st125 - page 102

98
อวั
ยวะเพศชายส่
วนว่
าเขาจะเอางานที่
เราทาเสร็
จไปทาอะไร ไปลงคาถาอาคมต่
ออะไรนั
นเป็
นเรื่
องของเขา ไม่
เกี่
ยวกั
บเรา” ในทานองเดี
ยวกั
น เขากล่
าวว่
าเขาได้
ตั
ดความเชื่
อเกี่
ยวกั
บเขาพระสุ
เมรตามคติ
พราหมณ์
ฮิ
นดู
ออก
จากการทาบายศรี
หรื
อ “บุ
งอซี
เระ” เพื่
อจะได้
สามารถสื
บทอดธรรมเนี
ยมประเพณี
เหล่
านี
ต่
อไปได้
ในฐานะที่
เป็
ส่
วนหนึ่
งของวั
ฒนธรรมมลายู
(มง, สั
มภาษณ์
8ธั
นวาคม 2554)
กลวิ
ธี
ที่
สี่
คื
อ “การเที
ยบเคี
ยงกั
บการปฏิ
บั
ติ
ของศาสดา” เช่
น “มง” กล่
าวว่
าแม้
การแสดงดนตรี
จะถู
นั
บว่
าเป็
นบาปในศาสนาอิ
สลามแต่
การเล่
นเครื่
องดนตรี
บางชนิ
ด เช่
นกลอง ไม่
ถื
อว่
าเป็
นความผิ
ดหรื
อเป็
นบาป
เพราะว่
าเป็
นเครื่
องดนตรี
ที่
ใช้
บรรเลงในการต้
อนรั
บศาสดานบี
มู
ฮั
มหมั
ดขณะท่
านเดิ
นทางกลั
บจากการทาศึ
สงคราม และเพราะเหตุ
ที่
ศิ
ลปะการแสดงพื
นบ้
านมลายู
จานวนมากที่
เขาเกี่
ยวข้
องด้
วย เช่
นสี
ลั
ต และมะโย่
ประกอบด้
วยการบรรเลงกลอง จึ
งเป็
นเหตุ
ให้
การบรรเลงกลอง (รวมทั
งการเล่
นเครื่
องดนตรี
ประเภทอื่
น) ใน
ศิ
ลปะการแสดงเหล่
านี
ไม่
ถื
อว่
าผิ
ดหลั
กศาสนาหรื
อว่
าเป็
นบาปเช่
นกั
น ในทานองเดี
ยวกั
น “มง” กล่
าวว่
าถึ
งแม้
ศาสนาอิ
สลามจะห้
ามการคุ
มกาเนิ
ดทว่
าผู
ชายมุ
สลิ
มสามารถหลั่
งภายนอกได้
หากไม่
ต้
องการมี
บุ
ตรเพราะเป็
สิ่
งที่
ศาสดานบี
มู
ฮั
มหมั
ดปฏิ
บั
ติ
(มง, สั
มภาษณ์
8ธั
นวาคม 2554)
นอกเหนื
อจากกลวิ
ธี
ทั
งสี่
“มง” ดั
งกล่
าว (ซึ่
ง “บอมอ” คนอื่
นใช้
ด้
วยเช่
นกั
นในบางกรณี
) ยั
งมี
กลวิ
ธี
ที่
“บอมอ” คนอื่
นในบ้
านกื
อเม็
งใช้
ในการช่
วยให้
พวกเขายั
งสามารถประกอบพิ
ธี
กรรมของพวกเขาได้
เช่
น กลวิ
ธี
“การทาให้
กลายเป็
นศาสนาอิ
สลาม” ซึ่
งกลวิ
ธี
นี
คล้
ายคลึ
งกั
บกลวิ
ธี
“การยกความดี
ความชอบให้
อั
ลเลาะห์
ของ “มง” ในแง่
ที่
เป็
นการจั
ดวางคติ
ความเชื่
อและพิ
ธี
กรรมมลายู
ให้
อยู
ภายใต้
การกากั
บดู
แลของศาสนาอิ
สลาม
เช่
น “แชโอ๊
ะ” ฟาดผ้
าสาหรั
บรองละหมาดลงบนร่
างของผู
ถู
กผี
เข้
าพลางสวดอั
ลกุ
รอานขณะประกอบพิ
ธี
ไล่
ผี
เขา
กล่
าวว่
าในอดี
ต “บอมอ” บริ
กรรมเวทย์
มนต์
คาถาภาษามลายู
โดยไม่
รู
ว่
ามี
แหล่
งที่
มาจากไหนทว่
าตอนนี
พวก
เขาซึ่
งรวมถึ
งเขาด้
วยรู
ว่
าเวทย์
มนต์
คาถาดั
งกล่
าวขั
ดกั
บศาสนาอิ
สลามจึ
งหั
นมาสวดอั
ลกุ
รอานขณะประกอบพิ
ธี
ไล่
ผี
แทน เขากล่
าวว่
าสาหรั
บเขาในฐานะมุ
สลิ
ม อั
ลเลาะห์
คื
อผู
ทรงพลานุ
ภาพที่
สุ
ดและทุ
กสิ่
งรวมทั
งวิ
ญญาณ
ทั
งหลายล้
วนอยู
ภายใต้
พระองค์
จึ
งเป็
นพลั
งอานาจของอั
ลเลาะห์
ที่
ขั
บวิ
ญญาณชั่
วร้
ายออกจากร่
าง ไม่
ใช่
ฤทธิ ์
เดชของเวทย์
มนต์
คาถาใดๆ เหมื
อนเช่
นที่
เคยเชื่
อกั
นมาในอดี
ต (แชโอ๊
ะ, สั
มภาษณ์
23ธั
นวาคม 2554)
สรุ
ปท้
ำยบท
บทนี
กล่
าวถึ
งการปรั
บตั
วและการต่
อรองของชาวกื
อเม็
งในอั
นที่
จะคงไว้
ซึ่
งการดาเนิ
นชี
วิ
ตประจาวั
นและการ
ประกอบพิ
ธี
กรรมความเชื่
ออย่
างที่
เคยปฏิ
บั
ติ
มาโดยไม่
ก่
อให้
เกิ
ดความขั
ดแย้
งอย่
างรุ
นแรงกั
บกลุ
มที่
“เคร่
ศาสนา” หรื
อผู
ขั
บเคลื่
อนกระแสการตื่
นตั
วในศาสนาอิ
สลามในพื
นที่
1...,92,93,94,95,96,97,98,99,100,101 103,104,105,106,107,108,109,110,111,112,...116
Powered by FlippingBook