st121 - page 24

16
เป
นกลุ
มที่
ปรั
บตั
วเข
ากั
บสั
งคมพื้
นเมื
องการปรั
บตั
วเป
นผลจากความต
องการด
านเศรษฐกิ
จประกอบกั
คนที่
โยกย
ายส
วนใหญ
เป
นผู
ชายจึ
งแต
งงานข
ามถิ่
น เกิ
ดการผสมทางวั
ฒนธรรม กลุ
มบ
าบ
าในมะละกา
นิ
ยมทํ
ามาการค
าส
วนในตรั
งกานู
ทํ
าการเกษตร และการค
การอพยพหนี
ความยากจนในประเทศจี
นไม
เพี
ยงภั
ยธรรมชาติ
แต
เป
นเพราะความต
องการ
อาชี
พที่
มั่
นคงกว
าจากข
อมู
ลข
างต
นแสดงให
เห็
นว
าความยากจนทํ
าให
มี
ความมานะบากบั่
นจนสามารถ
ยกระดั
บเป
นชนชั้
นกลางที่
มี
อํ
านาจควบคุ
มเศรษฐกิ
จของท
องถิ่
นการรวมกลุ
มของชาวจี
นในฐานะที่
เป
ชาวจี
นด
วยกั
นหรื
อเผ
าพั
นธุ
ภาษาตระกู
ลแซ
เดี
ยวกั
นทํ
าให
ดํ
ารงรั
กษาอั
ตลั
กษณ
ไว
อย
างเข
มแข็
ง ความ
เป
นคนกลุ
มน
อยในคาบสมุ
ทรแต
มี
กํ
าลั
งทางเศรษฐกิ
จมากกว
าคนพื้
นเมื
องทํ
าให
ศิ
ลปกรรมตามรสนิ
ยม
นายทุ
นจี
นเกิ
ดขึ้
นง
ายกว
าศิ
ลปกรรมของคนกลุ
มอื่
นๆ
2.3 ย
ายถิ่
นเพื่
อประกอบการและขายแรงงาน
ในช
วงคริ
สต
ศตวรรษที่
19 แหลมมลายู
เป
ดเหมื
องแร
จํ
านวนมากมี
การริ
เริ่
มปลู
กยางพาราประกอบกั
บอั
งกฤษตั้
งเขตปกครอง สเตรตส
เซตเติ
เมนต
(Straits Settlement) ซึ่
งมี
เมื
องหลั
กตามแนวช
องแคบมะละกา คื
อเมื
องมะละกา สิ
งคโปร
และ
ป
นั
ง เมื
องเหล
านี้
เป
นเมื
องท
าแลกเปลี่
ยนสิ
นค
า ตลาดกลางรั
บซื้
อวั
ตถุ
ดิ
บส
งตลาดยุ
โรป ทํ
าให
เกิ
ผู
ประกอบการและผู
ใช
แรงงานจํ
านวนมาก ส
วนหนึ่
งเป
นแรงงานจากอิ
นเดี
ยที่
อั
งกฤษนํ
าเข
ามารั
บจ
าง
ตามสวนกาแฟหรื
อสวนยางพารา เมื่
อภาคเกษตรกรรมขยายตั
วทํ
าให
ชาวอิ
นเดี
ยหลั่
งไหลเข
ามามากขึ้
ต
องจั
ดวิ
ธี
ทํ
างานอย
างเป
นระบบ โดยทํ
าสั
ญญากั
บผู
ว
าจ
าง ทํ
างานจนครบสั
ญญา เมื่
อครบสั
ญญาจะ
เป
นอิ
สระภายหลั
งระบบสั
ญญาผู
กมั
ดถู
กยกเลิ
กมี
ผลให
แรงงานระยะหลั
งเป
นแรงงานอิ
สระชาวอิ
นเดี
เหล
านี้
ส
วนใหญ
เป
นชาวทมิ
ฬจากมี
ทราสหรื
ออิ
นเดี
ยตอนใต
นอกจากภาคเกษตรแล
ว ยั
งเป
นคนงาน
สร
างทางรถไฟหรื
องานก
อสร
างของรั
ฐบาลอั
งกฤษ
แรงงานส
วนใหญ
เป
นแรงงานจากจี
น เป
นเพราะความต
องการของนายทุ
น ซึ่
งเป
นคนจี
ด
วยกั
น ดั
งกรณี
งานเหมื
องแร
คนสยาม คนมลายู
ไม
นิ
ยมรั
บจ
างเป
นกรรมกรเหมื
อง จึ
งต
องเกณฑ
แรงงานจากภายนอก โดยเฉพาะคนจี
นนอกจากนี้
มี
ชาวจี
นที่
อพยพมารั
บเป
นผู
ประกอบการและรั
บจ
าง
ภาคเกษตรกรรมพาณิ
ชยกรรม ชาวจี
นอพยพมายั
งคาบสมุ
ทรมลายู
เป
นระยะ ๆ ช
วงแรกอยู
ตามภาค
ตะวั
นออก ในตรั
งกานู
แต
เดิ
มมี
ชาวจี
นมากกว
าครึ่
งหนึ่
งของประชากรชาวตรั
งกานู
ทํ
าการค
ากั
บรั
ใกล
เคี
ยงและสยามชาวจี
นเริ่
มอพยพไปสู
ภาคตะวั
นตกตั้
งแต
ต
นคริ
สต
ศตวรรษที่
19 เพื่
อค
นหาแหล
งแร
ดี
บุ
ก ทํ
าให
กิ
จการเหมื
องแร
พั
ฒนาขึ้
น เหมื
องเหล
านี้
มั
กเป
นของชนชั้
นนํ
าชาวมลายู
ชาวจี
น และ
ชาวตะวั
นตก เหมื
องแร
ส
วนมากมี
ชาวจี
นเป
นผู
ลงทุ
นดํ
าเนิ
นกิ
จการและเป
นแรงงานในเหมื
องด
วย (พั
ริ
นทร
สวนฐิ
ตะป
ญญา, 2541: 12-13) ชาวจี
นนอกจากทํ
าเหมื
องแร
แล
ว ยั
งรั
บเหมาสั
มปทานและเป
คนงานในโครงการต
างๆของภาครั
ฐ ดั
งการอพยพย
ายถิ่
นของนายเจี
ยกี
ซี
จากกวางตุ
งสู
ประเทศไทย
เพื่
อค
าขายต
อมาเป
นผู
รั
บเหมาสร
างทางรถไฟสายใต
การก
อสร
างนี้
ต
องใช
คนงานจํ
านวนมาก ผู
รั
บจ
าง
ส
วนใหญ
เป
นจี
นอพยพซึ่
งมี
หลายภาษาต
องแบ
งหน
าที่
ทํ
างาน เช
นจี
นแคะทํ
าหน
าที่
บุ
กเบิ
กถางป
า จี
แต
จิ๋
วทํ
าหน
าที่
โกยดิ
นถมทาง จี
นกวางตุ
งทํ
าหน
าที่
โรยหิ
นหลั
งจากสร
างเสร็
จชาวจี
นเหล
านี้
ตั้
งถิ่
นฐาน
1...,14,15,16,17,18,19,20,21,22,23 25,26,27,28,29,30,31,32,33,34,...206
Powered by FlippingBook