๒
ในสมั
ยรั
ตนโกสิ
นทร
จั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
ได
เปลี่
ยนแปลงเป
นจั
งหวั
ดแห
งการท
องเที่
ยวที่
มี
เสน
ห
ความงามด
วยชายหาดที่
สงบ และสิ่
งแวดล
อมทางธรรมชาติ
กษั
ตริ
ย
แห
งกรุ
งรั
ตนโกสิ
นทร
สามพระองค
คื
อ รั
ชกาลที่
สี่
ห
า และหก ได
สร
างพระราชวั
งไว
ที่
เพชรบุ
รี
ได
แก
พระนครคี
รี
พระรามราชนิ
เวศน
และ
พระราชนิ
เวศน
มฤคทายวั
น ดั
งนั้
นเพชรบุ
รี
จึ
งถู
กเรี
ยกอี
กอย
างหนึ่
งว
า “เมื
องสามวั
ง” สถานที่
ท
องเที่
ยว
ที่
มี
ชื่
อเสี
ยงของจั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
ได
แก
อุ
ทยานแห
งชาติ
แก
งกระจาน วั
ดวาอาราม ชายหาด และถ้ํ
าต
าง ๆ
รวมถึ
งอาหารพื้
นเมื
อง และอาหารทะเล นอกจากนี้
เพชรบุ
รี
ยั
งมี
ชื่
อเสี
ยงเป
นที่
พั
กผ
อนชายทะเล คื
อ
อํ
าเภอชะอํ
าซึ่
งมี
อาณาเขตติ
ดต
อกั
บอํ
าเภอหั
วหิ
น จั
งหวั
ดประจวบคี
รี
ขั
นธ
อาชี
พหลั
กของคนพื้
นเมื
องเพชรบุ
รี
มี
ความเกี่
ยวเนื่
องกั
บเกษตรกรรม เช
น ทํ
านา ทํ
าสวน ทํ
า
น้ํ
าตาล และผลิ
ตภั
ณฑ
จากต
นตาล เลี้
ยงสั
ตว
และการประมง แม
น้ํ
าสายสํ
าคั
ญของจั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
ได
แก
แม
น้ํ
าเพชรบุ
รี
มี
ความยาว ๒๒๗ กิ
โลเมตร แม
น้ํ
าบางกลอยในเขตวนอุ
ทยานแห
งชาติ
แก
ง
กระจาน มี
ความยาว ๔๔ กิ
โลเมตร และแม
น้ํ
าบางตะบู
นในอํ
าเภอบ
านแหลม มี
ความยาว ๑๘ กิ
โลเมตร
วิ
ถี
ชี
วิ
ตของชาวพื้
นเมื
องเป
นสิ่
งที่
น
าศึ
กษา ไม
เพี
ยงแต
ความเก
าแก
ของเมื
อง และความงดงามของ
ธรรมชาติ
เท
านั้
นที่
ดึ
งดู
ดใจนั
กท
องเที่
ยว ศิ
ลปะอั
นวิ
จิ
ตรก็
มี
ชื่
อเสี
ยงด
วยเช
นกั
น ดั
งนั้
นการท
องเที่
ยวเชิ
ง
วั
ฒนธรรมจึ
งเป
นกิ
จกรรมที่
น
าสนใจศิ
ลปะภาพเขี
ยนฝาผนั
งโบสถ
ที่
โดดเด
นและเป
นเอกลั
กษณ
สามารถ
พบได
ที่
วั
ดเก
าแก
ในเขตอํ
าเภอเมื
องเพชรบุ
รี
นอกจากนี้
เพชรบุ
รี
เป
นจั
งหวั
ดที่
มี
เอกลั
กษณ
โดดเด
นในเรื่
องของตาลโตนด เนื่
องจากตาลโตนด
เป
นพื
ชเก
าแก
ที่
พบในจั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
นานนั
บเป
นพั
นป
มาแล
ว และมี
มากจนเป
นเอกลั
ษณ
ของจั
งหวั
ด
เพชรบุ
รี
ก
อให
เกิ
ดรายได
จากภาษี
น้ํ
าตาลโตนดเป
นอย
างมากแก
ภาครั
ฐในอดี
ต และเกิ
ดภู
มิ
ป
ญญาที่
หลากหลายจากการใช
ประโยชน
ตั้
งแต
ปลายรากจนถึ
งปลายใบเกื
อบร
อยชนิ
ด แต
จากการพั
ฒนา
เศรษฐกิ
จสมั
ยใหม
และการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม ได
ส
งผลกระทบในด
านการลดจํ
านวนต
นตาลโตนด
อย
างรวดเร็
ว รวมทั้
งขาดการสื
บทอดภู
มิ
ป
ญญาตาลโตนดที่
บรรพบุ
รุ
ษได
คิ
ดค
นและสื
บทอดกั
นต
อ ๆ มา
นั
บเป
นพั
น ๆ ป
อี
กด
วย (สมพร ประกอบชาติ
และคณะ. ๒๕๕๒ : ๓) ซึ่
งผลผลิ
ตจากตาลโตนดส
งผลต
อ
เศรษฐกิ
จและสั
งคมของจั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
มาอย
างต
อเนื่
องนั
บตั้
งแต
อดี
ตจนถึ
งป
จจุ
บั
น
พื้
นที่
ในจั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
ที่
ยั
งมี
ต
นตาลโตนดมากพื้
นที่
หนึ่
ง คื
อ พื้
นที่
อํ
าเภอบ
านลาด ในแต
ละ
ตํ
าบลจะมี
การสื
บทอดภู
มิ
ป
ญญาเกี่
ยวกั
บตาลโตนดที่
หลากหลายอาทิ
ตํ
าบลถ้ํ
ารงค
มี
สวนตาลขนาดใหญ
มี
ต
นตาลโตนด ประมาณ๔๕๐ ต
นพบในหมู
บ
านม
วงงาม และในพื้
นที่
ตํ
าบลต
าง ๆ ในอํ
าเภอบ
านลาด
จะมี
ตาลขึ้
นอยู
ตามหั
วไร
ปลายนาจํ
านวนมาก อย
างไรก็
ตาม ในป
จจุ
บั
นตาลโตนดกํ
าลั
งประสบป
ญหา
การร
อยหรอของทรั
พยากรธรรมชาติ
จากความเสื่
อมโทรมของระบบนิ
เวศ และความเปลี่
ยนแปลง
เกี่
ยวกั
บการใช
ประโยชน
จากที่
ดิ
นโดยเฉพาะการทํ
านา ๒-๓ ครั้
งต
อป
และขยายพื้
นที่
การเพาะปลู
ก
เป
นเหตุ
ให
มี
การตั
ดต
นตาลโตนดมากขึ้
น เพื่
อนํ
าเนื้
อไม
ไปใช
ประโยชน
ในการทํ
าเครื่
องเรื
อนและของที่
ระลึ
กเพื่
อสนั
บสนุ
นการท
องเที่
ยวของจั
งหวั
ดที่
เริ่
มขยายตั
วมากขึ้
น ตั้
งแต
ป
พ.ศ. ๒๕๓๐ เป
นต
นมา