93
วิ
ธี
จั
ดการปั
ญหาเกี่
ยวกั
บบาปอี
กวิ
ธี
คื
อการจาแนกตามระดั
บความรุ
นแรงของบาป การกระทา
บางอย่
างจึ
งถู
กจั
ดว่
าเป็
นบาปมหั
นต์
ห้
ามกระทา ขณะที่
การกระทาบางอย่
างเป็
นบาปเล็
กน้
อย อาจกระทาได้
หากจาเป็
น และบรรดา “กิ
จกรรมบาป” ที่
ชาวกื
อเม็
งเกี่
ยวข้
องด้
วยส่
วนใหญ่
ถู
กจั
ดว่
าเป็
นบาปเล็
กน้
อยทั
้
งสิ
้
น
เช่
น “เซ็
ง” ประธานชมรมนกกรงหั
วจุ
กหมู
่
1 กล่
าวปนยิ
้
มว่
าการจั
ดแข่
งนกกรงหั
วจุ
กเช้
าวั
นศุ
กร์
เป็
นบาป แต่
สาเหตุ
ที่
ต้
องทาเช่
นนั
้
นเป็
นเพราะไม่
เหลื
อเวลาอื่
นให้
เลื
อกในรอบสั
ปดาห์
และบาปจากการกระทาดั
งกล่
าวก็
มี
ไม่
มาก เขากล่
าวเพิ่
มเติ
มว่
าการแข่
งนกในวั
นเวลาดั
งกล่
าวไม่
เป็
นปั
ญหาหากว่
าเสร็
จสิ
้
นก่
อนเที่
ยงเพื่
อว่
าคนที่
เข้
า
แข่
งจะได้
สามารถเตรี
ยมตั
วไปละหมาดที่
มั
สยิ
ดได้
ทั
น จึ
งไม่
มี
คนใดคั
ดค้
านหรื
อวิ
พากษ์
วิ
จารณ์
การแข่
งนกกรง
หั
วจุ
กในเช้
าวั
นศุ
กร์
ที่
กื
อเม็
ง ทั
้
งนี
้
การแข่
งขั
นแต่
ละครั
้
งมี
ผู
้
เข้
าร่
วมประมาณ 100-120 ส่
วนใหญ่
เป็
นคนกื
อ
เม็
งและหมู
่
บ้
านใกล้
เคี
ยง แต่
ก็
มี
คนจากที่
ไกลๆ เข้
าร่
วมด้
วย (เซ็
ง, สั
มภาษณ์
15พฤศจิ
กายน 2554) ในทานอง
เดี
ยวกั
น “ดาแมะ” กล่
าวว่
าการเล่
นหวยเป็
นบาปในศาสนาอิ
สลามแต่
ว่
าไม่
ได้
หนั
กหนาสาหั
ส เขารวมทั
้
งชาวกื
อ
เม็
งคนอื่
นบางคนจึ
งยั
งคงเล่
นหวยอยู
่
และไม่
ถู
กตาหนิ
หรื
อว่
าห้
ามปรามจากใครแต่
อย่
างใด (ดาแมะ, สั
มภาษณ์
5กรกฎาคม 2554)
ส่
วนกรณี
การกระทาที่
มี
ความผิ
ดบาปร้
ายแรง เช่
นการดื่
มเครื่
องดื่
มแอลกอฮอล์
ผู
้
ที่
เกี่
ยวข้
องอาศั
ยการ
ตี
ความคาสอนในศาสนาใหม่
เป็
นกลวิ
ธี
หลั
ก เช่
น “เจ๊
ะ” เด็
กหนุ
่
มวั
ย 17 ปี
กล่
าวว่
าเขาติ
ดน
้
าต้
มใบกระท่
อมมา
เป็
นเวลากว่
า 2 ปี
แล้
ว เขาจะรู
้
สึ
กหงุ
ดหงิ
ด งุ
่
นง่
าน กระสั
บกระส่
ายทุ
กครั
้
งที่
เขาอยากดื่
มน
้
าต้
มใบกระท่
อม
ปั
ญหานี
้
ทวี
ความรุ
นแรงยิ่
งขึ
้
นหากว่
าเขาต้
องเดิ
นทางเข้
าไปในเมื
องและไม่
สามารถหาซื
้
อน
้
าต้
มใบกระท่
อมได้
อย่
างไรก็
ดี
อาการ “ลงแดง” น
้
าต้
มใบกระท่
อมสามารถบรรเทาได้
ด้
วยการดื่
มเบี
ยร์
แทน “เจ๊
ะ” กล่
าวว่
าการดื่
ม
เบี
ยร์
เป็
นบาปหนั
กในศาสนาอิ
สลามแต่
ว่
าเขามี
วิ
ธี
การตี
ความข้
อห้
ามในศาสนาใหม่
ที่
จะช่
วยให้
เขาไม่
ก่
อบาป
มหั
นต์
เมื่
อคราวที่
ต้
องดื่
มเบี
ยร์
เขากล่
าวว่
า “คนพู
ดว่
ากิ
นเบี
ยร์
1หยดจะทาให้
การละหมาดหายไป 40ครั
้
ง แต่
เราคิ
ดว่
าถ้
ากิ
นเบี
ยร์
หรื
อเหล้
า 1 แก้
วนี่
ไม่
เป็
นไรเพราะว่
าตอนเทลงแก้
วนี่
มั
นจะมี
หยดมากและเร็
วมากจนนั
บ
จานวนหยดไม่
ทั
น” (เจ๊
ะ, สั
มภาษณ์
5 กรกฎาคม 2555) และเพราะเหตุ
ที่
เขาตี
ความข้
อห้
ามในศาสนาอิ
สลาม
ในลั
กษณะดั
งกล่
าว “เจ๊
ะ” จึ
งยั
งคงดื่
มเบี
ยร์
เมื่
อถึ
งคราวจาเป็
นหรื
อว่
าเกิ
ดความต้
องการขึ
้
นมา
การตี
ความคาสอนหรื
อข้
อห้
ามศาสนาอิ
สลามไม่
ได้
จากั
ดเฉพาะในหมู
่
ผู
้
ที่
เกี่
ยวข้
องกั
บกิ
จกรรมที่
เป็
น
บาป รวมทั
้
งไม่
ได้
ถู
กผู
กขาดโดยผู
้
นาศาสนาไม่
ว่
าจะเป็
นประเภทใดหากแต่
เป็
นกิ
จกรรมปกติ
หรื
อชี
วิ
ตประจาวั
น
ของมุ
สลิ
มโดยทั่
วไป ทั
้
งนี
้
ก็
เพราะว่
าเพราะเหตุ
ที่
เป็
นศาสนาที่
ไม่
มี
ผู
้
เป็
นสื่
อกลางระหว่
างพระเจ้
ากั
บสาวก
ศาสนาอิ
สลามจึ
งจั
ดวางสาวกไว้
เบื
้
องหน้
าอั
ลเลาะห์
โดยตรง ซึ่
งหมายความว่
าไม่
เฉพาะแต่
การเจรจาต่
อรองกั
บ