89
เกิ
ดความรั
กในศิ
ลปวั
ฒนธรรมของตนเอง และสามารถถ
ายทอดแก
ผู
อื่
นได
”
(เด็
กหญิ
งมนทกานต
อร
ามแสง, สั
มภาษณ
, เมื่
อวั
นที่
5พฤศจิ
กายน 2554)
สํ
าหรั
บแนวทางการดํ
าเนิ
นงานด
านวั
ฒนธรรมที่
โรงเรี
ยนได
จั
ดขึ้
น นั
บเป
นต
นแบบ
กิ
จกรรมที่
เอื้
อต
อการบริ
หารจั
ดการงานศิ
ลปวั
ฒนธรรมในชุ
มชนอย
างมาก การให
ชุ
มชนได
มี
ส
วน
ร
วมทั้
งในรู
ปแบบกรรมการสถานศึ
กษา นั
บเป
นการมี
ส
วนร
วมระหว
างโรงเรี
ยนและชุ
มชนอย
าง
แท
จริ
งจากทั
ศนคติ
ของผู
บริ
หารการศึ
กษาได
แสดงความคิ
ดเห็
นว
า “โรงเรี
ยนมี
แนวทางให
ชาวบ
าน
มาร
วมกิ
จกรรมของโรงเรี
ยนมากขึ้
นทั้
งรู
ปแบบที่
เป
นทางการและไม
เป
นทางการ โดยชุ
มชนมี
อิ
สระ
ในตั
ดสิ
นใจเข
าร
วมและสามารถเสนอแนะกิ
จกรรมร
วมกั
นได
” (นายบั
ญญั
ติ
วรรณบุ
ตร, สั
มภาษณ
, เมื่
อวั
นที่
25ตุ
ลาคม2554)
จากข
อมู
ลข
างต
น สามารถสรุ
ปได
ว
า โรงเรี
ยนวั
ดโสมนั
สมี
กระบวนการจั
ดการองค
ความรู
ด
านศิ
ลปวั
ฒนธรรมในชุ
มชนเป
นอย
างดี
มี
การกํ
าหนดเป
นหลั
กสู
ตรการเรี
ยนการสอน และ
แผนงานอย
างชั
ดเจนครู
และเด็
กนั
กเรี
ยนมี
การพั
ฒนารู
ปแบบกิ
จกรรมร
วมกั
นอย
างต
อเนื่
อง โดย
บู
รณาการพื้
นที่
และช
วงโอกาสต
าง ๆ อย
างเหมาะสม นั
บเป
นต
นแบบโรงเรี
ยนที่
มี
กระบวนการ
ถ
ายทอดองค
ความรู
งานด
านศิ
ลปวั
ฒนธรรมของชุ
มชนที่
เป
นรู
ปธรรม แต
อย
างไรก็
ตาม จาก
การศึ
กษาพบว
า ข
อจํ
ากั
ดของการดํ
าเนิ
นงาน ยั
งขาดการสนั
บสนุ
นจากภาคประชาชนในชุ
มชน
และด
านงบประมาณในการจั
ดกิ
จกรรม รวมทั้
งขาดการรวบรวมข
อมู
ลของชุ
มชน เพื่
อเป
นแหล
ง
ค
นคว
าทางประวั
ติ
ศาสตร
ในรู
ปแบบที่
ทั
นสมั
ยมากยิ่
งขึ้
น
จากผลการวิ
จั
ยได
ชี้
ให
เห็
นถึ
งโอกาส และช
องทางการส
งเสริ
มให
เกิ
ดการเรี
ยนรู
ใน
คุ
ณค
าของทรั
พยากรทางวั
ฒนธรรมที่
มี
อยู
ภายในชุ
มชนอย
างต
อเนื่
อง และเกิ
ดความเข
มแข็
งมาก
ยิ่
งขึ้
น โดยโรงเรี
ยนจะเป
นเสมื
อนแหล
งถ
ายทอดองค
ความรู
ที่
อยู
ในระบบ สามารถเป
นศู
นย
กลาง
ข
อมู
ลข
าวสาร และแหล
งรวบรวมองค
ความรู
ด
านศิ
ลปวั
ฒนธรรมได
ในอนาคต ทั้
งนี้
จะต
องมี
การ
ดํ
าเนิ
นการจั
ดเก็
บองค
ความอยู
อย
างจริ
งจั
งและต
อเนื่
อง และโรงเรี
ยนยั
งเป
นตั
วกลางในการ
ประสานความสั
มพั
นธ
ระหว
างหน
วยงานต
าง ๆที่
เกี่
ยวข
อง ในการทํ
าให
เกิ
ดความร
วมมื
อระหว
าง
กั
นซึ่
งจะทํ
าให
การดํ
าเนิ
นงานด
านศิ
ลปวั
ฒนธรรมของชุ
มชนเกิ
ดผลสั
มฤทธิ์
อย
างแท
จริ
ง
จากการศึ
กษาแหล
งเรี
ยนรู
ด
านศิ
ลปวั
ฒนธรรมในชุ
มชนวั
ดโสมนั
ส ทั้
ง 4 แหล
ง ทํ
าให
ทราบถึ
งองค
ความรู
ด
านศิ
ลปวั
ฒนธรรมของชุ
มชนในหลายๆด
าน เนื่
องด
วยเป
นชุ
มชนที่
ก
อตั้
งขึ้
น
พร
อมๆกั
บวั
ดบ
านและผู
คนที่
เคลื่
อนย
ายถิ่
นฐานมาจากหลายกลุ
มชน ดั
งนั้
น ชุ
มชนแห
งนี้
จึ
งมี