14
แนวคิ
ด ทฤษฎี
เกี่
ยวกั
บป
จจั
ยที่
ก
อให
เกิ
ดการผสมผสานทางศิ
ลปกรรม
แนวคิ
ดทฤษฎี
เกี่
ยวกั
บป
จจั
ยหรื
อเหตุ
ที่
ก
อให
เกิ
ดการผสมผสานทางศิ
ลปกรรม ผู
วิ
จั
ยได
ใช
แนวคิ
ดทางวั
ฒนธรรมเป
นหลั
ก ทั้
งนี้
เพราะการผสมผสานทางวั
ฒนธรรมก
อให
เกิ
ดการผสมผสานด
าน
ศิ
ลปกรรมเช
นกั
น เหตุ
ที่
พื้
นที่
ใดพื้
นที่
หนึ่
งมี
สั
งคมพหุ
วั
ฒนธรรมและศิ
ลปะมี
ป
จจั
ย ดั
งนี้
1 สภาพทางภู
มิ
ศาสตร
สภาพทางภู
มิ
ศาสตร
ส
งผลต
อความหลากหลายทางวั
ฒนธรรม ประทุ
ม ชุ
มเพ็
งพั
นธุ
(2548 :
38) ได
เขี
ยนไว
ในหนั
งสื
อศิ
ลปวั
ฒนธรรมภาคใต
ตอนหนึ่
งว
า แหลมมลายู
ตั้
งอยู
กึ่
งกลางระหว
งอิ
นเดี
ย
กั
บจี
น เป
นจุ
ดแบ
งทะเลจี
นใต
กั
บทะเลอิ
นเดี
ยจึ
งเป
นจุ
ดแวะพั
กจุ
ดหมายปลายทางสิ้
นสุ
ดการเดิ
นเรื
อ ผู
ที่
จะเดิ
นทางเรื
อข
ามฟากฝ
งต
อไปจํ
าเป
นต
องเปลี่
ยนเรื
อ จึ
งเป
นเส
นทางเดิ
นเรื
อค
าขายที่
สํ
าคั
ญยิ่
งมาแต
โบราณระหว
างตะวั
นตกกั
บตะวั
นออก กล
าวคื
อไม
ว
ามนุ
ษย
เดิ
นทางเคลื่
อนย
ายถ
ายเทผู
คนและ
วั
ฒนธรรม ย
อมไม
พ
นแหลมมลายู
โดนเฉพาะบริ
เวณช
องแคบมะละกา จึ
งทํ
าให
บริ
เวณนี้
เป
นแหล
ง
พบปะของคนหลายชาติ
หลายวั
ฒนธรรม ประเสริ
ฐ วิ
ทยารั
ฐ (2536 :14-15) ให
ความเห็
นว
า หาก
เลยแนวละติ
จู
ดที่
5องศาหรื
อใกล
เส
นศู
นย
สู
ตร เป
นที่
ตั้
งต
นการเกิ
ดลมมรสุ
มตะวั
นออกฉี
ยงเหนื
อและ
ตะวั
นตกเฉี
ยงใต
ซึ่
งมี
กระแสลมสงบและทิ
ศทางลมไม
แน
นอนหรื
อลมเบามากทํ
าให
เรื
อสิ
นค
าต
างๆต
อง
วนเวี
ยนอยู
เพราะปลอดแรงลมอาจหมดสะเบี
ยงอาหารต
องเดิ
นเรื
อเลี
ยบฝ
งคาบสมุ
ทรมลายู
ตอนกลาง
การที่
เมื
องมะละกามี
ผู
คนจากหลายเชื้
อชาติ
อาจเป
นเพราะต
องรอการเปลี่
ยนลมมรสุ
ม เพื่
อสะดวกต
อ
การลงใต
โดยอาศั
ยลมมรสุ
มตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อ และขึ้
นเหนื
อโดยลมมรสุ
มตะวั
นตกเฉี
ยงใต
พื้
นที่
ใดเป
นที่
ราบติ
ดทะเล ไม
มี
ภู
เขาขวางกั้
นจะชั
กนํ
าให
เกิ
ดการเคลื่
อนย
ายผู
คนเข
ามาง
ายขึ้
น
ประเทศที่
มี
ผู
คนอยู
ร
วมกั
นหลายเชื้
อชาติ
มาตั้
งแต
อดี
ตมั
กเป
นที่
ติ
ดทะเล เช
นอเมริ
กาเหนื
อ ออสเตรเลี
ย
มาเลเซี
ย ฯลฯ อย
างไรก็
ตามยั
งมี
ป
จจั
ยสภาพอากาศเกื้
อหนุ
นด
วยการเคลื่
อนย
ายของผู
อพยพจะไม
เข
า
สู
เมื
องที่
มี
อากาศหนาวกว
าหรื
อร
อนกว
าดั
งพบว
าญี่
ปุ
นแม
เป
นเกาะมี
ทะเลโอบล
อม แต
การผสมผสาน
ของชาติ
พั
นธุ
ต
าง ๆมี
น
อย เพราะไม
ใช
ทางผ
านไปมาของเรื
อสิ
นค
านานาชาติ
การเดิ
นเรื
อขึ้
นเหนื
อมี
แต
สภาพที่
หนาวเย็
นเรื่
อย ๆ ต
างจากแหลมมลายู
ที่
เรื
อไม
ว
าจากตะวั
นออกสู
ตะวั
นตก จากตะวั
นตกสู
ตะวั
นออกล
วนสามารถเลื
อกสรรหลั
กแหล
งให
กั
บตน บาร
บารา วั
ตสั
นอั
นดายาและลี
โอนาร
ด วายอั
น
ดายา (2551: 64-91) ผู
ศึ
กษาประวั
ติ
ศาสตร
มาเลเซี
ยมี
ความเห็
นว
าการที่
มลายู
เป
นที่
พบปะของหลาย
ชาติ
อย
างน
อยมี
สองป
จจั
ย 1) การตั้
งอยู
ในตํ
าแหน
งทางภู
มิ
ศาสตร
ตรงเส
นทางทะเลที่
สํ
าคั
ญ 2
เส
นทางมาบรรจบกั
น ทํ
าให
เชื่
อมโยงเข
ากั
บตลาดการค
าที่
สํ
าคั
ญของอิ
นเดี
ยและจี
นด
วยระบบลมมรสุ
ม
ประจํ
าป
2) ความมั่
งคั่
งอุ
ดมสมบู
รณ
ของทรั
พยากรในหมู
เกาะ ทํ
าให
มี
สิ
นค
ามากมายสํ
าหรั
บขายและ
แลกเปลี่
ยนทรั
พยากรที่
สํ
าคั
ญในช
วงแรกๆคื
อป
าดิ
บชื้
นซึ่
งอุ
ดมด
วยไม
เนื้
อหอมยางสนหวาย ครั่
ง ทํ
า
ให
มลายู
โด
งดั
ง ชาวมลายู
ทํ
าหน
าที่
คนกลางและซื้
อขายสิ
นค
า นอกจากนี้
ยั
งมี
สิ
นแร
มากมาย การมี
โลหะสํ
าคั
ญบางชนิ
ดเป
ดโอกาสให
แก
ดิ
นแดนที่
โดดเดี่
ยวเจริ
ญขึ้
น ดั
งเช
นซาราวั
ก การพบสิ
นแร
มากมายทํ
าให
ชาวจี
นเข
าไปบุ
กเบิ
กการส
งออกแร
เหล็
กที่
ถลุ
งแล
ว