untitled - page 77

๖๗
จากการศึ
กษาของ อาภาภรณ
วรรณา และคณะ
๓๐
พบว
า การเต
นผี
ตาโขนในงานบุ
ญหลวงนั้
น วิ
ธี
การเต
นจะมี
การถ
ายทอดจากรุ
นพี่
สู
รุ
นน
อง โดย
จั
งหวะการเต
นที่
โดดเด
นคื
อ “การขย
มตั
ว ส
ายสะโพก โขยกขา และขยั
บเอว” โดยที่
การขย
มตั
จะมี
ลั
กษณะของการก
าวขาไปข
างหน
าข
างหนึ่
งพร
อมกั
บการโน
มตั
วลงไปด
านหน
านั
บเป
นหนึ่
จั
งหวะ ส
วน การส
ายสะโพกนั้
นสามารถทํ
าได
ด
วยการขยั
บสะโพกไปมาซ
ายและขวา และการ
โขยกขา ก็
มี
ลั
กษณะของการยกขาขึ้
นมาพอประมาณจากนั้
นจึ
งทํ
าการแกว
งขาที่
ยกขึ้
นไปทางด
าน
ซ
าย ส
วน สุ
ริ
ยา บรรพลา มี
ความคิ
ดเห็
นว
า “การประยุ
กต
การเต
าของผี
ตาโขนนั้
นมี
เป
าหมาย
หลั
กคื
อเพื่
อความสนุ
กสนาน” ดั
งนั้
นให
คนแต
ละคนที่
เข
ามาร
วมในงานประเพณี
จึ
งมี
การเต
นที่
ไม
เหมื
อนกั
นและไม
พร
อมกั
น เพราะต
างคนต
างก็
เต
นกั
นไปนั้
นแสดงให
เห็
นว
าในการเต
นของผี
ตาโขน
จํ
าเป
นต
องมี
การแสดงท
าทางของการเต
นให
ดู
ครึ
กครื้
นด
วยการออกท
าเต
นแรงๆ เพื่
อที่
จะให
หมาก
กระแหล
งที่
ผู
กอยู
ที่
บริ
เวณเอวนั้
นเกิ
ดมี
เสี
ยงกระทบกั
นและเกิ
ดเป
นเสี
ยงที่
ดั
งมากที่
สุ
ด ส
งผล
กระตุ
นให
เหล
าผู
เล
นผี
ตาโขนเกิ
ดความคึ
กคะนอง กระโดดโลดเต
นตามเสี
ยงเพลง ซึ่
งจากการเข
ร
วมสั
งเกตการพบว
า ลั
กษณะการใช
มื
อในการจี
บเป
นวงหรื
อการออกท
าทางที่
สวยงามนั้
นไม
ปราก
กฎผ
านออกมานั่
นเอง อย
างไรก็
ตาม สุ
ริ
ยา บรรพลา
๓๑
ยั
งได
กล
าวเพิ่
มเติ
มว
าการออกแบบท
าทาง
ของผี
ตาโขนในการแสดงในประเพณี
งานบุ
ญหลวงนั้
นมี
รายละเอี
ยดดั
งนี้
การขย
มตั
วด
วยการเต
นกระทื
บส
นเท
าตามจั
งหวะของเพลง
วิ
ธี
การขย
มนั้
นจะขย
มด
วยการใช
ขาทั้
งสองข
าง พร
อมกั
บมี
การเข็
งส
นเท
าขึ้
นและลงตามอย
างหนั
หน
วง
การส
วยสะโพก เป
นการแสดงท
าทางการส
ายสะโพกไปข
างใด
ข
างหนึ่
ง พรอมกั
บการยกขาด
านหน
าขึ้
นและตามด
วยด
านหลั
งตามจั
งหวะของเพลง บางครั้
งผี
ตา
โขนนั้
นอาจมี
การส
ายสะโพกไปทั้
งสองด
านพร
อมๆกั
นโดยที่
เท
ายื
นอยู
กั
บที่
การโยกขา เป
นการแสดงออกด
วยการยกขาขึ้
นด
านใดด
านหนึ่
แล
วทํ
าการส
วยขาไปมา การโยกขาของผี
ตาโขนนั้
นอาจปฏิ
บั
ติ
ได
ในขณะที่
ผู
เล
นก
าวเท
าข
างใดข
าง
หนึ่
งไปด
านหน
า อี
กข
างหนึ่
งจะเป
ดส
นเท
าทรงตั
วในลั
กษณะของการก
าวแล
วยกเท
าหลั
งที่
เป
ดส
จั
งหวะสุ
ดท
าย พร
อมกั
บการยกขา เพื่
อให
หมากกะแหล
งนั้
นมี
เสี
ยงที่
ดั
การขยั
บเอว เป
นวิ
ธี
การแสดงที่
เกิ
ดจากการเคลื่
อนไหวร
างกาย
เฉพาะส
วนด
านบนนั
บจากเอวขึ้
นไป คล
ายกั
บการยกตั
วในท
ารํ
านาฏศิ
ลป
ภาคกลาง
การยั
กไหล
เป
นการแสดงออกด
วยการส
ายหน
าไปมาซ
ายแลขวา
โดยการให
หั
วไหล
ด
านใดด
านหนึ่
งส
ายไปข
างหน
า ซึ่
งไหล
ที่
เหลื
อก็
จะยั
กตามด
านหลั
การส
ายหน
า เป
นการแสดงออกด
วยการส
ายเฉพาะส
วนหน
ของผี
ตาโขนไปมา จากซ
ายไปขวาในลั
กษณะของการกํ
ามื
อหลวมๆ ยกแขนซ
ายขวาขึ้
นสลั
บกั
นไป
มา
๓๐
อาภาภรณ
วรรณา และคณะ. (๒๕๔๙).
โครงการวิ
จั
ยและพั
ฒนาห
องสมุ
ดมี
ชี
วิ
:
การจั
ดการความรู
ภู
มิ
ป
ญญา
ท
องถิ่
น เรื่
อง ผี
ตาโขน อํ
าเภอด
านซ
ายจั
งหวั
ดเลย.
เลย
:
คณะมนุ
ษยศาสตร
และสั
งคมศาสตร
มหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏเลย, หน
า ๔๙.
๓๑
สุ
ริ
ยา บรรพลา. (เมษายน-พฤษภาคม, ๒๕๔๖). ผี
ตาโขนกั
บการพั
ฒนา.
วารสารดอกจาน.
ป
ที่
๔ ฉบั
บที่
๔, หน
๘๓-๘๙.
1...,67,68,69,70,71,72,73,74,75,76 78,79,80,81,82,83,84,85,86,87,...189
Powered by FlippingBook