแรงจู
งใจให้
ดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรมตามภาระหน้
าที่
โดยควรสร้
างความรู้
ความ
เข้
าใจและตระหนั
กในคุ
ณค่
าและความสาคั
ญ ของวั
ฒนธรรมและงานวั
ฒนธรรม ให้
เข้
าใจถึ
งผลดี
ของ
การดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรมตามบทบาทหน้
าที่
ความรั
บผิ
ดชอบและผลเสี
ยของการไม่
ดาเนิ
นงาน
วั
ฒนธรรมตามบทบาทหน้
าที่
ความรั
บผิ
ดชอบ ซึ่
งสามารถก่
อให้
เกิ
ดความรู้
ความเข้
าใจ ความสานึ
ตระหนั
ก จนเกิ
ดแรงจู
งใจที่
จะร่
วมกั
นดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรมได้
๒) การสร้
างแรงจู
งใจให้
รวมตั
วกั
นเป็
นสภาวั
ฒนธรรม โดยควรสร้
างความรู้
ความ
เข้
าใจ และสานึ
กตระหนั
กในคุ
ณค่
า ความสาคั
ญและพลั
งของการรวมตั
วกั
นเป็
นประชาสั
งคมเพื่
อการ
ดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรมในระดั
บต่
างๆ รวมทั้
งการรวมตั
วกั
นดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรมตามความถนั
ดและ
ความสนใจ แล้
วเข้
าเป็
นเครื
อข่
ายภาคี
สมาชิ
กของสภาวั
ฒนธรรมเพื่
อดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรมร่
วมกั
นและ
ควรทาให้
เกิ
ดทั
ศนคติ
ที่
จะต้
องรวมตั
วกั
นขึ้
นเป็
นสภาวั
ฒนธรรมเพื่
อดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรม และเข้
ามามี
ส่
วนร่
วมอย่
างสาคั
ญในการดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรม
๓) การจั
ดลาดั
บความสาคั
ญของวั
ตถุ
ประสงค์
และหน้
าที่
ต่
างๆ ที่
ไม่
ขั
ดกั
บมู
ลเหตุ
จู
งใจ
ความประสงค์
และความสามารถของเครื
อข่
ายภาคี
สมาชิ
ก เนื่
องจากเครื
อข่
ายภาคี
สมาชิ
กได้
ปฏิ
บั
ติ
งานด้
าน
วั
ฒนธรรมในลั
กษณะต่
างๆ ตามบทบาทหน้
าที่
ความรั
บผิ
ดชอบ และตามความถนั
ด ความสนใจซึ่
งสภา
วั
ฒนธรรมควรเข้
าใจในข้
อความจริ
งนี้
แล้
วจั
ดลาดั
บของการดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรมที่
ไม่
ขั
ดหรื
อแย้
งกั
บทบาทหน้
าที่
ความรั
บผิ
ดชอบ ความถนั
ด และความสนใจของเครื
อข่
ายภาคี
สมาชิ
ก และควรมอบหมาย
1...,358,359,360,361,362,363,364,365,366,367 369,370,371,372,373,374,375,376,377,378,...385
Powered by FlippingBook