บทเรียนการดำเนินงานสภาวัฒนธรรม - page 370

๕๖๓
เคารพสิ
ทธิ
ชุ
มชน อั
นเป็
นเงื่
อนไขสาคั
ญของการพั
ฒนาไปสู่
ความเป็
นพหุ
สั
งคมที่
ผู้
คนแต่
ต่
างกั
นทั้
งในด้
าน
ฐานะทางเศรษฐกิ
จ ระบบการผลิ
ต วิ
ถี
ชี
วิ
ต และชาติ
พั
นธุ์
ข้
อเสนอแนะจากการวิ
จั
จากสรุ
ปผลการวิ
จั
ยข้
างต้
น สามารถนาสู่
ข้
อเสนอแนะจากการวิ
จั
ย ได้
ดั
งนี้
๑. ข้
อเสนอแนะสาหรั
บการนาผลวิ
จั
ยไปใช้
ในการดาเนิ
นงาน
๑.๑ จากผลการวิ
จั
ยที่
พบว่
าองค์
ประกอบของเครื
อข่
ายภาคี
สมาชิ
กสภาวั
ฒนธรรม เป็
ปั
จจั
ยที่
สั
มพั
นธ์
กั
บการดาเนิ
นงานของสภาวั
ฒนธรรมในเชิ
งปฏิ
ฐานในระดั
บปานกลาง
และ
คณะกรรมการบริ
หาร สภาวั
ฒนธรรม เป็
นปั
จจั
ยที่
สั
มพั
นธ์
กั
บการดาเนิ
นงานของสภาวั
ฒนธรรมใน
เชิ
งปฏิ
ฐานในระดั
บปานกลาง
และเมื่
อพิ
จารณาประกอบกั
บบทบั
ญญั
ติ
ใน รั
ฐธรรมนู
ญแห่
ราชอาณาจั
กรไทย พุ
ทธศั
กราช ๒๕๕๐ ที่
ได้
กาหนดไว้
ในหมวด ๔ หน้
าที่
ของชนชาวไทย มาตรา ๗๓
ว่
“บุ
คคลมี
หน้
าที่
... พิ
ทั
กษ์
ปกป้
อง และสื
บสานศิ
ลปวั
ฒนธรรมของชาติ
และภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ่
น และ
สิ่
งแวดล้
อม ทั้
งนี้
ตามที่
กฎหมายบั
ญญั
ติ
และหมวด ๓ สิ
ทธิ
และเสรี
ภาพของชนชาวไทย ส่
วนที่
๑๒
สิ
ทธิ
ชุ
มชน มาตรา ๖๖ ว่
“บุ
คคลซึ่
งรวมตั
วกั
นเป็
นชุ
มชน ชุ
มชนท้
องถิ่
น หรื
อชุ
มชนท้
องถิ่
นดั้
งเดิ
ย่
อมมี
สิ
ทธิ
อนุ
รั
กษ์
หรื
อฟื้
นฟู
จารี
ตประเพณี
ภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ่
น ศิ
ลปวั
ฒนธรรมอั
นดี
ของท้
องถิ่
น และ
ของชาติ
ซึ่
งแสดงให้
เห็
นว่
าการดาเนิ
นงานด้
านวั
ฒนธรรมนั้
นเป็
นทั้
ง “สิ
ทธิ
” และ “หน้
าที่
” ของ
ประชาชน ทั้
งที่
เป็
น “บุ
คคล” “ครอบครั
ว” และ “ชุ
มชน” ที่
เป็
น “เจ้
าของวั
ฒนธรรม ” ที่
จะต้
อง
เรี
ยนรู้
ทาความเข้
าใจ และดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรม (ทั้
งในด้
านการศึ
กษาค้
นคว้
าวิ
จั
ย การอนุ
รั
กษ์
การ
ฟื้
นฟู
การส่
งเสริ
ม การเผยแพร่
การสื
บทอด และการพั
ฒนา ) ด้
วยการ “ระเบิ
ดจากข้
างใน ” ซึ่
งจะ
ส่
งผลให้
เกิ
ดการพึ่
งตนเอง พั
ฒนาตนเองได้
อย่
างต่
อเนื่
อง และยั่
งยื
น ซึ่
งจะส่
งผลต่
อเนื่
องไปถึ
งการที่
จะ
ทาให้
เกิ
ดการกิ
นดี
อยู่
ดี
และมี
ความสุ
ขได้
อย่
างมี
ศั
กดิ์
ศรี
ดั
งนั้
น กระทรวงวั
ฒนธรรมและกรมต่
างๆ
ควรสร้
างความเข้
าใจให้
กั
บประชาชนอย่
างกว้
างขวางและทั่
วถึ
ง เพื่
อให้
ประชาชนเกิ
ดความเข้
าใจ เกิ
ความตระหนั
ก เห็
นคุ
ณค่
าและร่
วมกั
นดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรมของตนเองตามความถนั
ด /ความสนใจลง
มื
อในฐานะ “เจ้
าของวั
ฒนธรรม ” และควรขยายเครื
อข่
ายภาคี
สมาชิ
กออกไปอย่
างกว้
างขวางและ
เชื่
อมโยงกั
นเป็
นเครื
อข่
าย ควรมี
การขยายทั้
งแนวตั้
งและแนวนอนจนสามารถ “ถั
กทอ” กั
นได้
อย่
าง
แข็
งแรง ในขณะเดี
ยวกั
นก็
ส่
งเสริ
มและสนั
บสนุ
นให้
เครื
อข่
ายภาคี
สมาชิ
กต่
างๆ ได้
ประสานเชื่
อมโยงกั
เป็
นเครื
อข่
ายเพื่
อให้
เกิ
ดพลั
งในการดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรมของท้
องถิ่
นได้
อย่
างพร้
อมเพรี
ยง และไปใน
ทิ
ศทางเดี
ยวกั
น โดยเน้
นการมี
ส่
วนร่
วมอย่
างสาคั
ญของเครื
อข่
ายภาคี
สมาชิ
กและประชาชน ซึ
งควรเน้
การดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรมที่
เกิ
ดจากการมี
ส่
วนร่
วมของ เครื
อข่
าย ภาคี
สมาชิ
กและประชาชนอย่
าง
กว้
างขวางและทั่
วถึ
ง ควรให้
ประชาชนมี
ส่
วนร่
วมอย่
างสาคั
ญในการคิ
ดและร่
วมกั
นดาเนิ
นการตาม
วิ
ถี
ทางประชาธิ
ปไตย โดยเน้
นงานวั
ฒนธรรมที่
ใกล้
ตั
วประชาชนที่
สุ
ดก่
อนที่
จะขยายวงออกไปยั
งเรื่
อง
อื่
นๆ
๑.๒ จากผลการวิ
จั
ยที่
พบว่
าการได้
รั
บการส่
งเสริ
ม/สนั
บสนุ
นในการดาเนิ
นการของสภา
วั
ฒนธรรมจากหน่
วยงาน/องค์
กรต่
างๆ ในพื้
นที่
/ท้
องถิ่
นเป็
นปั
จจั
ยที่
สั
มพั
นธ์
กั
บการดาเนิ
นงานของสภา
วั
ฒนธรรมในเชิ
งปฏิ
ฐานในระดั
บมาก และเมื่
อพิ
จารณาประกอบกั
บบทบั
ญญั
ติ
ใน รั
ฐธรรมนู
ญแห่
ราชอาณาจั
กรไทย ๒๕๕๐ ที่
ได้
กาหนดไว้
ในหมวด ๑๔ การปกครองส่
วนท้
องถิ่
น มาตรา ๒๙๐ ว่
1...,360,361,362,363,364,365,366,367,368,369 371,372,373,374,375,376,377,378,379,380,...385
Powered by FlippingBook