การศึกษางบประมาณด้านวัฒนธรรมภาครัฐ ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ - page 23

9
การผลิ
ตโดยทั่
วไป และบู
รณะทางขนส่
งให้
อยู่
ในสภาพที่
ใช้
ได้
สะดวกและรวดเร็
ว ทั้
งนี้
เมื่
อคํ
านึ
งถึ
งทรั
พยากรต่
างๆ ที่
มี
อยู่
และจะพึ
งใช้
ในพั
ฒนาการทางเศรษฐกิ
จแล้
ว โดยส่
วนรวมรายได้
ประชาชาติ
ในระยะ 6 ปี
ข้
างหน้
า คื
อตั้
งแต่
พ.ศ.
2504 จนถึ
ง พ.ศ. 2509 จะเพิ่
มได้
ในอั
ตราร้
อยละ 5 ต่
อปี
และรายได้
ประชาชาติ
คิ
ดเฉลี่
ยต่
อประชากรคนหนึ่
งควรจะ
เพิ่
มในอั
ตราร้
อยละ 3 ต่
อปี
เป็
นอย่
างน้
อย จึ
งมี
คํ
าที่
ฮิ
ตติ
ดหู
ของชาวไทยโดยทั
วไปว่
า “น้ํ
าไหล ไฟสว่
าง ทางดี
” จนถึ
บั
ดนี้
ประเทศไทยได้
ใช้
แผนพั
ฒนาเศรษฐกิ
จและสั
งคมแห่
งชาติ
มาแล้
วถึ
ง 10 ฉบั
ประมาณ 15 ปี
เศษมานี้
ประเทศเปลี่
ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะด้
านเศรษฐกิ
จ สั
งคมวั
ฒนธรรมการเมื
อง
และสิ่
งแวดล้
อม เพราะผลการพั
ฒนาประเทศก่
อนแผนพั
ฒนาฯ ฉบั
บที่
8 ได้
ข้
อสรุ
ปว่
า “การพั
ฒนาเศรษฐกิ
จก้
าวหน้
การพั
ฒนาสั
งคม ทรั
พยากรธรรมชาติ
และสิ่
งแวดล้
อมมี
ปั
ญหา การพั
ฒนาไม่
ยั่
งยื
น และการน้
อมนํ
าหลั
กปรั
ชญาของ
เศรษฐกิ
จพอเพี
ยงมาประยุ
กต์
ใช้
ในการพั
ฒนาประเทศ ที่
เริ่
มดํ
าเนิ
นการตั้
งแต่
แผนพั
ฒนาฯ ฉบั
บที่
8 ต่
อเนื่
องถึ
แผนพั
ฒนาฯ ฉบั
บที่
10 โดยแผนพั
ฒนาฯ ฉบั
บที่
8 เปลี่
ยนแนวคิ
ดจากเดิ
มที่
มุ่
งพั
ฒนาเศรษฐกิ
จ เป็
นการเน้
นให้
คนเป็
ศู
นย์
กลางการพั
ฒนาประเทศทุ
กขั้
นตอนตามหลั
กการทรงงานของพระบาทสมเด็
จพระเจ้
าอยู่
ต่
อเนื่
องแผนพั
ฒนาฯ
ฉบั
บที่
9 ยั
งคงอั
ญเชิ
ญหลั
กปรั
ชญาของเศรษฐกิ
จพอเพี
ยงเป็
นปรั
ชญานาทางการพั
ฒนาประเทศ เน้
นการสร้
างความรู้
ความเข้
าใจเกี่
ยวกั
บหลั
กปรั
ชญาของเศรษฐกิ
จพอเพี
ยงให้
กั
บภาคส่
วนต่
างๆ และแผนพั
ฒนาฯ ฉบั
บที
10 ยั
งคงน้
อมนํ
หลั
กปรั
ชญาของเศรษฐกิ
จพอเพี
ยงที่
เป็
นปรั
ชญาพื้
นฐาน มุ่
งสร้
างภู
มิ
คุ้
มกั
นให้
กั
บประเทศภายใต้
ทุ
นสํ
าคั
ญ 3 ทุ
น ได้
แก่
ทุ
นเศรษฐกิ
จ ทุ
นสั
งคม ทุ
นทรั
พยากรธรรมชาติ
และสิ่
งแวดล้
อมมาเป็
นหลั
กในการพั
ฒนา
โดยผลการพั
ฒนาประเทศในระยะของแผนพั
ฒนาฯ ฉบั
บที่
10 พบว่
าสั
งคมไทยได้
นํ
าหลั
กปรั
ชญาของ
เศรษฐกิ
จพอเพี
ยงมาปรั
บใช้
อย่
างกว้
างขวางในทุ
กภาคส่
วน ขณะที่
ความอยู่
เย็
นเป็
นสุ
ขในช่
วงของแผนพั
ฒนาฯ ฉบั
บที่
10 อยู่
ระหว่
างร้
อยละ 66 – 67 ใกล้
เคี
ยงกั
บร้
อยละ 65 ในปี
2549 ซึ่
งเป็
นปี
สุ
ดท้
ายของแผนพั
ฒนาฯ ฉบั
บที่
9 โดย
ปั
จจั
ยด้
านเศรษฐกิ
จที่
เข้
มแข็
ง การมี
งานทํ
า ความเข้
มแข็
งของชุ
มชน และความอบอุ่
นของครอบครั
ว ส่
งผลต่
อความอยู่
เย็
นเป็
นสุ
ข อย่
างไรก็
ตามปั
จจั
ยที่
ยั
งเป็
นอุ
ปสรรคที่
สํ
าคั
ญ ได้
แก่
ความสมานฉั
นท์
ในสั
งคม สภาพแวดล้
อมและระบบนิ
เวศ
ขาดความสมดุ
ล รวมถึ
งสุ
ขภาวะของคนไทยในด้
านคุ
ณภาพการศึ
กษา” (สํ
านั
กนายกรั
ฐมนตรี
. 2554 : หน้
าบทนํ
า)
ปั
จจุ
บั
นประเทศได้
ประกาศใช้
แผนพั
ฒนาเศรษฐกิ
จและสั
งคมแห่
งชาติ
ฉบั
บที่
11 โดยประกาศใช้
อย่
างเป็
ทางการมาแล้
วเกื
อบครบปี
แผนพั
ฒนาฯ ฉบั
บที่
11 ส่
วนหนึ่
งเกิ
ดจากการประเมิ
นสถานการณ์
“ความเสี่
ยงและการ
สร้
างภู
มิ
คุ้
มกั
นของประเทศจากกระแสโลกาภิ
วั
ตน์
ที่
มี
ผลกระทบต่
อวั
ฒนธรรมประเพณี
ดั้
งเดิ
มที่
ดี
งาม ส่
งผลให้
สั
งคมไทย
มี
ความเป็
นวั
ตถุ
นิ
ยม คนไทยให้
ความสํ
าคั
ญกั
บศี
ลธรรมและวั
ฒนธรรมที่
ดี
งามลดลง ทั้
งการดํ
ารงชี
วิ
ตประจํ
าวั
น การใช้
ชี
วิ
ตและความสั
มพั
นธ์
กั
บผู้
อื่
น มุ่
งหารายได้
เพื่
อสนองความต้
องการ การช่
วยเหลื
อเกื้
อกู
ลกั
นลดลง ความมี
น้ํ
าใจไมตรี
น้
อยลง ต่
างแก่
งแย่
งเอารั
ดเอาเปรี
ยบกั
น ทํ
าให้
คนไทยขาดความสามั
คคี
การเคารพสิ
ทธิ
ผู้
อื่
น และการยึ
ดถื
อประโยชน์
ส่
วนรวม” (สํ
านั
กนายกรั
ฐมนตรี
. 2554 : หน้
าบทนํ
า)
แผนพั
ฒนาเศรษฐกิ
จและสั
งคมแห่
งชาติ
ฉบั
บที่
11 มี
ประเด็
นการพั
ฒนาอยู่
ที่
“การเตรี
ยมคนไทยให้
มี
การ
เรี
ยนรู้
ตลอดชี
วิ
ต มุ่
งพั
ฒนาคนไทยให้
มี
ศั
กยภาพในการคิ
ดวิ
เคราะห์
สั
งเคราะห์
มี
ความคิ
ดสร้
างสรรค์
ใฝ่
เรี
ยนรู้
มี
คุ
ณธรรมจริ
ยธรรม ค่
านิ
ยมที่
ดี
งาม รู้
จั
กสิ
ทธิ
หน้
าที่
ของตนเองและผู้
อื่
น ควบคู่
กั
บการเสริ
มสร้
างและพั
ฒนาโครงสร้
าง
พื้
นฐานทางปั
ญญาและแหล่
งเรี
ยนรู้
ในระดั
บชุ
มชน โดยมี
ยุ
ทธศาสตร์
การเสริ
มสร้
างความเข้
มแข็
งของสถาบั
นทางสั
งคม
ส่
งเสริ
มให้
ทุ
กภาคส่
วนนํ
าค่
านิ
ยมและวั
ฒนธรรมที่
ดี
งามของไทยเป็
นฐานในการพั
ฒนาคนและสั
งคม โดยส่
งเสริ
มความ
1...,13,14,15,16,17,18,19,20,21,22 24,25,26,27,28,29,30,31,32,33,...207
Powered by FlippingBook