untitled - page 170

๑๖๐
๕.๑.๑.๓ ประเพณี
แห
ต
นดอกไม
บ
านอาฮี
อํ
าเภอท
าลี่
จั
งหวั
ดเลย เป
นหมู
บ
านที่
ตั้
งอยู
ริ
มฝ
งแม
น้ํ
เหื
อง ซึ่
งเป
นแม
น้ํ
าที่
เป
นเส
นแบ
งเขตแคนกั้
นระหว
าง ไทย กั
บ สปป.ลาว เป
นหมู
บ
านที่
มี
ความ
เจริ
ญรุ
งเรื
องมาตั้
งแต
อดี
ตตั้
งแต
เป
นที่
ตั้
งของเมื
องตู
มการเป
นที่
ตั้
งของอํ
าเภออาลี่
ตลอดจนการ
เป
นแหล
งศู
นย
กลางของวั
ฒนธรรมไทยลาว ลุ
มแม
น้ํ
าเหื
องก
อนที่
ไทยจะเสี
ยดิ
นแดนฝ
งขวาของ
แม
น้ํ
าโขงให
แก
ประเทศฝรั่
งเศสก็
มี
เมื
องที่
เป
นอารยธรรมร
วมสมั
ยกั
บหมู
บ
านหรื
อชุ
มชนที่
ตั้
งอยู
ใน
แขวงไชยะบุ
รี
ประเทศสาธารณรั
ฐประชาธิ
ปไตยประชาชนลาวเป
นอย
างดี
สํ
าหรั
บประเพณี
แห
ต
นดอกไม
เป
นประเพณี
ท
องถิ่
นของชาวบ
านที่
มี
พื้
นที่
ตั้
งอยู
ตามที่
ราบลุ
มแม
น้ํ
าเหื
อง แม
น้ํ
าเลย แม
น้ํ
าโขง ถื
อว
าเป
นประเพณี
ของการเอาบุ
ญใน
งานบุ
ญสงกรานต
หรื
อที่
เรี
ยกว
า “ การเอาบุ
ญต
นดอกไม
โดยชาวบ
านจะใช
วั
ดเป
นศู
นย
กลางใน
การปฏิ
บั
ติ
การบู
ชาด
วยการทํ
าต
นดอกไม
เป
าหมาย คื
อ การบู
ชาการปฏิ
บั
ติ
ตามคํ
าสอนของพระ
สั
มมาสั
มพุ
ทธเจ
ประเพณี
แห
ต
นดอกไม
มี
ขึ้
นหลั
งวั
นสงกรานต
คื
อวั
นที่
๑๖ เมษายนของ
ทุ
กป
ใช
เวลาในช
วงกลางวั
นในการทํ
าต
นดอกไม
ถื
อว
าเป
นงานที่
สร
างความสนุ
กสนานครื้
นเครง
ให
กั
บผู
เข
าร
วมและประชาชนในหมู
บ
านเอง สํ
าหรั
บวั
นที่
ใช
ในการแห
ต
นดอกไม
นั้
นชาวบ
าน
เรี
ยกว
า “วั
นสั
งกาจ” ขึ้
น ซึ่
งชาวบ
านในคุ
มต
าง ๆ จะพร
อมใจกั
นทํ
าต
นดอกไม
ขึ้
นมา เมื่
อถึ
งเวลา
บ
ายก็
จะนํ
าต
นดอกไม
ที่
ตกแต
งร
วมกั
บเครื่
องจั
ตุ
ป
จจั
ยจากคุ
มบ
านของตนมาที่
วั
ด ไหว
พระรั
บศี
ถวายต
นดอกไม
และทํ
าพิ
ธี
การขอขมาคารวะต
อพระรั
ตนตรั
ย จึ
งเสร็
จพิ
ธี
การจั
ดประเพณี
แห
ต
นดอกไม
ของชาวบ
านอาฮี
ตํ
าบลท
าลี่
นั้
นมี
เป
าหมายเพื่
อการกราบไหว
สิ่
งศั
กดิ์
สิ
ทธิ์
ที่
สิ
งสถิ
ตอยู
ภายในวั
ดของหมู
บ
านและพระรั
ตนตรั
ย ซึ่
งใน
วั
นสงกรานต
นั้
นชาวบ
านจะมี
การอั
ญเชิ
ญพระพุ
ทธรู
ปลงมาจากแท
นที่
เคยประดิ
ษฐานกราบไหว
มา
แห
แหนและและสรงน้ํ
ากั
นอย
างสนุ
กสนาน ทั้
งภิ
กษุ
สงฆ
สามเณรและชาวบ
าน
การทํ
าต
นดอกไม
ของชาวบ
านในเขตตํ
าบลอาฮี
นั้
นจะมี
ลั
กษณะของการ
ร
วมมื
อร
วมใจหรื
อด
วยช
วยกั
นด
วยการนํ
าเอาไม
ไผ
มาทํ
าเป
นโครงสร
างหลั
ก จากนั้
นจึ
งหุ
มด
วยกาบ
กล
วยหรื
อหญ
าคาและประดั
บต
อด
วยใบไม
และดอกไม
เช
นดอกคู
ณ ดอกจํ
าปาและดอกไม
ป
าอื่
ๆ ที่
ขึ้
นอยู
รอบหมู
บ
าน ส
วนใหญ
แล
วจะทํ
าต
นดอกไม
ให
มี
ความสู
งประมาณ๓-๕ เมตร ในขณะที่
ผู
ร
วมขบวนแห
ก็
จะมี
การถื
อดอกไม
ธู
ปเที
ยนไปด
วย อย
างไรก็
ตามการนํ
าดอกไม
มากราบพระนั้
เมื่
อปฏิ
บั
ติ
สะสมเป
นประเพณี
ติ
ดต
อกั
นยาวนานก็
พั
ฒนามาเป
น เช
นเดี
ยวกั
บการทํ
าให
ชาวบ
านที่
เข
าร
วมประเพณี
และชาวบ
านที่
มาร
วมกั
นสร
างต
นดอกไม
ทุ
กขั้
นตอนให
เกิ
ดความสามั
คคี
เกิ
ดการ
เห็
นอกเห็
นใจและมี
การช
วยเหลื
องานประเพณี
ของท
องถิ่
นในภาพรวม จึ
งก
อให
เกิ
ดความเข
มแข็
ของชุ
มชนอย
างยั่
งยื
นต
อไป
๕.๑.๒ อั
ตลั
กษณ
ประเพณี
ท
องถิ่
นจั
งหวั
ดเลย
จั
งหวั
ดเลยเป
นจั
งหวั
ดหนึ่
งที่
มี
การวั
ฒนธรรมและประเพณี
ที่
มี
รู
ปแบบเฉพาะ
ทั้
งนี้
เป
นผลสื
บเนื่
องมาจากการมี
ผู
คนที่
หลากหลายเดิ
นทางเข
ามาจั
บจองพื้
นที่
อยู
ตั้
งแต
ประวั
ติ
ศาสตร
เป
นต
นมา
1...,160,161,162,163,164,165,166,167,168,169 171,172,173,174,175,176,177,178,179,180,...189
Powered by FlippingBook