bk128 - page 13
3
ระดั
บได
อย
างรวดเร็
ว รวมไปถึ
งศู
นย
กลางข
อมู
ลทํ
าหน
าที่
เป
นสื่
อกลางเชื่
อมโยงข
อมู
ลข
าวสารจาก
แหล
งข
อมู
ลไปยั
งผู
รั
บข
อมู
ลคื
อประชาชนที่
ฟ
ง เพื่
อให
ประชาชนนํ
าไปใช
ประกอบการตั
ดสิ
นใจใช
ในกิ
จกรรมประจํ
าวั
น จั
ดเป
นรู
ปแบบการใช
สื่
อกระจายเสี
ยงเพื่
อประโยชน
สาธารณะ ดํ
าเนิ
นการ
โดยไม
แสวงหากํ
าไร เงิ
นทุ
นที่
นํ
ามาเป
นค
าใช
จ
ายในการดํ
าเนิ
นงานได
มาจากการบริ
จาคจาก
ประชาชนและการช
วยเหลื
อจากรั
ฐหรื
อองค
กรต
างๆถื
อว
าเป
นสื่
อที่
ไม
เป
นอุ
ปสรรคต
อผู
อ
านและ
เขี
ยนหนั
งสื
อไม
ได
เป
นสื่
อที่
ส
งไปได
ไกล ไม
มี
ข
อจํ
ากั
ดด
านการขนส
งเหมื
อนหนั
งสื
อพิ
มพ
หรื
อ
นิ
ตยสาร และเป
นสื่
อที่
มี
ราคาถู
กเพี
ยงแต
มี
เครื่
องรั
บเท
านั้
นก็
สามารถรั
บฟ
งโดยไม
เสี
ยค
าใช
จ
าย
(ชู
สิ
ทธิ์
ขั
นตยานุ
กู
ลกิ
จ, 2544)
การนํ
าเอาสื่
อวิ
ทยุ
มาใช
ในการเผยแพร
ข
าวสารข
อมู
ลในประเทศไทย ได
ถู
กคนในสั
งคม
มองว
าสื่
อวิ
ทยุ
กระจายเสี
ยงและวิ
ทยุ
โทรทั
ศน
ถู
กป
ดกั้
น ไม
มี
ความอิ
สระการรายงานข
าวหรื
อข
อมู
ล
ต
าง ๆส
วนใหญ
มาจากรั
ฐบาลเพี
ยงฝ
ายเดี
ยวนอกจากนั้
นยั
งมี
ป
จจั
ยทางด
านธุ
รกิ
จเข
ามาเกี่
ยวข
อง
สื่
อวิ
ทยุ
กระจายเสี
ยงและวิ
ทยุ
โทรทั
ศน
ไม
ได
ทํ
าหน
าที่
เป
นสื่
อมวลชนอย
างแท
จริ
ง ไม
สามารถทํ
า
หน
าที่
เป
นสื่
อกลางในการนํ
าเสนอข
าวสารรายการต
าง ๆที่
เป
นประโยชน
ได
ดั
งนั้
นจึ
งเกิ
ดการ
เรี
ยกร
องให
มี
การแก
ไขรั
ฐธรรมนู
ญเพื่
อให
สื่
อวิ
ทยุ
กระจายเสี
ยงและวิ
ทยุ
โทรทั
ศน
ไม
อยู
ภายใต
การ
ควบคุ
มของรั
ฐบาลโดยมี
แนวความคิ
ดว
าคลื่
นวิ
ทยุ
กระจายเสี
ยงและวิ
ทยุ
โทรทั
ศน
นั้
นเป
นทรั
พยากร
ของชาติ
ที่
มี
ค
าและมี
อยู
อย
างจํ
ากั
ด จํ
าเป
นต
องมี
การจั
ดสรรคลื่
นความถี่
วิ
ทยุ
และกํ
ากั
บดู
แลการ
ประกอบกิ
จการวิ
ทยุ
กระจายเสี
ยงและวิ
ทยุ
โทรทั
ศน
ขึ้
นใหม
ให
อยู
ในการกํ
ากั
บดู
แลขององค
กรที่
เป
นอิ
สระและไม
ขึ้
นตรงต
อรั
ฐบาล เพื่
อให
เกิ
ดประโยชน
สู
งสุ
ดกั
บประชาชนจึ
งนั
บเป
นจุ
ดสํ
าคั
ญที่
ทํ
าให
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงทางวงการวิ
ทยุ
กระจายเสี
ยงและวิ
ทยุ
โทรทั
ศน
ครั้
งสํ
าคั
ญของประเทศไทย
ซึ่
งหลั
งจากได
มี
การแก
ไขรั
ฐธรรมนู
ญ ได
มี
การระบุ
ไว
อย
างชั
ดเจนตามมาตรา 40 รั
ฐธรรมนู
ญแห
ง
ราชอาณาจั
กรไทยพ.ศ. 2540 ว
า กํ
าหนดให
มี
คลื่
นวิ
ทยุ
เป
นทรั
พยากรสื่
อสารเพื่
อประโยชน
ของ
สาธารณะและให
มี
องค
กรอิ
สระจั
ดสรรคลื่
นและกํ
ากั
บดู
แลให
เป
นประโยชน
ทั้
งในระดั
บชาติ
และ
ระดั
บท
องถิ่
นให
หลั
กประกั
นเรื่
องสิ
ทธิ
เสรี
ภาพในการรั
บรู
ข
าวสารของประชาชนโดยเป
ดโอกาสให
สื่
อมวลชนมี
อิ
สระในการทํ
างานอย
างเต็
มที่
ตามมาตรา 39 และ 41 (สุ
ธารั
กษ
ภู
ติ
โส, 2551)
นอกจากนั้
นยั
งได
กํ
าหนดบทบาทหน
าที่
ของประชาชนในการมี
ส
วนร
วมบริ
หารจั
ดการทรั
พยากร
ของชาติ
ตามมาตรา 56 ภายหลั
งจากที่
รั
ฐธรรมนู
ญแห
งราชอาณาจั
กรไทยที่
ประกาศใช
เมื่
อวั
นที่
11
ตุ
ลาคม2540 (กรมประชาสั
มพั
นธ
, 2540)
จากพระราชบั
ญญั
ติ
จั
ดสรรคลื่
นความถี่
และกํ
ากั
บกิ
จการวิ
ทยุ
กระจายเสี
ยง วิ
ทยุ
โทรทั
ศน
และกิ
จการโทรคมนาคมพ.ศ.2543 ทํ
าให
มี
การจั
ดตั้
งสถานี
วิ
ทยุ
ขึ้
นอย
างมากมายในระดั
บท
องถิ่
น
หรื
อที่
เรี
ยกกั
นว
า วิ
ทยุ
ชุ
มชน แต
การจั
ดตั้
งนั้
นก็
ยั
งขาดความรู
ความเข
าใจ และการกํ
ากั
บดู
แลจาก
1...,3,4,5,6,7,8,9,10,11,12
14,15,16,17,18,19,20,21,22,23,...374