๑๗๐
กาลต
อมา ได
เกิ
ดเครื
อเถาวั
ลย
ประหลาดขึ้
นในโลกเรี
ยกว
า “เครื
อเขากาด” เป
นเครื
อไม
ขนาดใหญ
มหึ
มา เจริ
ญ-เติ
บโตขึ้
นสู
งเที
ยมผ
า มี
รากเหง
าอยู
ในโลกมนุ
ษย
แต
มี
หลายโผล
ถึ
งเมื
องแถนซึ่
งอยู
บน
ฟากฟ
า แผ
กิ่
งก
านสาขาบดบั
งทั่
วฟ
าทํ
าให
แสงตะวั
นไม
สามารถส
องลอดลงมายั
งพื้
นโลกได
จนเป
น
เหตุ
ให
พื้
นโลกมื
ดมิ
ดเป
นเวลายาวนานพลอยทํ
าให
ภู
มิ
อากาศในโลกผั
นผวนไปเป
นหน
าหนาวตลอด
กาล มนุ
ษย
สั
ตว
และพื
ชพั
นธุ
ต
องทนทุ
กขเวทนากั
บความหนาวเหน็
บ และบ
างก็
ล
มตายไปที
ละ
มาก ๆ เดื
อดร
อนถึ
งกษั
ตริ
ย
ผู
เป
นจ
าชี
วิ
ตแห
งเผ
าพั
นธุ
มนุ
ษย
ต
องหาวิ
ธี
โค
นเครื
อเขากาดลงให
ได
(กษั
ตริ
ย
องค
นี้
คื
อ ขุ
นบู
ลม หรื
อขุ
นบรมราชาธิ
ราช เป
นผู
ที่
พระยาแถนส
งลงมาปกครองมนุ
ษยโลก
แทนพระองค
) แต
แม
จะใช
เครื่
องมื
อใด ๆ โค
นหรื
อให
ใครต
อใครโค
นก็
ไม
สามารถโค
นเครื
อเขากาด
ลงได
จนกระทั่
งปู
เยอย
าเยอได
เข
าเฝ
าขั
นอาสาต
อจอมกษั
ตริ
ย
โดยมี
ข
อแม
ว
าถ
าสองผู
เฒ
าสามารถ
โค
นเครื
อเขากาดลงได
ก็
ขอให
คนทั้
งหลายในโลกอย
าลื
มชื่
อของปู
เยอย
าเยอ จะพู
ดจาเรื่
องอั
นใดก็
ขอให
มี
คํ
าว
า “เยอ” ในคํ
าพู
ดนั้
นด
วยเสมอจอมกษั
ตริ
ย
ก็
รั
บคํ
าตามความประสงค
ของปู
เยอย
าเยอ
นั้
นปู
เยอย
าเยอได
ใช
ขวานเล
มใหญ
ซึ่
งมี
น้ํ
าหนั
กถึ
งหนึ่
งพั
นชั่
งตั
ดเครื
อเขากาด ใช
เวลาตั
ดอยู
ถึ
ง ๗ป
๗ เดื
อน กั
บอี
ก๗ วั
น เครื
อเขากาดก็
ลาดฟาดลงถู
กผู
เฒ
าทั้
งสองถึ
งแก
ความตาย แต
ผลที่
ได
ก็
คื
อพื้
น
โลกได
รั
บแสงสว
างจากดวงอาทิ
ตย
เหมื
อนอย
างเคย ฤดู
กาลกลั
บคื
นสู
สภาพปกติ
มี
หน
าร
อน หน
า
ฝน และหน
าหนาว ทํ
าให
ชี
วิ
ตคน สั
ตว
และพื
ชหมุ
นเวี
ยนเปลี่
ยนกั
นเจริ
ญงอกงามไปตามฤดู
กาล
แล
วสั
นติ
สุ
ขก็
เกิ
ดขึ้
นในโลกอี
กครั้
งหนึ่
งด
วยความสํ
านึ
กในบุ
ญคุ
ณและวี
รกรรมของปู
เยอย
าเยอจอม
กษั
ตริ
ย
และคนทั้
งหลายในโลก จึ
งจั
ดพิ
ธี
ปลงศพให
แก
ปู
เยอย
าเยออย
างสมเกี
ยรติ
ป
จจุ
บั
นมี
พิ
ธี
แห
ปู
เยอย
าเยออยู
ที่
นครหลวงพระบางประเทศสาธารณรั
ฐประชาธิ
ปไตยประชาชนลาว ในบุ
ญเดื
อนห
า
(สงกรานต
) โดยสานไม
ไผ
เป
นรู
ปปู
เยอย
าเยอ ใช
เป
นตั
วโตคนคู
หนึ่
งสวมเดิ
นนํ
าหน
าขบวนแห
เป
น
การรํ
าลึ
กถึ
งพระคุ
ณและวี
รกรรมของปู
เยอย
าเยอเป
นการถาวรตลอดกาล...
๑๕
จะเห็
นได
ว
าการสร
างผี
ตาโขนและผี
ขนน้ํ
าก็
ล
วนมี
นั
ยเชิ
งความหมายแฝงเร
นอยู
เช
นเดี
ยวกั
บ เอกริ
นทร
พึ่
งประชา
๑๖
ที่
กล
าวว
า เปลื
อกนอกของการละเล
นผี
ตาโขนคื
อความ
สนุ
กสนานที่
มี
นั
ยยะเชิ
งความหมายแฝงอยู
ในหลายลั
กษณะ นั้
นคื
อ ๑) เป
นการละเล
นที่
สะท
อน
ให
เห็
นถึ
งวิ
ถี
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตในสั
งคมเกษตรกรรมที่
ต
องพึ่
งพาอาศั
ยธรรมชาติ
เป
นหลั
กและความเชื่
อ
ในเรื่
องบรรพบุ
รุ
ษที่
มี
ส
วนสั
มพั
นธ
กั
บปู
เยอย
าเยอ ดั
งจะเห็
นได
ชั
ดว
าจากช
วงเวลาที่
มี
การจั
ดงาน
บุ
ญหลวงนั้
นเป
นช
วงรอยต
อของฤดู
ทํ
านา ที่
ต
นกล
าที่
ปลู
กดํ
ายั
งไม
แข็
งแรง จึ
งต
องมี
การจั
ดงานบุ
ญ
ขึ้
นเพื่
อสร
างขวั
ญและกํ
าลั
งใจ ดั
งจะเห็
นได
จากการมี
การสร
างบั๊
งไฟขึ้
น และจากการใช
เครื่
องเพศ
มาเล
นประกอบผี
ตาโขน ซึ่
งเครื่
องเพศนี้
มี
สั
ญลั
กษณ
ของการเกิ
ดและความอุ
ดมสมบู
รณ
เพราะ
ชาวบ
านเชื่
อว
า การละเล
นนี้
จะทํ
าให
ฝนฟ
าตกถู
กต
องตามฤดู
กาล และยิ่
งเล
นเท
าไหร
น้ํ
าฝนก็
จะยิ่
ง
มาก ส
วนประการที่
๒) คื
อการเล
นผี
ตาโขนเป
นธรรมเนี
ยมปฏิ
บั
ติ
ที่
จะต
องเล
นถ
าไม
เล
นจะเกิ
ด
“ขะลํ
า” หรื
อการผิ
ดจารี
ตของหมู
บ
าน อาจทํ
าให
เกิ
ดเหตุ
เภทภั
ยต
างๆได
เช
น สั
ตว
จะล
มตายและ
๑๕
มู
ลนิ
ธิ
สารานุ
กรมวั
ฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิ
ชย
. (๒๕๔๒).
สารานุ
กรมวั
ฒนธรรมไทย.
กรุ
งเทพฯ : บริ
ษั
ทสยาม
เพรส แมเนจเม
นท
จํ
ากั
ด, หน
า ๒๖๙๐-๒๖๙๑.
๑๖
เอกริ
นทร
พึ่
งประชา. (ม.ค.-มิ
.ย. ๔๘). ผี
ตาโขนนิ
ยามและความหมายเบื้
องหลั
งหน
ากาก ชื่
อ รู
ปแบบและความหมายที่
ซ
อนอยู
เบื้
องหลั
งหน
ากากผี
ตาโขน ของอํ
าเภอด
านซ
าย จั
งหวั
ดเลย.
ดํ
ารงวิ
ชาการ
๔, ๑, หน
า ๑๑๐-๑๑๙.