nt141 - page 29

21
อั
ลเฟรต รั
สป์
(Alfred Rasp, 1973) ศึ
กษาพบว่
าการวิ
จั
ยจํ
านวนมากได้
ตั
ดการส่
แบบสอบถามในรอบที่
4ออกไปทั
งนี
เพราะจะมี
ความแตกต่
างกั
นน้
อยมากในความคิ
ดเห็
นที่
ได้
จาก
รอบที่
3และรอบที่
4และข้
อมู
ลที่
ได้
เพิ่
มไม่
คุ
มกั
บความพยายามในการดํ
าเนิ
นการจั
ดทํ
า (อ้
างถึ
งใน
ประยู
รศรี
ประสานธน์
, 2523)
ง. ข้
อได้
เปรี
ยบของการศึ
กษาแบบเทคนิ
คเดลฟายมี
ดั
งนี
1. เป็
นความคิ
ดเห็
นของกลุ่
มผู
เชี่
ยวชาญในสาขาวิ
ชานั
นอย่
างแท้
จริ
2. ได้
มาจากการยํ
าถามหลายรอบจึ
งเป็
นคํ
าตอบที่
ได้
จากการกลั่
นกรองหลายรอบ
3. ผู
เชี่
ยวชาญแต่
ละคนแสดงความคิ
ดเห็
นของตนเองอย่
างเต็
มที่
และอิ
สระไม่
ได้
ตกอยู
ภายใต้
อิ
ทธิ
พลทางความคิ
ดหรื
ออํ
านาจเสี
ยงส่
วนใหญ่
เพราะผู
เชี่
ยวชาญเหล่
านั
นจะไม่
ทราบว่
ามี
ใคร
อยู
ในกลุ่
มผู
เชี่
ยวชาญบ้
างและไม่
ทราบด้
วยว่
าแต่
ละคนมี
ความคิ
ดเห็
นอย่
างไร
4. เป็
นเทคนิ
คที่
สามารถรวบรวมความคิ
ดเห็
นโดยไม่
ต้
องมี
การพบปะประชุ
มกั
นจึ
งทํ
าให้
ทุ
นเวลาและค่
าใช้
จ่
ายเป็
นอย่
างมาก
จ. ข้
อดี
ของการศึ
กษาแบบเทคนิ
คเดลฟายดั
งนี
(Bunning, 1979)
1. การใช้
แบบสอบถามทางไปรษณี
ย์
เปิ
ดโอกาสให้
ผู
เชี่
ยวชาญแต่
ละคนที่
ตอบได้
แสดง
ความคิ
ดเห็
นโดยไม่
ได้
รั
บอิ
ทธิ
พลต่
อผู
อื่
2. เมื่
อผู
เชี่
ยวชาญที่
ตอบในรอบแรกนี
ได้
มี
โอกาสที่
จะได้
ข้
อมู
ลย้
อนกลั
บในรอบที่
1
รอบที่
2ทํ
าให้
สามารถที่
จะทบทวนความคิ
ดเห็
นของตั
วเองและให้
ข้
อคิ
ดและทั
ศนะที่
ละเอี
ยดและ
ถู
กต้
องมากยิ่
งขึ
นโดยทั่
วไปแล้
วผู
วิ
จั
ยที่
ใช้
เทคนิ
คเดลฟายนี
เห็
นว่
าการใช้
แบบสอบถามตามแบบเดล
ฟายให้
ข้
อมู
ลที่
ถู
กต้
องและเป็
นประโยชน์
มากกว่
าการสั
มภาษณ์
หรื
อจากการที่
ให้
ผู
เชี่
ยวชาญ
นั่
งอภิ
ปรายประชุ
มร่
วมกั
ฉ. ปั
ญหาของการศึ
กษาแบบเทคนิ
คเดลฟาย
(Bunning, 1979)
1. ผู
เชี่
ยวชาญที่
ตอบแบบสอบถามบางครั
งเกิ
ดความรํ
าคาญ โดยเฉพาะในการให้
ตอบ
แบบสอบถามรอบแรกที่
เป็
นคํ
าถามกว้
างมากซึ
งผู
เชี่
ยวชาญต้
องแสดงความคิ
ดเห็
นของตนเอง
2. ต้
องใช้
เวลาในการวิ
จั
ยมาก เนื่
องจากมี
การถามตอบโดยแบบสอบถาม3รอบ
การที่
เทคนิ
คเดลฟายเป็
นระบบที่
ใช้
ความเห็
นของกลุ่
มผู
เชี่
ยวชาญในสาขานั
นๆและเป็
การระดมความเห็
นจากผู
เชี่
ยวชาญโดยไม่
ต้
องคํ
านึ
งถึ
งความคิ
ดเห็
นของผู
เชี่
ยวชาญคนอื่
น ไม่
ต้
อง
มี
การเผชิ
ญหน้
ากั
นระหว่
าผู
เชี่
ยวชาญ ผู
วิ
จั
ยจึ
งมี
ความเห็
นว่
าน่
าจะเป็
นวิ
ธี
วิ
จั
ยที่
เหมาะสมกั
สั
งคมไทยที่
มี
ความเกรงใจกั
นในการแสดงความคิ
ดเห็
ช. ทํ
าไมต้
องใช้
การศึ
กษาเทคนิ
คเดลฟาย
วิ
ธี
การที่
ใช้
กั
นมาตั
งแต่
ดั
งเดิ
มในการหาความสอดคล้
องหรื
อข้
อยุ
ติ
ของความคิ
ดเห็
ของกลุ่
มบุ
คคลในเรื่
องใดเรื่
องหนึ
ง คื
อ การอภิ
ปรายกลุ่
มระหว่
างผู
ที่
เกี่
ยวข้
องและสรุ
ปข้
ตกลงร่
วมกั
นซึ
งในวิ
ธี
การนี
มั
กจะประนี
ประนอมความคิ
ดเห็
นที่
แตกต่
างกั
นการประนี
ประนอม
1...,19,20,21,22,23,24,25,26,27,28 30,31,32,33,34,35,36,37,38,39,...202
Powered by FlippingBook