บทเรียนการดำเนินงานสภาวัฒนธรรม - page 366

๕๕๙
และในพระราชบั
ญญั
ติ
เทศบาล (ฉบั
บที่
๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ และ ๑๑ ได้
กาหนดให้
งานวั
ฒนธรรมเป็
นอานาจและหน้
าที่
ของเทศบาล กล่
าวคื
อ ได้
กาหนดให้
เทศบาล มี
หน้
าที่
โดยเฉพาะใน
(๘) บารุ
งรั
กษาศิ
ลปะ จารี
ต ประเพณี
ภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ่
น และวั
ฒนธรรมอั
นดี
ของ
ท้
องถิ่
และ
(๑๘) การส่
งเสริ
มการกี
ฬา จารี
ต ประเพณี
อั
นดี
งามของท้
องถิ่
ซึ่
งแสดงให้
เห็
นว่
าองค์
กรปกครองส่
ว นท้
องถิ่
น (ทั้
งองค์
การบริ
หารส่
วนตาบล เทศบาล
องค์
การบริ
หารส่
วนจั
งหวั
ด กรุ
งเทพมหานคร และอื่
นๆ) มี
อานาจหน้
าที่
ความรั
บผิ
ดชอบในการ โอบอุ้
ดู
แลให้
ประชาชน (โดยสภาวั
ฒนธรรม ) สามารถดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรมของตนเองได้
จนประสบ
ความสาเร็
จได้
อย่
างมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ โดยการทาหน้
าที่
ในกา รสร้
างโอกาส ส่
งเสริ
ม สนั
บสนุ
น กระตุ้
และอานวยความสะดวกให้
ประชาชนได้
ดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรมในฐานะ “เจ้
าของวั
ฒนธรรม” ได้
โดย
การจั
ดทาแผนงาน โครงการ และจั
ดสรรงบประมาณ
๓. จากผลการวิ
จั
ยที่
พบว่
า การได้
รั
บการส่
งเสริ
ม /สนั
บสนุ
นในการดาเนิ
นการของสภา
วั
ฒนธรรมจากกระทรวงวั
ฒนธ รรมและกรมต่
างๆ เป็
นปั
จจั
ยที่
สั
มพั
นธ์
กั
บการดาเนิ
นงานของสภา
วั
ฒนธรรมในเชิ
งปฏิ
ฐานในระดั
บมาก ซึ่
งสอดคล้
องกั
บบทบั
ญญั
ติ
ในรั
ฐธรรมนู
ญแห่
งราชอาณาจั
กรไทย
พุ
ทธศั
กราช ๒๕๕๐ จึ
งได้
กาหนดไว้
ในหมวด ๕ แนวนโยบายพื้
นฐานแห่
งรั
ฐ ส่
วนที่
๔ แนวนโยบาย
ด้
านศาสนา สั
งคม การสาธารณสุ
ข การศึ
กษา และวั
ฒนธรรม มาตรา ๘๐ ว่
“รั
ฐต้
องดาเนิ
นการตาม
แนวนโยบายด้
านสั
งคม การสาธารณสุ
ข การศึ
กษา และวั
ฒนธรรม ใน
(๖) ส่
งเสริ
มและสนั
บสนุ
ความรู้
รั
กสามั
คคี
และการเรี
ยนรู้
ปลู
กจิ
ตสานึ
ก และเผยแพร่
ศิ
ลปวั
ฒนธรรมและขนบธรรมเนี
ยม
ประเพณี
ของชาติ
ตลอดจนค่
านิ
ยมอั
นดี
งาม และภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ่
น”
และในส่
วนที่
๙ แนวนโยบาย
ด้
านวิ
ทยาศาสตร์
ทรั
พย์
สิ
นทางปั
ญญา และพลั
งงาน มาตรา ๘๖ ว่
“รั
ฐต้
องดาเนิ
นการตาม
แนวนโยบายด้
านวิ
ทยาศาสตร์
ทรั
พย์
สิ
นทางปั
ญญา และพลั
งงาน ใน (๒) ส่
งเสริ
มการประดิ
ษฐ์
หรื
การค้
นคิ
ดเพื่
อให้
เกิ
ดความรู้
ใหม่
รั
กษา และพั
ฒนาภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ่
น รวมทั้
งให้
ความคุ้
มครอง
ทรั
พย์
สิ
นทางปั
ญญา”
ซึ่
งแสดงให้
เห็
นว่
ารั
(โดยหน่
วยงานของรั
ฐ โดยเฉพาะกระทรวงวั
ฒนธรรม
กระทรวงศึ
กษาธิ
การ และหน่
วยงานต่
างๆ ) มี
อานาจหน้
าที่
ความรั
บผิ
ดชอบ ร่
วมกั
บองค์
กรพั
ฒนา
เอกชน องค์
กรธุ
รกิ
จเอกชน สื่
อสารมวลชน และอื่
นๆ เพื่
อร่
ว มกั
นทาหน้
าที่
โอบอุ้
มดู
แลให้
สภา
วั
ฒนธรรมสามารถดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรมของตนเองได้
จนประสบความสาเร็
จได้
อย่
างมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ
โดยการทาหน้
าที่
ในการสร้
างโอกาส ส่
งเสริ
ม สนั
บสนุ
น กระตุ้
น และอานวยความสะดวกให้
ทั้
งองค์
กร
ปกครองส่
วนท้
องถิ่
นและประชาชนได้
ดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรมในฐานะ “เจ้
าของวั
ฒนธรรม” ได้
โดยการ
จั
ดทาแผนงาน โครงการ และจั
ดสรรงบประมาณ ตามความเหมาะสม
๔. จากผลการวิ
จั
ยที่
พบว่
า การพั
ฒนาสภาวั
ฒนธรรม เป็
นปั
จจั
ยที่
สั
มพั
นธ์
กั
บการดาเนิ
นงาน
ของสภาวั
ฒนธรรม ในเชิ
งปฏิ
ฐานในระดั
บมาก ซึ่
งสอดคล้
องกั
บประเวศ
วะสี
(๒๕๓๗, หน้
า ๒๓-๒๖)
ที่
ได้
เสนอยุ
ทธศาสตร์
เพื่
อเป็
นแนวทางใหญ่
สาหรั
บส่
งเสริ
มเรื่
องวั
ฒนธรรมกั
บการพั
ฒนาไว้
ประการดั
งนี้
1...,356,357,358,359,360,361,362,363,364,365 367,368,369,370,371,372,373,374,375,376,...385
Powered by FlippingBook