untitled - page 169

๑๕๙
เพื่
อการละเล
นบุ
ญเดื
อนหก แรม ๑ ค่ํ
าถึ
ง ๓ ค่ํ
าเดื
อนหก จะมี
ผี
ขนน้ํ
ามาเล
นเป
นจํ
านวนมาก ถ
หากป
ใดผี
ขนน้ํ
าออกมาเล
นน
อยปู
จิ
รมานจะไม
พอใจ อาจมี
การดลบั
นดาลให
ฝนตกน
อยกว
าปกติ
ซึ่
งจะมี
ผลต
อการทํ
าเกษตรของชาวบ
าน สํ
าหรั
บเจ
าปู
ผ
านพิ
ภพนั้
นก็
จะโปรดปรานตั
วแมงหน
งามหรื
อผี
ขนน้ํ
าเป
นอย
างมาก วิ
ญญาณบรรพบุ
รุ
ษจะแจ
งความประสงค
ผ
านร
างทรงหรื
อคนทรงที่
รั
บการถ
ายทอดพิ
ธี
กรรมเลี้
ยงผี
ปู
ตาซึ่
งเป
นผู
หญิ
ง ซึ่
งผู
หญิ
งถื
อว
าเป
นบุ
คคลที่
มี
บทบาทหน
าที่
ในการ
สื
บทอดแนวคิ
ดและสื
บทอดมรดกจากบิ
ดารมารดาโดยเฉพาะผู
หญิ
งที่
เป
นลู
กคนสุ
ดท
อง จะเป
ผู
รั
บมรดกและสื
บทอดเจตนารมย
ของบิ
ดา
การละเล
นนั้
นเกิ
ดจากแนวคิ
ดที่
จะเอาใจผี
บรรพบุ
รุ
ษ และคาดหวั
งว
าจะ
มี
ซึ่
งสิ่
งตอบแทนที่
เป
นน้ํ
าฝนและความอยู
ดี
กิ
นดี
ความมั่
นคง มั่
งคั่
งและความอุ
ดมสมบู
รณ
ทาง
การเกษตรซึ่
งจะมี
การทํ
านาปลู
กข
าวป
ละ ๒ ครั้
ง ซึ่
งเป
นเรื่
องของวิ
ถี
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตที่
ส
งผลทํ
าให
เกิ
ดการคิ
ดค
นรู
ปแบบออกมา สํ
าหรั
บวิ
ธี
การเล
นแบบโบราณนั้
น ผี
ขนน้ํ
าจะผู
กกะลอ ขะเหล็
หรื
อ กระโหล
งไว
บริ
เวณเอวหรื
อคอ แล
วผู
เล
นก็
จะทํ
าการย
อตั
วลงอย
างเป
นจั
งหวะ ซึ่
งอาจเรี
ยกว
เป
นการ “ย
มตั
ว” จากนั้
นจึ
งเผ
นตั
วขึ้
นตามจั
งหวะของเสี
ยงกลอง ที่
ถู
กตั
วและให
จั
งหวะผ
านกลอง
บั๊
ง ที่
มี
ลั
กษณะคล
ายกั
บบั๊
งไม
ไผ
คื
อมี
ลั
กษณะเป
นทรงกลม สํ
าหรั
บการขย
มตั
วนั้
นผี
ขนน้ํ
าจะทํ
โดยประมาณ๓ จั
งหวะ แล
วจึ
งทํ
ามื
อจี
บม
วนสองข
าง ด
วยการกางมื
อออกระดั
บศี
รษะตามจั
งหวะ
ของเสี
ยงกลองที่
ถู
กตี
จนมี
เสี
ยงดั
งเป
นจั
งหวะ ตึ
ง ตึ
ง ตึ
ง รวมทั้
งสิ้
น๓ ครั้
ง สํ
าหรั
บการละเล
นผี
ขน
น้ํ
านั้
นเป
นการสร
างความหมายด
านความเชื่
อ ความศรั
ทธาของกลุ
มที่
อยู
ในหมู
บ
านประกอบด
วย
การเครื
อหมากสะบ
า การเล
นคนเด
ากั
นหรื
อตุ
กตาชายหญิ
งร
วมเพศกั
น การเล
นควายตู
การเล
กลั
บเพศ การเล
นโยนตม
หน
ากากผี
ขนน้ํ
าในป
จจุ
บั
นนั้
นมั
กสร
างขึ้
นต
นไม
ที่
ชื่
อว
า พญาสั
ตตบั
หรื
อต
นตี
นเป
ด เพราะเป
นไม
เนื้
ออ
อนที่
มี
มากตรงบริ
เวณทิ
ศตะวั
นออกของหมู
บ
าน โดยการเข
ป
าไปตั
ดมาและเลื่
อยให
เป
นท
อน แล
วใช
มี
ดถาก ให
เป
นรู
ปหน
ากากโดยมี
องค
ประกอบของ
หน
าผาก คิ้
ว จมู
ก ตา และปาก โดยการทํ
าโครงสร
างรวมหน
ากากผี
ขนน้ํ
าจะมี
ความกว
าง
ประมาณ ๓๐ เซนติ
เมตร และมี
ความยาวเท
ากั
บ ๕๐ เซนติ
เมตร จากนั้
นจึ
งใช
สี
น้ํ
ามั
นเขี
ยน
ลวดลายดอกบั
งเครื
อลายเถาวั
ลย
ตามคิ้
ว ปาก หน
าผากและประดั
บหน
าตาผี
ขนน้ํ
าด
วยกระจกใสที่
มี
ความแวววาว หรื
อกระจกส
องหน
า จากนั้
นจึ
งใช
ไม
ไร
เพื่
อนํ
ามาทํ
าเป
นเขาติ
ดกั
บโครงสร
างของ
ศี
รษะด
วยกระดาษแก
เสื้
อผ
าเครื่
องแต
งกายนั้
นจะใช
เสื้
อผ
าเก
าๆ ที่
ทิ้
งแล
ว เช
นที่
นอน มุ
ง แห
จากนั้
นจึ
งนํ
ามาเย็
บเป
นส
วนของลํ
าตั
ว ส
วนแขน และขาเย็
บติ
ดกั
บส
วนหั
วของผี
ขนน้ํ
า สํ
าหรั
การเขี
ยนหน
ากากผี
ขนน้ํ
านั้
นนอกจากคิ้
ว ตา ปาก จมู
ก ใบหู
เพื่
อให
เกิ
ดความสวยงามก็
ขึ้
นอยู
กั
ทั
กษะและประสบการณ
ของผู
ทํ
าเป
นสํ
าคั
ญและค
านิ
ยมของแต
ละคุ
ม การเล
นผี
ขนน้ํ
าเป
นการเล
พื้
นบ
านที่
ต
องมี
การใช
ท
าทางประกอบละเล
น ซึ่
งผี
ขนน้ํ
าของบ
านนาซ
าวก็
ไม
ได
มี
กฏเกณฑ
ที่
เป
แบบแผนใด ๆ แต
จะใช
ความคล
องตั
วของผู
เล
นเป
นหลั
กในการแสดง เช
น การม
วนมื
อฟ
อนตาม
จั
งหวะแต
ไม
กํ
าหนดระบบของมื
อ แต
ก็
มี
หลั
กใหญ
ในการละเล
นคื
อการย
อตั
วลง การขย
มตั
ว ยื
ยุ
บตามจั
งหวะของกลองบั๊
ง ผู
เล
นผี
ขนน้ํ
านั้
นสามารถที่
จะออกท
าออกทางได
อย
างอิ
สระ
1...,159,160,161,162,163,164,165,166,167,168 170,171,172,173,174,175,176,177,178,179,...189
Powered by FlippingBook