๗๔
๒) ผู
เป
นร
างทรงเจ
าปู
ผ
านพิ
ภพและเจ
าปู
จิ
รมานพคื
อ นางจั
นดี
คํ
า
บุ
ญยอและ นางดอกไม
ม
องซา จะนํ
าขบวนผี
ขนน้ํ
ามาทํ
าการร
ายรํ
าไปรอบหมู
บ
านและลานวั
ด
โพธิ์
ศรี
โดยมี
การนํ
าเครื่
องประกอบดนตรี
อย
างเกราะ กลองมาสร
างจั
งหวะ
๓) ร
างทรงหรื
อนาเที
ยม นางแต
ง ขะจ้ํ
า จะเล
นฟ
อนบุ
ญเดื
อนหก
วั
นที่
๑-๒-๓ คื
อ แรม๑ ค่ํ
า ๒ ค่ํ
าและ ๓ ค่ํ
า
๔) เมื่
อเล
นผี
ขนน้ํ
าเสร็
จแล
วก็
จะนํ
าหน
ากากและเครื่
องกายที่
เป
นชุ
ดผี
ขนน้ํ
าไปเก็
บไว
ในเล
าข
าวเพื่
อที่
จะได
มี
การนํ
ากลั
บมาเล
นต
อไปในงานบุ
ญเดื
อนหกป
หน
า
๔.๒.๑.๖ สั
ญลั
กษณ
ของการละเล
นผี
ขนน้ํ
า
การละเล
นท
องถิ่
นอย
างผี
ขนน้ํ
าของชาวบ
านบ
านนาซ
าวนั้
นถื
อว
าเป
น
กิ
จกรรมหนึ่
งที่
เชื่
อมโยงเข
ากั
บความเชื่
อเกี่
ยวกั
บสิ่
งศั
กดิ์
สิ
ทธิ์
ที่
ว
า “เล
นผี
ขนน้ํ
าถวายบรรพบุ
รุ
ษอั
น
เป
นเจ
าโคตรประจํ
าหมู
บ
านที่
หมายถึ
งเจ
าปู
ผ
านพิ
ภพ และเจ
าปู
จิ
รมานพที่
ชื่
นชอบผี
ขนน้ํ
า โดย
เรี
ยกผี
ขนน้ํ
าในความหมายเชิ
งสั
ญลั
กษณ
ว
า “แมงหน
างาม” ซึ่
งก็
หมายถึ
ง คนที่
แต
งตั
วเป
นผี
ใส
หน
ากากที่
มี
รู
ปหน
าเป
นคน มี
เขาเป
นควาย มี
การสวมใส
เสื้
อผ
าเครื่
องแต
งกายที่
มี
ลั
กษณะรุ
มร
าม
ด
วยเศษด
าย หรื
อวั
สดุ
เหลื
อใช
อื่
น ๆ เช
นที่
นอนขาด มุ
งขาด
ภาพที่
๔.๒๖ บรรยากาศของงานประเพณี
ผี
ขนน้ํ
า จะเห็
นถึ
งการเดิ
นพาเหรดของเหล
าผี
ขนน้ํ
าที่
สวยงามจาก
การประดั
บดาด
วยเศษผ
าหลากสี
การละเล
นนั้
นเกิ
ดจากแนวคิ
ดที่
จะเอาใจผี
บรรพบุ
รุ
ษ และคาดหวั
งว
า
จะมี
ซึ่
งสิ่
งตอบแทนที่
เป
นน้ํ
าฝนและความอยู
ดี
กิ
นดี
ความมั่
นคง มั่
งคั่
งและความอุ
ดมสมบู
รณ
ทาง
การเกษตรซึ่
งจะมี
การทํ
านาปลู
กข
าวป
ละ ๒ ครั้
ง ซึ่
งเป
นเรื่
องของวิ
ถี
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตที่
ส
งผลทํ
าให
เกิ
ดการคิ
ดค
นรู
ปแบบออกมา สํ
าหรั
บวิ
ธี
การเล
นแบบโบราณนั้
น ผี
ขนน้ํ
าจะผู
กกะลอ หรื
อ ขะ
เหล็
บ หรื
อ กระโหล
งไว
บริ
เวณเอวหรื
อคอ แล
วผู
เล
นก็
จะทํ
าการย
อตั
วลงอย
างเป
นจั
งหวะ ซึ่
งอาจ
เรี
ยกว
าเป
นการ “ย
มตั
ว” จากนั้
นจึ
งเผ
นตั
วขึ้
นตามจั
งหวะของเสี
ยงกลองที่
ถู
กตี
และให
จั
งหวะผ
าน
กลองบั๊
ง ที่
มี
ลั
กษณะคล
ายกั
บบั๊
งไม
ไผ
คื
อมี
ลั
กษณะเป
นทรงกลม สํ
าหรั
บการขย
มตั
วนั้
นผี
ขนน้ํ
าจะ
ทํ
าโดยประมาณ ๓ จั
งหวะ แล
วจึ
งทํ
ามื
อจี
บม
วนสองข
าง ด
วยการกางมื
อออกระดั
บศี
รษะตาม
จั
งหวะของเสี
ยงกลองที่
ถู
กตี
จนมี
เสี
ยงดั
งเป
นจั
งหวะ ตึ
ง ตึ
ง ตึ
ง รวมทั้
งสิ้
น๓ ครั้
ง