untitled - page 181

๑๗๑
คนในชุ
มชนก็
จะเดื
อดร
อน เพราะเชื่
อว
า ผี
ตาโขนเปรี
ยบเสมื
อนการบู
ชาภู
ตผี
วิ
ญญาณและสิ่
ศั
กดิ์
สิ
ทธิ์
และ
อย
างไรก็
ตามเมื่
อพุ
ทธศาสนาเข
ามาสั
งคมเกษตรกรรม ผี
ตาโขนและผี
ขนน้ํ
า รวมถึ
ประเพณี
แห
ต
นดอกไม
ประเพณี
หลายอย
างจึ
งจั
ดขึ้
นเพื่
อพุ
ทธศาสนา เช
นพิ
ธี
การบู
ชาพระอุ
ปคุ
ดั
งงานวั
นแรกของประเพณี
ผี
ตาโขนที่
เรี
ยกว
า “วั
นโฮม” (วั
นรวม) เป
นวั
นที่
ประชาชนจากหมู
บ
าน
ต
าง ๆ จะเดิ
นทางมาร
วมงาน งานพิ
ธี
จะเริ่
มตั้
งแต
เช
ามื
ดเวลา ๐๔.๐๐ น. โดยประชาชนจะไป
รวมกั
นที่
วั
ดโพนชั
ยเพื่
อประกอบพิ
ธี
เบิ
กพระอุ
ปคุ
ต ซึ่
งจะมี
แสนแก
ว อุ
นเมื
อง เป
นผู
ทํ
าหน
าที่
เป
นผู
เชิ
ญพระอุ
ปคุ
ต โดยเฉพาะที่
พ
อแสนจะนํ
าอุ
ปกรณ
ที่
เตรี
ยมไว
มี
ดาบ มี
ด หอก ฉั
ตร ซึ่
งทํ
าด
วยไม
ถื
อเดิ
นนํ
าขบวนประชาชนไปยั
งริ
มฝ
งลํ
าน้ํ
าหมั
นซึ่
งเป
นแม
น้ํ
าศั
กดิ์
สิ
ทธิ์
เพราะลํ
าน้ํ
านี้
จะไหลไปทาง
ทิ
ศเหนื
อ เมื่
อถึ
งริ
มฝ
งน้ํ
าหมั
นทุ
กคนจะอยู
ในอาการสงบแสนแก
ว อุ
นเมื
อง จะกล
าวบู
ชาพระอุ
ปคุ
๓ จบ เมื่
อกล
าวจนบทแรกจะต
องตี
ฆ
องชั
ย๑ ครั้
ง จบบทที่
๒ จะตี
๒ ครั้
ง จบบทที่
๓ จะตี
๓ ครั้
ต
อจากนั้
นพ
อแสนอี
กท
านหนึ่
ง จะลงไปงมหาพระอุ
ปคุ
ตในลํ
าน้ํ
าหมั
น โดยจะใช
หิ
นสี
ขาวใสเป
นสิ่
สมมติ
เมื่
อได
พระอุ
ปคุ
ตแล
ว จะนํ
าขึ้
นมาวางไว
ในพานซึ่
งเตรี
ยมไว
ทํ
าการจุ
ดประดั
บหรื
อยิ
งป
ดนตรี
ต
าง ๆ เช
น ฆ
อง กลอง ฉาบ ฉิ่
งพิ
ณ แคน จะเริ่
มบรรเลง ประชาชนโห
ร
องไชโย แห
พระอุ
คุ
ตไปประดิ
ษฐานไว
ที่
หอพระอุ
ปคุ
ตที่
วั
ดโพนชั
ยโดยจะจั
ดหอใหญ
ไว
ทางทิ
ศตะวั
นออกของโบสถ
และมี
หอเล็
กอี
ก ๓หอ โดยรอบโบสถ
(จั
ดไว
๔ ทิ
ศ) เมื่
อมี
การเชิ
ญพระอุ
ปคุ
ตขึ้
นหอแต
ละทิ
ศนั้
จะมี
การยิ
งป
นขึ้
นทิ
ศละ๑นั
ดมู
ลเหตุ
ที่
มี
การเชิ
ญพระอุ
ปคุ
ตเชื่
อว
า “พระอุ
ปคุ
ตนั้
น เป
นพระเถระผู
มี
ฤทธิ์
ได
เนรมิ
ตกุ
ฎิ
อยู
กลางมหาสมุ
ทรสามารถปราบพวกมารได
ราบคาบ เมื่
อมี
การจั
ดบุ
ญหลวง จึ
ได
เชิ
ญพระอุ
ปคุ
ตมาประดิ
ษฐานไว
ในงานด
วย เพื่
อให
เกิ
ดความสวั
สดี
มี
ชั
ย การจั
ดงานสํ
าเร็
จไป
ด
วยดี
๑๗
สํ
าหรั
บผี
ประเพณี
ผี
ขนน้ํ
านั้
นเป
นการละเล
นที่
ถวายผี
เจ
าปู
ที่
ดอนหอก
อนจึ
งจะถื
อว
ามี
ความ
ศั
กดิ์
สิ
ทธิ์
ส
วนผู
ที่
มี
บทบาทสํ
าคั
ญในพิ
ธี
กรรมดั
งกล
าวที่
ที่
เชื่
อมโยงระหว
างผี
กั
บมนุ
ษย
ก็
คื
อร
างทรง
หรื
อ นางเที
ยม ดั
งนั้
นจึ
งอาจแสดงให
เห็
นว
า ในสั
งคมเกษตรกรรมนั้
นผู
หญิ
งถื
อว
ามี
บทบาทสํ
าคั
ต
อการดู
แลสารทุ
กข
สุ
ขดิ
บของคนในครอบครั
ว และนางเที
ยวที่
เป
นร
างทรงก็
เป
นบุ
คคลที่
ถู
ยอมรั
บจากคนในชุ
มชนและสั
งคมด
วยเช
นกั
นดั
งที่
สุ
ริ
ยา บรรพลา ได
กล
าวว
า “นางที
ยมเป
นบุ
คคล
ที่
มี
ความสํ
าคั
ญกั
บชุ
มชนและนางเที
ยมก็
มั
กจะได
รั
บเกี
ยรติ
จากชาวบ
านให
เป
นผู
นํ
าในพิ
ธี
กรรมและ
งานบุ
ญต
างๆ”
๑๘
ส
วนประเพณี
ต
นดอกไม
ถู
กประดิ
ษฐ
สร
างขึ้
นมาก็
มี
นั
ยยะหลั
กคื
อ ต
นดอกไม
ที่
ถู
กพุ
ทธ
ศาสนิ
กร
วมมื
อร
วมใจกั
นจั
ดขึ้
น เพื่
อการถวายเป
นพุ
ทธบู
ชาและการขอขมาลาโทษแด
องค
สมเด็
สั
มมาสั
มพุ
ทธเจ
า เมื่
อครั้
งที่
ชาวบ
านได
อั
ญเชิ
ญพระพุ
ทธองค
ลงมาจากแท
นประทั
บเพื่
อนํ
ามาสรง
น้ํ
าในวั
นสงกรานต
เช
นเดี
ยวกั
บการนํ
าดอกไม
หลากชนิ
ดมาผสมผสานร
วมกั
นของชาวบ
านใน
ชุ
มชนซึ่
งก็
มี
นั
ยยะถึ
งความเชื่
อความศรั
ทธาอย
างเหนี
ยวแน
นของต
อพุ
ทธศาสนา เมื่
อนํ
ามาประกอบ
๑๗
พงศทร พิ
นิ
จวั
ฒน
. (๒๕๔๘).
ศิ
ลปกรรมท
องถิ่
น : กรณี
ศึ
กษาหน
ากากผี
ตาโขน อํ
าเภอด
านซ
าย จั
งหวั
ดเลย.
สารนิ
พนธ
ปริ
ญญาการศึ
กษามหาบั
ณฑิ
ต สาขาวิ
ชาศิ
ลปศึ
กษา มหาวิ
ทยาลั
ยศรี
นคริ
นทรวิ
โรฒ, หน
า ๑๓.
๑๘
สุ
ริ
ยา บรรพลา. (๒๕๔๖).
ศึ
กษาเปรี
ยบเที
ยบองค
ประกอบการละเล
นท
องถิ่
น : กรณี
ผี
ตาโขนอํ
าเภอด
านซ
ายกั
บผี
ขน
น้ํ
าบ
านนาซ
าว อํ
าเภอเชี
ยงคาน จั
งหวั
ดเลย.
โปรแกรมวิ
ชานาฏศิ
ลป
คณะมนุ
ษยศาสตร
และสั
งคมศาสตร
มหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏเลย,
หน
า ๒๑๖.
1...,171,172,173,174,175,176,177,178,179,180 182,183,184,185,186,187,188,189
Powered by FlippingBook