๕๕๘
และยั
งสอดคล้
องกั
บที่
กาหนดไว้
ในพระราชบั
ญญั
ติ
วั
ฒนธรรมแห่
งชาติ
พ .ศ. ๒๕๕๓ มาตรา
๑๕ ที่
กาหนดให้
สภาวั
ฒนธรรมประกอบด้
วยกรรมการและสมาชิ
กที่
มาจากผู้
แทนองค์
กรที่
ดาเนิ
นงาน
วั
ฒนธรรมหรื
อองค์
กรที่
เกี่
ยวข้
อง ซึ่
งเป็
นองค์
กรเครื
อข่
ายวั
ฒนธรรม เช่
น เครื
อข่
ายภาครั
ฐ เครื
อข่
าย
ภาคเอกชน เครื
อข่
ายภาคชุ
มชน เครื
อข่
ายภาคธุ
รกิ
จ เครื
อข่
ายปราชญ์
ชาวบ้
าน และเครื
อข่
ายวิ
ชาการ
ซึ
่
งสานั
กงานคณะกรรมการวั
ฒนธรรมแห่
งชาติ
(๒๕๔๗, หน้
า ๑๗-๑๘) และได้
กาหนดให้
สภา
วั
ฒนธรรมจั
งหวั
ดประกอบด้
วยสมาชิ
กที่
มาจากองค์
กรที่
ดาเนิ
นงานด้
านวั
ฒนธรรมที่
อยู่
ในจั
งหวั
ดนั้
นๆ
ซึ่
งประกอบด้
วยองค์
กรเครื
อข่
ายทางวั
ฒนธรรม ๕ กลุ่
ม เรี
ยกว่
า “เบญจภาคี
” ดั
งนี้
๑) องค์
กรภาครั
ฐ ได้
แก่
หน่
วยราชการและรั
ฐวิ
สาหกิ
จที่
ปฏิ
บั
ติ
งานอยู่
ในจั
งหวั
ดนั้
นๆ ทั้
ง
ที่
เป็
นหน่
วยงานส่
วนกลาง ส่
วนภู
มิ
ภาค และส่
วนท้
องถิ่
น
๒) องค์
กรเอกชน ได้
แก่
องค์
กรสาธารณประโยชน์
ที่
เกิ
ดจากการรวมตั
วของประชาชน
๓) องค์
กรชุ
มชน ได้
แก่
องค์
กรที่
เกิ
ดจากการรวมตั
วตามความถนั
ดและความสนใจของ
ประชาชนเพี่
อป้
องกั
นหรื
อ แก้
ไขปั
ญหาและพั
ฒนาท้
องถิ่
น รวมทั้
งการรวมตั
วกั
นตามธรรมชาติ
ใน
รู
ปแบบอื่
นๆ
๔) องค์
การธุ
รกิ
จ ได้
แก่
บริ
ษั
ทห้
างร้
าน โรงแรม ศู
นย์
การค้
า ธนาคาร ชมรมนั
กธุ
รกิ
จ
สหกรณ์
และองค์
กรธุ
รกิ
จรู
ปแบบอื่
นๆ
๕) องค์
กรวิ
ชาการ ได้
แก่
สถาบั
นการศึ
กษา พิ
พิ
ธภั
ณฑ์
ศู
นย์
วั
ฒนธรรม หอ วั
ฒนธรรม
นิ
ทั
ศน์
รวมทั้
งบุ
คคลที่
เป็
นผู้
นาทั้
งที่
ได้
รั
บการแต่
งตั้
งจากทางราชการและโดยธรรมชาติ
เช่
น พระ ผู้
นา
ทางศาสนา ศิ
ลปิ
นแห่
งชาติ
ผู้
มี
ผลงานดี
เด่
นทางด้
านวั
ฒนธรรม คนดี
ศรี
สั
งคม ปราชญ์
ชาวบ้
าน
ผู้
ทรงคุ
ณวุ
ฒิ
ผู้
เชี่
ยวชาญและผู้
ชานาญการในสาขาวิ
ชาชี
พ งานศิ
ลปะและงานวั
ฒนธรรมในสาขาต่
าง ๆ
๒. จากผลการวิ
จั
ยที่
พบว่
า การได้
รั
บการส่
งเสริ
ม /สนั
บสนุ
นในการดาเนิ
นการของสภา
วั
ฒนธรรมจากหน่
วยงาน/องค์
กรต่
างๆ ในพื้
นที่
/ท้
องถิ่
นเป็
นปั
จจั
ยที่
สั
มพั
นธ์
กั
บการดาเนิ
นงานของสภา
วั
ฒนธรรมในเชิ
งปฏิ
ฐานในระดั
บมาก ซึ่
งสอดคล้
องกั
บบทบั
ญญั
ติ
ของ รั
ฐธรรมนู
ญแห่
งราชอาณาจั
กร
ไทย พุ
ทธศั
กราช ๒๕๕๐ ที่
ได้
กาหนดไว้
ในหมวด ๑๔ การปกครองส่
วนท้
องถิ่
น มาตรา ๒๙๐ ว่
า
“องค์
การปกครองส่
วนท้
องถิ่
นย่
อมมี
อานาจหน้
าที่
บารุ
งรั
กษาศิ
ลปะ จารี
ตประเพณี
ภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ่
น
และวั
ฒนธรรมอั
นดี
ของท้
องถิ่
น องค์
การปกครองส่
วนท้
องถิ่
นย่
อมมี
สิ
ทธิ
จะจั
ดก ารศึ
กษาอบรม และ
การฝึ
กอาชี
พตามความเหมาะสม และตามความต้
องการภายในท้
องถิ่
นนั้
น และเข้
าไปมี
ส่
วนร่
วมใน
การจั
ดการศึ
กษาอบรมของรั
ฐ โดยคานึ
งถึ
งความสอดคล้
องกั
บมาตรฐานและระบบการศึ
กษาของชาติ
การจั
ดการศึ
กษาอบรมภายในท้
องถิ่
นตามวรรคสอง องค์
การปกครองส่
วนท้
องถิ่
นต้
องคานึ
งถึ
งการ
บารุ
งรั
กษาศิ
ลปะ จารี
ตประเพณี
ภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ่
น และวั
ฒนธรรมอั
นดี
ของท้
องถิ่
นด้
วย”
และในพระราชบั
ญญั
ติ
สภาตาบลและองค์
การบริ
หารส่
วนตาบล พ .ศ. ๒๕๓๗ (และที่
แก้
ไขเพิ่
มเติ
ม) มาตรา ๖๗ ได้
กาหนดให้
งานวั
ฒนธรรมเป็
นอานาจและหน้
าที่
ขององค์
การบริ
หารส่
วน
ตาบล กล่
าวคื
อ ให้
องค์
การบริ
หารส่
วนตาบลมี
อานาจหน้
าที่
โดยเฉพาะใน
(๕) ส่
งเสริ
มการศึ
กษา
ศาสนา และวั
ฒนธรรม
และ
(๘) บารุ
งรั
กษาศิ
ลปะ จารี
ต ประเพณี
ภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ่
น และวั
ฒนธรรม
อั
นดี
ของท้
องถิ่
น