untitled - page 176

๑๖๖
ทั้
งจั
งหวั
ด โดยมี
พื้
นที่
เล
นอยู
ในบริ
เวณบ
านเดิ่
นใกล
เคี
ยง สํ
าหรั
บการละเล
นนี้
ใช
เวลา ๓ วั
น โดยแต
ละวั
นจะมี
เป
าหมายและวั
ตถุ
ประสงค
ที่
แตกต
างกั
นออกไป นั่
นคื
อ วั
นแรก จะมี
การละเล
นผี
ตาโขน
เพื่
อถวายผี
เจ
านายหรื
อวิ
ญญาณเจ
าเมื
องวั
งหรื
อเจจ
าเมื
องกลาง ส
วนวั
นที่
๒ นั้
น จะมี
การมี
การละเล
นเพื่
อร
วมขบวนแห
ส
งพระเวสสั
นดรเข
าเมื
อง
ส
วนประเพณี
ผี
ขนน้ํ
านั้
นก็
เป
นประเพณี
หนึ่
งที่
มี
ความสํ
าคั
ญที่
มี
การละเล
นเล
นกั
อย
างกว
างขวางในพื้
นที่
บ
านนาซ
าว อํ
าเภอเชี
ยงคานจั
งหวั
ดเลย ผี
ขนน้ํ
าหรื
อแมงหน
างามนั้
นมี
การ
จั
ดขึ้
นเพื่
อการระลึ
กถึ
งควายที่
ช
วยชาวบ
านในการทํ
าการเกษตรกรรมและที่
สํ
าคั
ญคื
อการละเล
เพื่
อการถวายเจ
าปู
จิ
รมานพ ดั
งความเชื่
อที่
ได
จากการศึ
กษาว
า ชาวบ
านบ
านนาซ
าวนั้
นมี
ความเชื
ว
า “ผี
บรรพบุ
รุ
ษมี
ความชื่
นชอบการเล
นผี
ขนน้ํ
ามาก” ดั
งปรากฏว
าเจ
าปู
จิ
รมานพ ได
โปรดให
มี
การ
หาแมงหน
างาม (ผี
ขนน้ํ
า) มาเล
นเป
นประจํ
า และชาวบ
านก็
ยั
งเชื่
อกั
นอี
กว
า “เมื่
อเล
นแล
วฝนฟ
าก็
จะดี
มี
ความอุ
ดมสมบู
รณ
เนื่
องจากมี
ฝนตกในปริ
มาณมาก” จึ
งนิ
ยมเล
นกั
นในงานบุ
ญประเพณี
ที่
เรี
ยกว
า “บุ
ญเดื
อนหกหรื
อบุ
ญบั๊
งไฟ”
อย
างไรก็
ตามการแสดงออกผ
าการละเล
นล
วนแสดงให
เห็
นถึ
งการสื่
อสารในเชิ
สั
ญลั
กษณ
อย
างหนึ่
งที่
กลุ
มชนพยายามสร
างตั
วตนและสร
างอั
ตลั
กษณ
เฉพาะตนให
คงอยู
โดยผ
าน
พิ
ธี
กรรมอั
นศั
กดิ์
สิ
ทธิ์
ของชุ
มชนร
วมกั
น ซึ่
งจะส
งผลทํ
าให
หมู
บ
านมี
ความสงบสุ
ขและอยู
ด
วยกั
อย
างร
มเย็
น มี
ความอุ
ดมสมบู
รณ
ด
วยผลผลิ
ตทางการเกษตรกรรม ดั
งที่
อุ
ทั
ย หิ
รั
ญโต
กล
าวว
สั
ญลั
กษณ
ก็
คื
อสิ่
งที่
มนุ
ษย
สร
างขึ้
น และการสร
างขึ้
นในตอนแรกก็
อาจไม
มี
หลั
กเกณฑ
ใดๆ แต
กระบวนการเรี
ยนรู
ผ
านผู
นํ
าผ
านความเชื่
อของชุ
มชนที่
ไม
สามารถพิ
สู
จน
ได
ก็
ส
งผลทํ
าให
เกิ
ดการ
เรี
ยนรู
ร
วมกั
นผมผสานกั
บสถานการณ
ร
วมอื่
นๆและเห็
นชอบในหลั
กเกณฑ
นั
นร
วมกั
น ดั
งความเชื่
ของชุ
มชนที่
ว
า ถ
าหากว
าป
ใดไม
มี
การละเล
นแล
วฝนฟ
าก็
อาจจะแล
ง ลมแรง คนจมน้ํ
า ลมพั
ดพา
บ
านเรื
อนพั
ง ต
นไม
โค
นล
ม สั
ตว
เลี้
ยงจะตาย พื
ชที่
ปลู
กไว
จะเกิ
ดการแห
งเหี่
ยว ไม
สามารถเก็
ผลผลิ
ตได
ถ
าเป
นพื
ชเศรษฐกิ
จจะขาดทุ
น และชาวบ
านยั
งเชื่
ออี
กว
า “สิ่
งที่
เกิ
ดขึ้
นนี้
เป
นอํ
านาจอั
ศั
กดิ์
สิ
ทธิ์
ที่
เหนื
อธรรมชาติ
ที่
เจ
าปู
จิ
รมานพและเจ
าปู
ผ
านพิ
ภพ”
ซึ่
งอาจกล
าวได
ว
าประเพณี
ผี
ขนน้ํ
าและประเพณี
ผี
ตาโขนนั้
นถู
กถ
ายทอดผ
าน
วั
ฒนธรรมและความเชื่
อของชุ
มชนจากรุ
นสู
รุ
นโดยมี
เนื้
อหาอยู
ที่
ความศั
กดิ์
สิ
ทธิ์
และอํ
านาจลี้
ลั
บของ
สิ่
งที่
เป
นผี
บรรพบุ
รุ
ษและวิ
ญญาณอั
นลึ
กลั
บที่
อาจแฝงอยู
ในตั
วคนหรื
อสั
ตว
และความศรั
ทธาของ
ชุ
มชนแต
ละชุ
มชนก็
อาจแตกต
างกั
นออกไป ดั
งจะเห็
นว
าชุ
มชนใดที่
มี
ผู
นํ
าที่
มี
ความเข็
มแข็
งมากก็
จะ
ส
งผลต
อการจั
ดงานบุ
ญประเพณี
ที่
ยิ่
งใหญ
แต
ก็
อาจมี
การปรั
บปรุ
งและปรั
บแต
งไปตามสถานการณ
ของเศรษฐกิ
จ การเมื
อง การปกครองและความเชื่
อของชุ
มชนเองด
วย
สํ
าหรั
บความเชื่
อเกี่
ยวกั
บผี
บรรพบุ
รุ
ษหรื
อผี
เจ
านายนั้
นถื
อว
าจะมี
ผลต
อโครงสร
าง
ทางสั
งคมของชุ
มชนอย
างมาก นั้
นคื
อการส
งผลทํ
าให
ชุ
มชนเกิ
ดความร
วมมื
อร
วมใจ เกิ
ดความ
สามั
คคี
และมี
ความเป
นอั
นหนึ่
งอั
นเดี
ยวกั
น เพราะในโครงสร
างทางสั
งคมและชุ
มชนนั้
นเป
นกลุ
มที่
มี
ความสั
มพั
นธ
กั
นแบบเครื
อญาติ
ทั้
งในบทบาท สถานภาพและอํ
านาจที่
ส
งผลทํ
าให
เกิ
ดการยึ
เหนี่
ยวให
เป
นหนึ่
งเดี
ยวกั
นได
เช
นเดี
ยวกั
บกลุ
มบุ
คคลกลุ
มย
อยๆที่
ต
างก็
เข
ามาร
วมงานพิ
ธี
กรรม
และการละเล
นตามประเพณี
ก็
จะดํ
าเนิ
นบทบาทของตั
วเองไปตามสิ
ทธิ
ที่
มี
อยู
ในชุ
มชนนั้
น ดั
งที่
อุ
ทั
ย หิ
รั
ญโต. (๒๕๒๖).
สารานุ
กรมสั
งคมวิ
ทยา+มานุ
ษยวิ
ทยา.
กรุ
งเทพฯ
:
ทิ
พย
อั
กษร, หน
า ๒๐๐.
1...,166,167,168,169,170,171,172,173,174,175 177,178,179,180,181,182,183,184,185,186,...189
Powered by FlippingBook