๔๕๐
ในสมั
ยก่
อนนั้
นมั
กปล่
อยเป็
นฝู
งให้
หากิ
นเองในทุ่
งเลี้
ยงสั
ตว์
เมื่
อถึ
งฤดู
การทานาก็
ต้
อนฝู
งให้
ลงเหยี
ยบ
ย่
าในนาจนเป็
นดิ
นโคลนพร้
อมที่
จะปั
กดาได้
มู
ลของควายที่
ย้
ายคอกไปตามแหล่
งทุ่
งนาก็
กลายเป็
นปุ๋
ย
อย่
างดี
แต่
ปั
ญหาที่
ชาวบ้
านประสบคื
อเรื่
องโจรผู้
ร้
ายที่
ขโมยควาย บางที
ก็
ต้
อนไปหมดทั้
งฝู
ง หรื
อไม่
ก็
ประสบกั
บปั
ญหาโรคระบาด และภั
ยจากอื่
นๆ เช่
น สั
ตว์
ร้
ายจาพวกเสื
อ เป็
นต้
น เจ้
าของควายจึ
งหั
นไป
พึ่
ง "เจ้
าที่
" ให้
ช่
วยปกปั
กรั
กษา คื
อ จะทาพิ
ธี
ไหว้
เจ้
าที่
เพื่
อขอความคุ้
มครองให้
ฝู
งควายของตน
ช่
วงเวลาการทาพิ
ธี
ไหว้
เจ้
าที่
ควาย ปกติ
จะประกอบพิ
ธี
กรรมปี
ละ ๒ ครั้
ง
คื
อตอนลงนาและตอนจากนา โดยหมู่
บ้
านหนึ่
งจะมี
หมอเซ่
นไหว้
เจ้
าที่
อยู่
สองสามคน มี
การสื
บทอดต่
อ
กั
นไปเรื่
อยจากรุ่
นบรรพบุ
รุ
ษมาถึ
งลู
กหลาน เล่
ากั
นว่
าหมอรุ่
นก่
อนที่
ตายไปแล้
ววิ
ญญาณจะกลายเป็
น
"นายหมรู
น/หรื
อนายหมู
น" มี
หน้
าที่
รั
บใช้
เจ้
าที่
ชั้
นสู
งขึ้
นไป (ภาษาท้
องถิ่
นเรี
ยกเจ้
าที่
ชั้
นสู
งขึ้
นว่
า
"พ่
อตา") ในพิ
ธี
กรรมไหว้
เจ้
าที่
ควายชาวบ้
านจะจั
ดทาร้
านกามะลอสู
งจากพื้
นดิ
นประมาณ ๑ ฟุ
ต ขนาด
กว้
างยาวประมาณ ๓ ฟุ
ต บนร้
านปู
ใบตองตั้
งเครื่
องเซ่
น เช่
น ไก่
ต้
ม เหล้
า ข้
าว น้
า หมาก พลู
บุ
หรี่
เป็
นต้
น มี
บั
นไดเล็
กๆ พาดลงจากร้
านบนพื้
นดิ
นหน้
าร้
านปู
ใบตองจั
ดวางเครื่
องเซ่
นเช่
นกั
น วางไส้
ไก่
เลื
อด ขน พร้
อม ข้
าวสุ
ก ไว้
สาหรั
บผี
หรื
อเจ้
าที่
ที่
ไม่
สามารถขึ้
นกิ
นบนร้
านได้
๓.๒.๔ มี
การริ
เริ่
มสร้
างสรรค์
และปรั
บปรุ
งเปลี่
ยนแปลงวั
ฒนธรร มให้
เหมาะสมกั
บ
ยุ
คสมั
ย โดยยั
งคงรั
กษาไว้
ซึ่
งเอกลั
กษณ์
ความเป็
นไทย