๑๖๒
จากความเชื่
อความศรั
ทธาในพระพุ
ทธศาสนาและความเชื่
อในผี
บรรพบุ
รุ
ษของตนเอง และเห็
นว
า
ชุ
มชนแต
ละชุ
มชนมี
การแสดงอั
ตลั
กษณ
ของตั
วเองออกมาดั
งนี้
๕.๑.๓.๑ ประเพณี
ผี
ตาโขน
๑) การบู
ชาพระอุ
ปคุ
ต
๒) การละเล
นผี
ตาโขน
๓) การแสดงวิ
ถี
ชี
วิ
ตชาวบ
านเช
นการปลู
กใบหม
อนเลี้
ยงไหม
๔) ทั้
งบั่
งและคนป
า
๕.๑.๓.๒
ประเพณี
ผี
ขนน้ํ
า
๑) การบู
ชาเจ
าปู
๒) การแห
ต
นดอกไม
๓) การละเล
นผี
ขนน้ํ
า
๔) การฟ
อน
๕) การเต
น
๕.๑.๓.๓
ประเพณี
แห
ต
นดอกไม
๑) การแห
ต
นดอกไม
๒) การฟ
อน
๓) การตี
กลองประกอบการแห
ต
นดอกไม
๔) วิ
ถี
ชี
วิ
ตชาวบ
านในการตกแต
งต
นดอกไม
๕.๑.๔ การออกแบบชุ
ดการแสดงจากประเพณี
ท
องถิ่
น
การออกแบบชุ
ดการแสดงจากประเพณี
ท
องถิ่
น เป
นการนํ
าแนวคิ
ดและแรง
บั
นดาลใจมาจากองค
ประกอบที่
อยู
ในประเพณี
เข
ามาวิ
เคราะห
ตี
ความหมายและค
นหาคุ
ณค
าใน
การละเล
นของประเพณี
ออกมาเป
นชุ
ดการแสดงมี
หลั
กเกณฑ
ในการออกแบบดั
งนี้
๕.๑.๔.๑ การออกแบบชุ
ดการแสดงเริ่
มต
นจากการศึ
กษาท
าทางตามธรรมชาติ
ของผู
ประกอบพิ
ธี
กรรมและผู
เข
าร
วมพิ
ธี
กรรมในประเพณี
ผี
ตาโขน เช
นพิ
ธี
อุ
ปคุ
ต การละเล
นผี
ตา
โขน การฟ
อนในขบวนแห
ผี
ตาโขน การเล
นทั้
งบั่
ง
๕.๑.๔.๒ ศึ
กษาท
าทางอากั
ปกิ
ริ
ยาของสั
ตว
ที่
เป
นต
นแบบของประเพณี
เช
น
ประเพณี
ผี
ขนน้ํ
าที่
นํ
าแบบอย
างท
าทางและรู
ปแบบของหน
ากากและพฤติ
กรรมมาจากสั
ตว
๕.๑.๔.๓ การนํ
าท
าทางของผู
ประกอบพิ
ธี
กรรมและผู
เข
าร
วมพิ
ธี
กรรม ท
าทาง
ของสั
ตว
และอื่
นๆมาออกแบบให
เป
นชุ
ดการแสดง
๕.๑.๔.๔ กํ
าหนดท
าทางการฟ
อนและการรํ
า เพื่
อให
สอดคล
องกั
บประเพณี
ท
องถิ่
นที่
เกี่
ยวโยงกั
น เช
นท
าทางการเข
าทรง
๕.๑.๕ กรณี
ศึ
กษาการออกแบบชุ
ดการแสดง
จากการศึ
กษาการออกแบบชุ
ดการแสดงและได
นํ
ามาเป
นแนวคิ
ดในการ
สร
างสรรค
ชุ
ดการแสดงโดยอาศั
ยหลั
กการและองค
ประกอบในการออกแบบการแสดงจํ
านวน ๑
ชุ
ดดั
งนี้