untitled - page 18
๘
ของกระทรวงมหาดไทยลงวั
นที่
๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๐ ยกเลิ
กบริ
เวณลํ
าน้ํ
าเหื
อง ให
คงเหลื
อไว
เฉพาะ "เมื
องเลย" โดยให
เปลี่
ยนชื่
ออํ
าเภอกุ
ดป
องเป
น "อํ
าเภอเมื
องเลย"
๒.๒.๒ ภู
มิ
ศาสตร
จั
งหวั
ดเลยมี
อาณาเขตติ
ดต
อกั
บจั
งหวั
ดต
าง ๆ ดั
งนี้
ด
านเหนื
อ ติ
ดกั
บสาธารณรั
ฐประชาธิ
ปไตยประชาชนลาว บางส
วนมี
แม
น้ํ
าโขงคั่
น
และบางส
วนก็
มี
แม
น้ํ
าเหื
องคั่
น
ด
านตะวั
นออก ติ
ดกั
บ จั
งหวั
ดหนองคาย อุ
ดรธานี
และหนองบั
วลํ
าภู
ด
านใต
ติ
ดกั
บ จั
งหวั
ดเพชรบู
รณ
และขอนแก
น
ด
านตะวั
นตก ติ
ดกั
บ จั
งหวั
ดพิ
ษณุ
โลก
สภาพภู
มิ
ศาสตร
ของจั
งหวั
ดเลยเป
นที่
ราบสู
ง มี
ภู
เขาสู
งกระจั
ดกระจาย
โดยเฉพาะทางตะวั
นตกและทางด
านใต
ของจั
งหวั
ด ทั้
งนี้
ยั
งมี
แหล
งน้ํ
าสํ
าคั
ญคื
อแม
น้ํ
าโขง ในบริ
เวณ
ตอนบนของจั
งหวั
ด
๒.๒.๓ ลั
กษณะทางสั
งคม
จั
งหวั
ดเลยมี
โครงสร
างทางสั
งคมแบบประเพณี
นํ
า คนพื้
นเมื
องส
วนใหญ
ต
างจาก
คนภาคตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อทั่
ว ๆ ไปซึ่
งเป
นคนไทยเผ
าพวน แต
เป
นคนไทยเผ
าลื้
อจากล
านช
างและ
หลวงพระบาง เช
นเดี
ยวกั
บคนพื้
นเมื
องของอํ
าเภอหล
มสั
ก จั
งหวั
ดเพชรบู
รณ
และบางส
วนของ
อํ
าเภอบ
านไร
จั
งหวั
ดอุ
ทั
ยธานี
ประชาชนส
วนใหญ
มี
นิ
สั
ยรั
กสงบ ขยั
นหมั่
นเพี
ยรในการสร
างฐานะ
ความเป
นอยู
ของตนให
สู
งขึ้
น ยึ
ดมั่
นในพระพุ
ทธศาสนาและพระมหากษั
ตริ
ย
มี
วั
ฒนธรรมและ
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
เป
นของตนเอง เช
น งานบุ
ญพระเวสซึ่
งมี
การแห
ผี
ตาโขน
๒.๒.๔ ชาวไทยเลย
คํ
าว
า “ไทเลย” เป
นชื่
อเรี
ยก “คนเมื
องเลย” ในประวั
ติ
ศาสตร
บั
นทึ
กไว
ว
า คน
เมื
องเลยคื
อกลุ
มชนที่
อพยพจากชายแดนตอนเหนื
ออาณาจั
กรสุ
โขทั
ยซึ่
งสื
บเชื้
อสายมาจากไทหลวง
พระบางเข
ามาตั้
งถิ่
นฐานอยู
ที่
เมื
องเซไล (บ
านทรายขาว อํ
าเภอวั
งสะพุ
งป
จจุ
บั
น) ในป
พ.ศ. ๒๓๙๖
ซึ่
งตรงกั
บสมั
ยรั
ชกาลที่
๔ ต
อมาได
ย
ายมาอยู
ที่
บ
านแห
(บ
านแฮ
ป
จจุ
บั
น) ได
ตั้
งบ
านเรื
อนเรี
ยกว
า
เมื
องเลย นั
บตั้
งแต
นั้
นเป
นต
นมาเมื
องเลยก็
รวมตั
วกั
นเป
นเมื
องใหญ
โดยการรวมตั
วของอํ
าเภอกุ
ด
ป
อง อํ
าเภอท
าลี่
ซึ่
งขึ้
นกั
บมณฑลอุ
ดร อํ
าเภอด
านซ
ายซึ่
งขึ้
นกั
บมณฑลพิ
ษณุ
โลก เมื
องเชี
ยงคานซึ่
ง
ขึ้
นกั
บเมื
องพิ
ชั
ย อํ
าเภอต
าง ๆ เหล
านี้
จึ
งโอนขึ้
นกั
บเมื
องเลยทั้
งหมดตั้
งแต
พ.ศ. ๒๔๕๐ เป
นต
นมา
ชาวไทเลยจะมี
นิ
สั
ยใจคอเหมื
อนกั
บชนเชื้
อชาติ
โบราณซึ่
งไม
ค
อยเปลี่
ยนแปลงไป
จากดั้
งเดิ
ม มี
สํ
าเนี
ยงพู
ดที่
แปลกและนิ่
มนวล พู
ดสุ
ภาพและไม
ค
อยพู
ดเสี
ยงดั
ง กิ
ริ
ยามารยาทดี
งาม
อารมณ
เยื
อกเย็
นไม
วู
วาม มี
นิ
สั
ยรั
กความสงบเอื้
อเฟ
อเผื่
อแผ
รั
กถิ่
นที่
อยู
ไม
ค
อยอพยพไปอยู
ที่
อื่
น
ส
วนทางด
านวั
ฒนธรรมประเพณี
ที่
ปฏิ
บั
ติ
สื
บทอดต
อกั
นมาได
แก
“ฮี
ตสิ
บสอง คองสิ
บสี่
” คื
อการ
ทํ
าบุ
ญตามประเพณี
ทั้
งสิ
บสองเดื
อนของแต
ละป
บ
านชาวไทเลยเป
นเรื
อนหลั
งใหญ
ยกพื้
นสู
งมี
ระเบี
ยงหรื
อชานยื่
นออกมาหน
า
เรื
อน มี
เรื
อนครั
วซึ่
งส
วนใหญ
จะสร
างแยกต
างหากโดยมี
ชานต
อเชื่
อมติ
ดกั
น สํ
าหรั
บหลั
งคาของ
เรื
อนนอนนั้
นมุ
งด
วยหญ
าคาหรื
อไม
แป
นเก็
ด ฝาเรื
อน พื้
นเรื
อนนิ
ยมทํ
าด
วยไม
แผ
นเรี
ยกว
าไม
แป
น
ส
วนเสาจะใช
ไม
เนื้
อแข็
งเป
นต
นๆ หรื
ออิ
ฐก
อเป
นเสาใหญ
มี
บั
นไดไม
พาดไว
สํ
าหรั
บขึ้
นลง ส
วนเรื
อน
1...,8,9,10,11,12,13,14,15,16,17
19,20,21,22,23,24,25,26,27,28,...189