st121 - page 22

14
แนวคิ
ด ทฤษฎี
เกี่
ยวกั
บป
จจั
ยที่
ก
อให
เกิ
ดการผสมผสานทางศิ
ลปกรรม
แนวคิ
ดทฤษฎี
เกี่
ยวกั
บป
จจั
ยหรื
อเหตุ
ที่
ก
อให
เกิ
ดการผสมผสานทางศิ
ลปกรรม ผู
วิ
จั
ยได
ใช
แนวคิ
ดทางวั
ฒนธรรมเป
นหลั
ก ทั้
งนี้
เพราะการผสมผสานทางวั
ฒนธรรมก
อให
เกิ
ดการผสมผสานด
าน
ศิ
ลปกรรมเช
นกั
น เหตุ
ที่
พื้
นที่
ใดพื้
นที่
หนึ่
งมี
สั
งคมพหุ
วั
ฒนธรรมและศิ
ลปะมี
ป
จจั
ย ดั
งนี้
1 สภาพทางภู
มิ
ศาสตร
สภาพทางภู
มิ
ศาสตร
ส
งผลต
อความหลากหลายทางวั
ฒนธรรม ประทุ
ม ชุ
มเพ็
งพั
นธุ
(2548 :
38) ได
เขี
ยนไว
ในหนั
งสื
อศิ
ลปวั
ฒนธรรมภาคใต
ตอนหนึ่
งว
า แหลมมลายู
ตั้
งอยู
กึ่
งกลางระหว
งอิ
นเดี
กั
บจี
น เป
นจุ
ดแบ
งทะเลจี
นใต
กั
บทะเลอิ
นเดี
ยจึ
งเป
นจุ
ดแวะพั
กจุ
ดหมายปลายทางสิ้
นสุ
ดการเดิ
นเรื
อ ผู
ที่
จะเดิ
นทางเรื
อข
ามฟากฝ
งต
อไปจํ
าเป
นต
องเปลี่
ยนเรื
อ จึ
งเป
นเส
นทางเดิ
นเรื
อค
าขายที่
สํ
าคั
ญยิ่
งมาแต
โบราณระหว
างตะวั
นตกกั
บตะวั
นออก กล
าวคื
อไม
ว
ามนุ
ษย
เดิ
นทางเคลื่
อนย
ายถ
ายเทผู
คนและ
วั
ฒนธรรม ย
อมไม
พ
นแหลมมลายู
โดนเฉพาะบริ
เวณช
องแคบมะละกา จึ
งทํ
าให
บริ
เวณนี้
เป
นแหล
พบปะของคนหลายชาติ
หลายวั
ฒนธรรม ประเสริ
ฐ วิ
ทยารั
ฐ (2536 :14-15) ให
ความเห็
นว
า หาก
เลยแนวละติ
จู
ดที่
5องศาหรื
อใกล
เส
นศู
นย
สู
ตร เป
นที่
ตั้
งต
นการเกิ
ดลมมรสุ
มตะวั
นออกฉี
ยงเหนื
อและ
ตะวั
นตกเฉี
ยงใต
ซึ่
งมี
กระแสลมสงบและทิ
ศทางลมไม
แน
นอนหรื
อลมเบามากทํ
าให
เรื
อสิ
นค
าต
างๆต
อง
วนเวี
ยนอยู
เพราะปลอดแรงลมอาจหมดสะเบี
ยงอาหารต
องเดิ
นเรื
อเลี
ยบฝ
งคาบสมุ
ทรมลายู
ตอนกลาง
การที่
เมื
องมะละกามี
ผู
คนจากหลายเชื้
อชาติ
อาจเป
นเพราะต
องรอการเปลี่
ยนลมมรสุ
ม เพื่
อสะดวกต
การลงใต
โดยอาศั
ยลมมรสุ
มตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อ และขึ้
นเหนื
อโดยลมมรสุ
มตะวั
นตกเฉี
ยงใต
พื้
นที่
ใดเป
นที่
ราบติ
ดทะเล ไม
มี
ภู
เขาขวางกั้
นจะชั
กนํ
าให
เกิ
ดการเคลื่
อนย
ายผู
คนเข
ามาง
ายขึ้
ประเทศที่
มี
ผู
คนอยู
ร
วมกั
นหลายเชื้
อชาติ
มาตั้
งแต
อดี
ตมั
กเป
นที่
ติ
ดทะเล เช
นอเมริ
กาเหนื
อ ออสเตรเลี
มาเลเซี
ย ฯลฯ อย
างไรก็
ตามยั
งมี
ป
จจั
ยสภาพอากาศเกื้
อหนุ
นด
วยการเคลื่
อนย
ายของผู
อพยพจะไม
เข
สู
เมื
องที่
มี
อากาศหนาวกว
าหรื
อร
อนกว
าดั
งพบว
าญี่
ปุ
นแม
เป
นเกาะมี
ทะเลโอบล
อม แต
การผสมผสาน
ของชาติ
พั
นธุ
ต
าง ๆมี
น
อย เพราะไม
ใช
ทางผ
านไปมาของเรื
อสิ
นค
านานาชาติ
การเดิ
นเรื
อขึ้
นเหนื
อมี
แต
สภาพที่
หนาวเย็
นเรื่
อย ๆ ต
างจากแหลมมลายู
ที่
เรื
อไม
ว
าจากตะวั
นออกสู
ตะวั
นตก จากตะวั
นตกสู
ตะวั
นออกล
วนสามารถเลื
อกสรรหลั
กแหล
งให
กั
บตน บาร
บารา วั
ตสั
นอั
นดายาและลี
โอนาร
ด วายอั
ดายา (2551: 64-91) ผู
ศึ
กษาประวั
ติ
ศาสตร
มาเลเซี
ยมี
ความเห็
นว
าการที่
มลายู
เป
นที่
พบปะของหลาย
ชาติ
อย
างน
อยมี
สองป
จจั
ย 1) การตั้
งอยู
ในตํ
าแหน
งทางภู
มิ
ศาสตร
ตรงเส
นทางทะเลที่
สํ
าคั
ญ 2
เส
นทางมาบรรจบกั
น ทํ
าให
เชื่
อมโยงเข
ากั
บตลาดการค
าที่
สํ
าคั
ญของอิ
นเดี
ยและจี
นด
วยระบบลมมรสุ
ประจํ
าป
2) ความมั่
งคั่
งอุ
ดมสมบู
รณ
ของทรั
พยากรในหมู
เกาะ ทํ
าให
มี
สิ
นค
ามากมายสํ
าหรั
บขายและ
แลกเปลี่
ยนทรั
พยากรที่
สํ
าคั
ญในช
วงแรกๆคื
อป
าดิ
บชื้
นซึ่
งอุ
ดมด
วยไม
เนื้
อหอมยางสนหวาย ครั่
ง ทํ
ให
มลายู
โด
งดั
ง ชาวมลายู
ทํ
าหน
าที่
คนกลางและซื้
อขายสิ
นค
า นอกจากนี้
ยั
งมี
สิ
นแร
มากมาย การมี
โลหะสํ
าคั
ญบางชนิ
ดเป
ดโอกาสให
แก
ดิ
นแดนที่
โดดเดี่
ยวเจริ
ญขึ้
น ดั
งเช
นซาราวั
ก การพบสิ
นแร
มากมายทํ
าให
ชาวจี
นเข
าไปบุ
กเบิ
กการส
งออกแร
เหล็
กที่
ถลุ
งแล
1...,12,13,14,15,16,17,18,19,20,21 23,24,25,26,27,28,29,30,31,32,...206
Powered by FlippingBook