การศึกษางบประมาณด้านวัฒนธรรมภาครัฐ ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ - page 24

10
เข้
มแข็
งของสถาบั
นหลั
กทางสั
งคม พั
ฒนาบทบาทของสถาบั
นทางสั
งคมให้
เอื้
อต่
อการพั
ฒนาคน และสร้
างค่
านิ
ยมให้
คน
ไทยภาคภู
มิ
ใจในวั
ฒนธรรมไทย และยอมรั
บความแตกต่
างของความหลากหลายทางวั
ฒนธรรม เพื่
อลดปั
ญหาความ
ขั
ดแย้
งทางความคิ
ด และสร้
างความเป็
นเอกภาพในสั
งคม ตลอดจนสร้
างเครื
อข่
ายความร่
วมมื
อทางวั
ฒนธรรมร่
วมกั
ประชาคมโลก โดยเฉพาะประชาคมอาเซี
ยน เพื่
อให้
เกิ
ดการไหลเวี
ยนทางวั
ฒนธรรมในรู
ปแบบการแลกเปลี่
ยนเรี
ยนรู้
เพื่
อส่
งเสริ
มความเข้
าใจระหว่
างประชาชนในการเรี
ยนรู้
ประวั
ติ
ศาสตร์
วั
ฒนธรรม และการรั
บรู้
ข้
อมู
ลข่
าวสารของกั
และกั
น” (สํ
านั
กนายกรั
ฐมนตรี
. 2554 : หน้
าบทนํ
า)
สรุ
ปว่
า งบประมาณปี
พุ
ทธศั
กราช 2554 เป็
นงบประมาณที่
รั
ฐจั
ดสรรให้
กระทรวง และกรมต่
างๆ ภายใต้
แผนพั
ฒนาเศรษฐกิ
จและสั
งคมแห่
งชาติ
ฉบั
บที่
10 และต่
อเนื่
องเชื่
อมโยงให้
สอดรั
บกั
บแผนพั
ฒนาเศรษฐกิ
จและสั
งคม
แห่
งชาติ
ฉบั
บที่
11 เพื่
อการพั
ฒนาประเทศให้
สอดคล้
อง และบู
รณาการอย่
างต่
อเนื่
องและยั่
งยื
2.3 แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บการจั
ดการภาครั
เกริ
กเกี
ยรติ
พิ
พั
ฒน์
เสรี
ธรรม
(2546 : 58-59) ได้
ให้
แนวคิ
ดไว้
ว่
า การบริ
หารจั
ดการภาครั
ฐเป็
นศาสตร์
ที่
พั
ฒนามาจากทฤษฎี
ทางรั
ฐศาสนศาสตร์
และการบริ
หารรั
ฐกิ
จ ซึ่
งมี
การพั
ฒนาการมาอย่
างต่
อเนื่
อง นั
กคิ
ดหลายท่
านได้
เสนอทั
ศนะเกี่
ยวกั
บพั
ฒนาการของแนวคิ
ดดั
งกล่
าวโดยแบ่
งตามลั
กษณะเค้
าโครงความคิ
ด หรื
อที่
เรี
ยกว่
า “พาราไดม์
ซึ่
งจํ
าแนกได้
ดั
งนี้
1. การแยกการบริ
หารกั
บการเมื
องออกจากกั
นเป็
นสองส่
วน ( ค.ศ 1900-1926 ) ที่
เป็
นจุ
ดเริ่
มต้
นของ
การศึ
กษาวิ
ชาบริ
หารรั
ฐกิ
จ เป็
นแนวความคิ
ดของการแยกการบริ
หารกั
บการเมื
องออกจากกั
นเป็
นสองส่
วน เป็
แนวความคิ
ดของนั
กรั
ฐศาสตร์
โดย Goodnow ได้
กล่
าวว่
า รั
ฐบาลมี
หน้
าที่
แตกต่
างกั
นอยู่
2 ประการคื
อ การเมื
องและ
การบริ
หาร กล่
าวคื
อ การเมื
องเป็
นเรื่
องของการกํ
าหนดนโยบายหรื
อการแสดงออกซึ่
งเจตนารมณ์
ของรั
ฐ ส่
วนการ
บริ
หารเป็
นการนํ
านโยบายต่
างๆ เหล่
านั้
น ไปปฏิ
บั
ติ
ส่
วน Leonard D. White ได้
ชี้
ให้
เห็
นว่
า การเมื
องไม่
ควรเข้
ามา
แทรกแซงการบริ
หาร การศึ
กษาเรื่
องการบริ
หารรั
ฐกิ
จควรจะเป็
นการศึ
กษาในแบบวิ
ทยาศาสตร์
เป็
นการศึ
กษาถึ
งความ
จริ
ง ปลอดจากค่
านิ
ยม ของผู้
ที่
ศึ
กษา หน้
าที่
ของการบริ
หารก็
คื
อ ประหยั
ดและประสิ
ทธิ
ภาพ ส่
วนการศึ
กษาเกี่
ยวกั
เรื่
องการกํ
าหนดนโยบายสาธารณะและปั
ญหาต่
างๆ ที่
เกี่
ยวข้
องถื
อเป็
นเรื่
องของนั
กรั
ฐศาสตร์
ในระยะนี้
วิ
ชาการบริ
หาร
รั
ฐกิ
จถื
อว่
าเป็
นสาขาหนึ่
งของวิ
ชารั
ฐศาสตร์
2. หลั
กของการบริ
หารจั
ดการ (ค.ศ 1927-1937 ) เป็
นช่
วงที่
ต่
อจากแนวความคิ
ดแรก โดยมองว่
าวิ
ชาการ
บริ
หารรั
ฐกิ
จเป็
นเรื่
องของหลั
กต่
างๆ ของการบริ
หารที่
มี
ลั
กษณะเป็
นวิ
ทยาศาสตร์
แน่
นอน สามารถค้
นพบได้
และนั
บริ
หารสามารถที่
จะนํ
าเอาหลั
กต่
างๆ เหล่
านั้
นไปประยุ
กต์
ได้
ในแนวความคิ
ดนี้
มุ่
งที่
สิ่
งหรื
อประเด็
นที่
ศึ
กษา ซึ้
งก็
คื
ความรู้
ความชํ
านาญเกี่
ยวกั
บหลั
กเกณฑ์
ต่
างๆ ของการบริ
หาร ไม่
ได้
สนใจเกี่
ยวกั
บสถาบั
นที่
ศึ
กษา เพราะมองว่
าการ
บริ
หารรั
ฐกิ
จและธุ
รกิ
จสามารถใช้
หลั
กของการบริ
หารอย่
างเดี
ยวกั
นได้
ตั
วอย่
างหลั
กเกณฑ์
การบริ
หารที่
มี
ชื่
อเสี
ยง เช่
หลั
กที่
เป็
นหน้
าที
ของนั
กบริ
หาร คื
อ POSDCORB ของ Gulic และ Urwick เป็
นต้
น ต่
อมาพาราไดม์
นี้
ได้
รั
บการโจมตี
จากนั
กวิ
ชาการสมั
ยต่
อมา ว่
าการบริ
หารกั
บการเมื
องไม่
สามารถแยกออกจากกั
นได้
และหลั
กการบริ
หารต่
างๆ นั้
นไม่
สอดคล้
องลงรอยตามหลั
กของเหตุ
ผล หลั
กทุ
กอย่
างของการบริ
หารจะมี
หลั
กที่
ตรงกั
นข้
ามกั
นเสมอ หลั
กต่
างๆ ของการ
บริ
หารไม่
สามารถใช้
ได้
ในทางปฏิ
บั
ติ
จะเป็
นได้
แค่
เพี
ยงภาษิ
ตทางการบริ
หารเท่
านั้
1...,14,15,16,17,18,19,20,21,22,23 25,26,27,28,29,30,31,32,33,34,...207
Powered by FlippingBook