untitled - page 177

๑๖๗
สุ
ริ
ยา บรรพลา
ได
กล
าวว
า ประเพณี
ท
องถิ่
นอย
างงานบุ
ญเดื
อน ๖ หรื
องานบุ
ญบั๊
งไฟในงาน
ประเพณี
ผี
ตาโขนและประเพณี
ผี
ขนน้ํ
านั้
นจะมี
ความเกี่
ยวข
องกั
บคนทั้
งหมู
บ
านที่
ต
องเข
ามาร
วมและ
เข
ามามี
บทบาทร
วมกั
น ดั
งเช
นบทบาทในการเตรี
ยมการ โดยมี
กลุ
มพระสงฆ
ที่
เป
นผู
นํ
าทางจิ
วิ
ญญาณและความคิ
ดเป
นผู
นํ
า รวมถึ
งเจ
าพ
อกวนและเจ
าแม
นางเที
ยมด
วย และเช
นเดี
ยวกั
นที่
ผู
นํ
หมู
บ
านในแต
หมู
บ
านก็
ต
องมี
การสร
างบั๊
งไฟขึ้
นมาด
วย จึ
งถื
อว
าเป
นกิ
จกรรมที่
มี
การทํ
าขึ้
นอย
าง
สมั
ครใจและส
งผลต
อผลบุ
ญตามหลั
กความเชื่
อทางพุ
ทธศาสนาและความเชื่
อดั้
งเดิ
มของชุ
มชน ดั
การค
นพบที่
ว
า การเล
นผี
ขนน้ํ
าจะเล
นในวั
นแรม ๑ ค่ํ
า ซึ่
งเป
นวั
นแรกที่
มี
การละเล
นผี
ขนน้ํ
าถวาย
เจ
าปู
ผ
านพิ
ภาพ และเจ
าปู
จิ
รมานพก
อนการเล
นจริ
งในช
วงแห
บั๊
งไฟรอบหมู
บ
าน และที่
รอบวั
โพธิ์
ศรี
ผู
เล
นจะต
องทํ
าพิ
ธี
ครอบครู
ที่
ศาลผี
ประจํ
าหมู
บ
านนาซ
าวโดยผ
านร
างทรง สํ
าหรั
บการที่
ต
องมี
การทํ
าพิ
ธี
ครอบเสี
ยก
อนก็
เพราะด
วยความเชื่
อถื
อและเกรงกลั
วว
า “หากฉวยพลาดพลั้
งหรื
ละเลยปฏิ
บั
ติ
ตามกฏเกณฑ
ที่
ได
รั
บการตราไว
ก็
อาจทํ
าให
ผู
เล
นเป
นบ
าใบ
หรื
อล
มหายตายจากได
สํ
าหรั
บประเพณี
แห
ต
นดอกไม
นั้
นก็
ถื
อว
าเป
นประเพณี
หนึ่
งของจั
งหวั
ดเลยและ
จั
งหวั
ดในแถบลุ
มแม
น้ํ
าโขงบางจั
งหวั
ดมี
การถื
อปฏิ
บั
ติ
ในการจั
ดขึ้
นมา จากการศึ
กษาพบว
ประเพณี
แห
ต
นดอกไม
นั้
นถื
อว
าเป
นประเพณี
ของการเอาบุ
ญในงานบุ
ญสงกรานต
หรื
อที
เรี
ยกว
า “
การเอาบุ
ญต
นดอกไม
” โดยชาวบ
านจะใช
วั
ดเป
นศู
นย
กลางในการปฏิ
บั
ติ
การบู
ชาด
วยการทํ
าต
ดอกไม
เป
าหมาย คื
อ การบู
ชาการปฏิ
บั
ติ
ตามคํ
าสอนของพระสั
มมาสั
มพุ
ทธเจ
า โดยการทํ
าต
ดอกไม
นั้
นผู
นํ
าชุ
มชนถื
อว
ามี
บทบาทสํ
าคั
ญต
อการรวบรวมสมาชิ
กในชุ
มชนให
เข
ามาร
วมในการ
จั
ดทํ
าและร
วมทํ
าบุ
ญสื
บสานงานประเพณี
ให
อยู
ต
อไป อั
นแสดงให
เห็
นถึ
งสมั
ครสมานสามั
คคี
โดยมี
ความเชื่
อความศรั
ทธาของท
องถิ่
นเป
นจุ
ดร
วมสร
างความสั
มพั
นธ
ระหว
างคนในตํ
าบลและหมู
บ
าน
ต
างๆให
อยู
ด
วยกั
นอย
างมี
ความสุ
ขบนฐานของพิ
ธี
กรรมทางศาสนา ดั
งนั้
นงานประเพณี
แห
ต
ดอกไม
ที่
มี
การจั
ดขึ้
นหลั
งวั
นสงกรานต
หรื
อวั
นที่
๑๖ เมษายนของทุ
กป
ก็
สามารถที่
ช
วยสร
าง
ความสั
มพั
นธ
ระหว
างบทบาทของานกั
บชาวบ
านและชาวบ
านกั
บศาสนาและความเชื่
อได
สํ
าหรั
การในการจั
ดทํ
าต
นดอกไม
นั้
นใช
เวลาในช
วงกลางวั
นในการทํ
าต
นดอกไม
เพราะถื
อว
าการทํ
าต
ดอกไม
นั้
นเป
นงานที่
สร
างความสนุ
กสนานครื้
นเครงให
กั
บผู
เข
าร
วมและประชาชนในหมู
บ
านเอง
ดั
งผลการศึ
กษาของสั
งคม พรหมศิ
ริ
ที่
กล
าวว
า ชาวบ
านอาฮี
ทุ
กคนให
ความสนใจและให
ความ
ร
วมมื
อเป
นอย
างดี
แม
ว
าจะไม
ได
หามต
นดอกไม
ก็
ตาม และยั
งเห็
นว
าชาวบ
านในตํ
าบลอาฮี
ต
องการ
ที่
รั
กษา อนุ
รั
กษ
กระบวนการ รู
ปแบบ วิ
ธี
การที่
เกี่
ยวกั
บการละเล
นแห
ต
นดอกไม
ในแบบดั้
งเดิ
เพราะเห็
นว
ามี
ความเป
นอั
ตลั
กษณ
ของชุ
มชน
อย
างไรก็
ตามการละเล
นในประเพณี
ท
องถิ่
นทั้
งประเพณี
ผี
ตาโขนประเพณี
ผี
ขนน้ํ
และประเพณี
แห
ต
นดอกไม
ก็
จะมี
การปรั
บปรนและเปลี่
ยนแปลงไปตามสภาพของสั
งคมที่
เข
ามา
สุ
ริ
ยา บรรพลา. (๒๕๔๖).
ศึ
กษาเปรี
ยบเที
ยบองค
ประกอบการละเล
นท
องถิ่
น : กรณี
ผี
ตาโขนอํ
าเภอด
านซ
ายกั
บผี
ขนน้ํ
บ
านนาซ
าว อํ
าเภอเชี
ยงคาน จั
งหวั
ดเลย.
โปรแกรมวิ
ชานาฏศิ
ลป
คณะมนุ
ษยศาสตร
และสั
งคมศาสตร
มหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏเลย, หน
๒๑๒.
สั
งคม พรหมศิ
ริ
. (๒๕๕๑).
โลกทั
ศน
ของชาวบ
านต
อการละเล
นต
นดอกไม
บ
านอาฮี
ตํ
าบลอาฮี
อํ
าเภอท
าลี่
จั
งหวั
เลย.
ภาควิ
ชานาฏศิ
ลป
คณะมนุ
ษยศาสตร
และสั
งคมศาสตร
มหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏเลย, หน
า บทคั
ดย
อ.
1...,167,168,169,170,171,172,173,174,175,176 178,179,180,181,182,183,184,185,186,187,...189
Powered by FlippingBook