bk129 - page 254
246
2.1
การรั
บฟั
งด้
วยใจอย่
างลึ
กซึ
้
ง
ผู
้
สอนต้
องฝึ
กการรั
บฟั
งผู
้
เรี
ยนอย่
างลึ
กซึ
้
งด้
วยการฟั
งอย่
างมี
สติ
เช่
นกิ
จกรรมการฟั
ง
ด้
วยหั
วใจที่
ผู
้
เรี
ยนต้
องเล่
าเรื่
องราวจากประสบการณ์
ของตนให้
ผู
้
อื่
นฟั
ง และผู
้
รั
บฟั
งต้
องตั
้
งใจฟั
ง
เรื่
องราวด้
วยความใส่
ใจและมี
สติ
รั
บฟั
งเรื่
องราวโดยผู
้
สอนมี
หน้
าที่
แนะนํ
าวิ
ธี
การรั
บฟั
งด้
วยใจอย่
าง
ลึ
กซึ
้
งให้
แก่
ผู
้
เรี
ยนอย่
างละเอี
ยดจนผู
้
เรี
ยนสามารถฝึ
กการฟั
งด้
วยใจอย่
างลึ
กซึ
้
งและสามารถนํ
าไปใช้
กั
บกิ
จกรรมการจั
บประเด็
นได้
อย่
างต่
อเนื่
องและสามารถเชื่
อมโยงวิ
ธี
การรั
บฟั
งด้
วยใจอย่
างลึ
กซึ
้
งที่
ได้
รั
บการฝึ
กฝนมาใช้
ต่
อได้
ผู
้
เรี
ยนสามารถจั
บประเด็
นจากเรื่
องเล่
า แยกแยะประเด็
นที่
สํ
าคั
ญของ
เรื่
องได้
สอดคล้
องกั
บวิ
จั
กขณ์
พานิ
ช (2548) กล่
าวว่
าผู
้
สอนควรสร้
างสภาพที่
เอื
้
อต่
อการเรี
ยนรู
้
โดย
เป็
นสภาพแวดล้
อมที่
เห็
นคุ
ณค่
าของการเรี
ยนรู
้
ภายในจิ
ตใจ ให้
ความสํ
าคั
ญและเอาใจใส่
จิ
ตใจของผู
้
เรี
ยนรู
้
ในทุ
กขณะทั
้
งนี
้
การเอาใจใส่
จิ
ตใจในกระบวนการเรี
ยนรู
้
นั
้
นสามารถทํ
าได้
ด้
วยการฟั
งอย่
าง
ลึ
กซึ
้
ง (DeepListening) หมายถึ
งการฟั
งด้
วยหั
วใจด้
วยความตั
้
งใจอย่
างสั
มผั
สได้
ถึ
งรายละเอี
ยดของ
สิ่
งที่
เราฟั
งอย่
างลึ
กซึ
้
งด้
วยจิ
ตที่
ตั
้
งมั่
น ในที่
นี
้
ยั
งหมายถึ
งการรั
บรู
้
ด้
วยการมอง การอ่
านการสั
มผั
ส
จากนั
้
นการน้
อมสู
่
ใจอย่
างใคร่
ครวญ (Contemplation) เป็
นกระบวนการต่
อเนื่
องจากการฟั
งอย่
าง
ลึ
กซึ
้
ง ร่
วมกั
บประสบการณ์
ที่
ผ่
านเข้
ามาในชี
วิ
ตเมื่
อเข้
ามาสู
่
ใจแล้
วมี
การน้
อมนํ
ามาคิ
ดใคร่
ครวญดู
อย่
างลึ
กซึ
้
งจากนั
้
นก็
ลองนํ
าไปปฏิ
บั
ติ
เพื่
อให้
เห็
นผลจริ
ง
2.2 กระบวนการคิ
ดในการวางแผน
ผู
้
สอนต้
องมี
กระบวนการวางแผนการเรี
ยนรู
้
และการจั
ดลํ
าดั
บเนื
้
อหาความรู
้
ที่
คํ
านึ
งถึ
งกลุ่
มผู
้
เรี
ยนเป็
นสิ่
งสํ
าคั
ญ โดยไม่
ให้
ผู
้
เรี
ยนเกิ
ดความสั
บสน ผู
้
สอนจึ
งต้
องมี
วิ
ธี
คิ
ดในการ
ออกแบบการเรี
ยนการสอน โดยศึ
กษาจากหนั
งสื
อที่
เกี่
ยวข้
องกั
บการออกแบบการเรี
ยนรู
้
ซึ
่
งขั
้
น
ตอนนี
้
ใช้
ในการสร้
างแผนการสอนของโปรแกรมซึ
่
งสอดคล้
องกั
บปรี
ดา เรื
องวิ
ชาธร(2553) กล่
าว
ว่
า ในการจั
ดการเรี
ยนรู
้
ที่
เอากลุ่
มผู
้
เรี
ยนเป็
นตั
วตั
้
งและจะต้
องขจั
ดความเห็
นและประสบการณ์
ออก
จากผู
้
เรี
ยน แล้
วทํ
าให้
ปะทะสั
งสรรค์
จนเกิ
ดบทเรี
ยนที่
ลึ
กซึ
้
งนั
้
น ผู
้
สอนจํ
าต้
องมี
วิ
ธี
คิ
ดหรื
อ
กระบวนการคิ
ด เพื่
อบ่
งบอกทางในการวางเนื
้
อหาและการสรุ
ปบทเรี
ยนกระบวนการคิ
ดที่
ว่
านั
้
นจะ
ช่
วยทํ
าให้
ผู
้
สอนรู
้
ชั
ดได้
ว่
าบทเรี
ยนกํ
าลั
งอยู
่
จุ
ดใด และประเด็
นกํ
าลั
งเชื่
อมโยงสั
มพั
นธ์
กั
นซึ
่
งถ้
า
ผู
้
สอนเข้
าใจบทเรี
ยนชั
ดเจนก็
จะช่
วยกลุ่
มผู
้
เรี
ยนเข้
าถึ
งบทเรี
ยนได้
ง่
ายด้
วยเหตุ
นี
้
ผู
้
สอนจํ
าเป็
นต้
อง
ฝึ
กฝนกระบวนการคิ
ดหรื
อวิ
ธี
คิ
ดที่
หลากหลายไว้
ใช้
งานอย่
างสอดคล้
องกั
บเป้
าหมายและเนื
้
อหา
สาระการเรี
ยนรู
้
1...,244,245,246,247,248,249,250,251,252,253
255,256,257,258,259,260,261,262,263,264,...409