st125 - page 101

97
อิ
สลาม ทว่
าการเริ่
มต้
นบทสวดด้
วยการเอ่
ยนามพระเจ้
าว่
า “บิ
สมิ
ลลาห์
” ก็
เป็
นคล้
ายกั
บการขออานาจของ
พระองค์
ในการรั
กษาโรคโดยปริ
ยาย (เย็
ง, สั
มภาษณ์
18มี
นาคม 2554) นอกจากนี
หมอนวดที่
มี
ชื่
อเสี
ยงอย่
าง
มากแห่
งบ้
านตะโละสะดากล่
าวว่
าเขาสวดเป็
นภาษาอาหรั
บขณะนวดให้
กั
บคนที่
มี
อาการเคล็
ดขั
ดยอกความว่
“ข้
าพเจ้
าไม่
ได้
ทาการนวดนี
แต่
เป็
นอั
ลเลาะห์
ที่
เป็
นผู
กระทา” (หมอนวดบ้
านตะโละสะดา, สั
มภาษณ์
2
พฤศจิ
กายน2554) เป็
นต้
กลวิ
ธี
ที่
สองที่
“มง” ใช้
ในการทาให้
การประกอบพิ
ธี
ของเขาไม่
ขั
ดศาสนาอิ
สลามสามารถเรี
ยกได้
ว่
าเป็
“การทาให้
เป็
นวิ
ทยาศาสตร์
” โดยเขากล่
าวว่
าหนึ่
งในคติ
ความเชื่
อและพิ
ธี
กรรมท้
องถิ่
นที่
ขั
ดกั
บศาสนาอิ
สลาม
อย่
างชั
ดเจนคื
อพิ
ธี
ไหว้
ครู
ศิ
ลปะพื
นบ้
านมลายู
ประเภทต่
างๆ โดยเฉพาะมะโย่
งและสี
ลั
ตเพราะว่
าเกี่
ยวเนื่
องกั
ความเชื่
อในวิ
ญญาณของครู
ศิ
ลปะ อย่
างไรก็
ดี
เพื่
อที่
จะยั
งสามารถประกอบพิ
ธี
ไหว้
ครู
ศิ
ลปะต่
อไปได้
โดยไม่
ขั
ศาสนาอิ
สลาม “มง” ได้
ปรั
บเปลี่
ยนความหมายของพิ
ธี
เสี
ยใหม่
โดยให้
หมายถึ
งการไหว้
ครู
ศิ
ลปะที่
ยั
งมี
ชี
วิ
ตอยู
(เหมื
อนเช่
นพิ
ธี
ไหว้
ครู
ในโรงเรี
ยน) นอกจากนี
เขายั
งอธิ
บายให้
นั
กแสดงศิ
ลปะพื
นบ้
านคนอื่
นๆฟั
งว่
าที่
พวกเขา
คิ
ดว่
าบางครั
งถู
กเข้
าสิ
งโดยวิ
ญญาณครู
ศิ
ลปะแท้
ที่
จริ
งแล้
วเป็
นเรื่
องของความคิ
ดและจิ
ตใจของพวกเขาเองที่
เป็
นเช่
นนั
น ไม่
มี
อะไรเกี่
ยวข้
องกั
บวิ
ญญาณครู
ศิ
ลปะของพวกเขา เขากล่
าวว่
“เราบอกคนที่
คิ
ดว่
าตั
วเองถู
กผี
ของครู
เข้
าว่
ามั
นเป็
นเรื่
องของจิ
ตของพวกเขาเอง มั
เป็
นเพราะว่
าจิ
ตของพวกเขาต้
องการจะเชื่
อแบบนั
นมั
นก็
เหมื
อนกั
บที่
เด็
กวั
ยรุ่
นอยากเต้
นพอได้
ยิ
นเสี
ยงกลองเสี
ยงดนตรี
เวลาที่
พวกเขาอยากจะขยั
บตั
วเวลาที่
ได้
ยิ
นเสี
ยงปี่
ในสี
ลั
ต เราอธิ
บาย
ให้
พวกนี
ฟั
งว่
ามั
นไม่
มี
อะไรเกี่
ยวกั
บวิ
ญญาณมั
นเป็
นเรื่
องเกี่
ยวกั
บจิ
ตของพวกเขา หรื
ออย่
าง
ตอนที่
ก๊
ะด๊
ะอาละวาดเพราะคิ
ดว่
าถู
กผี
ครู
สี
ลั
ตเข้
าเราก็
ใช้
ผ้
ากวาดตั
วให้
แกสงบ คื
อก๊
ะด๊
ะแก
คิ
ดไปเอง แกเธอเห็
นว่
าอะไรขาดไปในพิ
ธี
แล้
วเกิ
ดอาการกั
งวลกระวนกระวายแล้
วกลายเป็
อาละวาดคล้
ายกั
บถู
กผี
เข้
าอะไรอย่
างนี
อั
นนี
เราก็
มาอธิ
บายให้
แกฟั
งที
หลั
ง ตอนที่
แกสงบ
แล้
ว” (มง, สั
มภาษณ์
8ธั
นวาคม 2554)
กลวิ
ธี
ที่
สามคื
อ “การทาให้
เป็
นเรื่
องทางโลกย์
” โดย “มง” มั
กใช้
กลวิ
ธี
นี
ในกรณี
ที่
คติ
ความเชื่
อและ
พิ
ธี
กรรมท้
องถิ่
นมี
แนวโน้
มที่
จะเกี่
ยวข้
องกั
บศาสนาอื่
น เช่
น เขากล่
าวว่
ามุ
สลิ
มที่
เคร่
งจะไม่
ยุ
งเกี่
ยวกั
บปลั
ดขิ
เพราะปลั
ดขิ
กเกี่
ยวข้
องกั
บความเชื่
อในศาสนาพราหมณ์
ฮิ
นดู
หรื
อแม้
กระทั่
งศาสนาพุ
ทธ แต่
เหตุ
ผลที่
เขารั
บจ้
าง
แกะสลั
กไม้
รู
ปอวั
ยวะเพศชายให้
กั
บเพื่
อนของเขาก็
เพราะเขาคิ
ดว่
ามั
นไม่
มี
อะไรเกี่
ยวข้
องกั
บศาสนาหรื
อความ
เชื่
อใดๆ เขายื
นยั
นว่
า “เราไม่
ได้
แกะสลั
กพระพุ
ทธรู
ปหรื
อเทพเจ้
าอะไร ที่
เราทาคื
องานศิ
ลปะ คื
อแกะไม้
เป็
นรู
1...,91,92,93,94,95,96,97,98,99,100 102,103,104,105,106,107,108,109,110,111,...116
Powered by FlippingBook