19
ของสถานที่
นั
้
นๆและควรได้
รั
บการจั
ดการและเผยแพร่
ในลั
กษณะที่
รั
กษาความแท้
จริ
งของสถานที่
ให้
คงอยู
่
และส่
งเสริ
มประสบการณ์
แก่
ผู
้
มาเยื
อนด้
วยการรั
กษาระดั
บจํ
านวนนั
กท่
องเที่
ยวและ
หลี
กเลี่
ยงจํ
านวนนั
กท่
องเที่
ยวที่
มากไปในหนึ
่
งวั
น การประชาสั
มพั
นธ์
ควรมี
การกระจายผล
ให้
กว้
างขึ
้
น และควรลดแรงกดดั
นในสถานที่
ท่
องเที่
ยวที่
ได้
รั
บความนิ
ยมมาก โดยสนั
บสนุ
น
เสนอแนะให้
นั
กท่
องเที่
ยวได้
เยื
อนแหล่
งท่
องเที่
ยวอื่
น เพื่
อมี
ประสบการณ์
กว้
างขึ
้
นและกระจาย
จํ
านวนนั
กท่
องเที่
ยวส่
วนการขายสิ
นค้
าในท้
องถิ่
นและสิ
นค้
าอื่
นๆควรมี
ผลตอบแทนทั
้
งในแง่
สั
งคม
และเศรษฐกิ
จให้
กั
บคนในพื
้
นที่
อย่
างเหมาะสมและในขณะเดี
ยวกั
นก็
จะต้
องแน่
ใจว่
าความสมบู
รณ์
โดยรวมของวั
ฒนธรรมจะต้
องคงอยู
่
ต่
อไป
5. การศึ
กษาแบบเทคนิ
คเดลฟาย
การศึ
กษาแบบเทคนิ
คเดลฟายนี
้
ได้
รั
บการยื
นยั
นจากสารานุ
กรมเรื่
องทฤษฎี
และรู
ปแบบที่
ใช้
ในพฤติ
กรรมศาสตร์
ในปี
ค.ศ. 1991 ว่
าเป็
นเทคนิ
คที่
มี
ประโยชน์
โดยเฉพาะในกรณี
ที่
จะทํ
าให้
บุ
คคลที่
เกี่
ยวข้
องในเรื่
องนั
้
นๆที่
กระจายอยู
่
ตามสถานที่
ที่
แตกต่
างกั
นที่
ไม่
สามารถมาประชุ
มร่
วมกั
น
สามารถร่
วมแสดงความคิ
ดเห็
น และประโยชน์
อี
กอย่
างหนึ
่
งคื
อการเปิ
ดโอกาสให้
สมาชิ
กทุ
กคน
ได้
แสดงความคิ
ดเห็
นของตนเองอย่
างอิ
สระ และสามารถแสดงความคิ
ดเห็
นที่
แตกต่
างจากกลุ่
ม
ซึ
่
งทํ
าให้
การศึ
กษามี
ความละเอี
ยดยิ่
งขึ
้
น (Pfeiffer, 1991) การศึ
กษาแบบเดลฟาย เป็
นเทคนิ
คที่
ใช้
ในการหาความคิ
ดเห็
นรวมของกลุ่
มผู
้
เชี่
ยวชาญในประเด็
นใดประเด็
นหนึ
่
งที่
ต้
องการทราบและเป็
น
เทคนิ
คที่
หาความคิ
ดเห็
นที่
สอดคล้
องเป็
นอั
นหนึ
่
งอั
นเดี
ยวกั
น (Consensus) ของผู
้
เชี่
ยวชาญ
โดยไม่
จํ
าเป็
นต้
องให้
ผู
้
เชี่
ยวชาญกลุ่
มนั
้
นมานั่
งเผชิ
ญหน้
ากั
นในที่
ประชุ
มซึ
่
งโดยทั่
วไปจะใช้
วิ
ธี
การ
ทางไปรษณี
ย์
(Linstone and Turoff, 1975) และเทคนิ
คนี
้
ได้
รั
บการยอมรั
บในกลุ่
มนั
กวิ
ชาการ
ทางการศึ
กษาอย่
างมาก เนื่
องจากเป็
นวิ
ธี
ที่
มี
ระบบใช้
ความคิ
ดเห็
นของกลุ่
มผู
้
เชี่
ยวชาญในเรื่
องนั
้
นๆ
อย่
างแท้
จริ
งและผู
้
เชี่
ยวชาญแต่
ละท่
านสามารถแสดงความคิ
ดเห็
นของตนเองอย่
างเต็
มที่
และ
เป็
นอิ
สระโดยไม่
ต้
องคํ
านึ
งถึ
งความคิ
ดเห็
นของบุ
คคลอื่
นและไม่
ตกอยู
่
ภายใต้
อิ
ทธิ
พลของเสี
ยง
ส่
วนใหญ่
หรื
อความคิ
ดเห็
นของผู
้
เชี่
ยวชาญคนอื่
นๆ ( สุ
วรรณ เชื
้
อรั
ตนพงษ์
, 2527-2528)
ก.ความหมายของการศึ
กษาแบบเทคนิ
คเดลฟาย
เทคนิ
คเดลฟายคื
อกระบวนการที่
รวบรวมความคิ
ดเห็
นหรื
อการตั
ดสิ
นใจในเรื่
องใดเรื่
องใด
เรื่
องหนึ
่
งจากผู
้
เชี่
ยวชาญ เพื่
อให้
ได้
ข้
อมู
ลที่
สอดคล้
องเป็
นอั
นหนึ
่
งอั
นเดี
ยวกั
นและมี
ความถู
กต้
อง
น่
าเชื่
อถื
อมากที่
สุ
ดโดยผู
้
ที่
ทํ
าวิ
จั
ยไม่
ต้
องนั
ดผู
้
เชี่
ยวชาญให้
มาประชุ
มพบปะกั
นแต่
ขอร้
อง
ให้
ผู
้
เชี่
ยวชาญแต่
ละคนแสดงความคิ
ดเห็
นหรื
อตั
ดสิ
นปั
ญหาในรู
ปแบบของการตอบแบบสอบถาม
ซึ
่
งเทคนิ
คนี
้
จะทํ
าให้
ผู
้
วิ
จั
ยสมารถระดมความคิ
ดเห็
นจากผู
้
เชี่
ยวชาญในที่
ต่
างๆ ได้
โดยไม่
มี
ข้
อจํ
ากั
ด
และยั
งช่
วยให้
ผู
้
เชี่
ยวชาญแต่
ละท่
านแสดงความคิ
ดเห็
นได้
อย่
างอิ
สระและไม่
ตกอยู
่
ใต้
อิ
ทธิ
พลทาง
ความคิ
ดเห็
นของผู
้
อื่
นหรื
อเสี
ยงส่
วนใหญ่
(สุ
วรรณ เชื
้
อรั
ตนพงษ์
, 2527-2528)