bk129 - page 167

159
คํ
าตอบกขค งควรมี
การกระจายตอบให้
อยู
ในสั
ดส่
วนที่
เท่
ากั
นและคํ
าตอบ ง. ถู
กทุ
กข้
อมี
จํ
านวน
มากเกิ
นไปให้
ลดลงหรื
อปรั
บเปลี่
ยนตั
วเลื
อกข้
อคํ
าตอบใหม่
4.1.5 หลั
งจากผู
วิ
จั
ยปรั
บปรุ
งแก้
ไขเนื
อหาแล้
วนํ
าแบบวั
ดความรู
ไปทดลองใช้
กั
กลุ่
มแม่
ชี
จํ
านวน 30คน เมื่
อเดื
อนกุ
มภาพั
นธ์
2555 ณ วั
ดธรรมนิ
มิ
ตต์
จ.ชลบุ
รี
เพื่
อหาค่
าความ
เชื่
อมั่
นค่
าความยากง่
าย และค่
าอํ
านาจจํ
าแนก และวิ
เคราะห์
หาค่
าความยากง่
าย (p) และค่
าอํ
านาจ
จํ
าแนก (r) โดยการวิ
เคราะห์
เป็
นรายข้
อ ได้
ข้
อสอบที่
มี
ความเหมาะสมจํ
านวน 24ข้
อ จากการ
คั
ดเลื
อกข้
อสอบที่
มี
ค่
าความยากง่
ายระหว่
าง 0.23-0.57 และมี
ค่
าอํ
านาจจํ
าแนกระหว่
าง 0.23-0.63
และหาความเชื่
อมั่
นของแบบทดสอบโดยวิ
ธี
แบบคู
เดอร์
-ริ
ชาร์
ดสั
นโดยใช้
สู
ตรKR-20 (พวงรั
ตน์
ทวี
รั
ตน์
, 2543) มี
ค่
าความเชื่
อมั่
นทั
งฉบั
บ 0.80 แสดงว่
า ผู
ตอบแบบวั
ดความรู
มี
ความเข้
าใจในข้
คํ
าถามเป็
นอย่
างดี
4.1.6 ปรั
บปรุ
งแบบวั
ดความรู
เรื่
องการพั
ฒนาภาวะผู
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธ
สํ
าหรั
บแม่
ชี
ไทยให้
เป็
นฉบั
บที่
สมบู
รณ์
4.2 แบบวั
ดเจตคติ
ต่
อการพั
ฒนาภาวะผู
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธสํ
าหรั
บแม่
ชี
ไทย
4.2.1 ผู
วิ
จั
ยดํ
าเนิ
นการศึ
กษาทฤษฎี
เอกสาร ตํ
ารา บทความ และงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
องกั
บการพั
ฒนาภาวะผู
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธ เข้
าอบรมเรื่
องการพั
ฒนาผู
นํ
า และเข้
ร่
วมกิ
จกรรมตามแนวคิ
ดนี
โอฮิ
วแมนนิ
ส เพื่
อนํ
ามาประยุ
กต์
ใช้
ในการจั
ดกิ
จกรรม และเพื่
อการ
วิ
เคราะห์
เนื
อหา
4.2.2 สร้
างแบบวั
ดเจตคติ
ต่
อการพั
ฒนาภาวะผู
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธ
สํ
าหรั
บแม่
ชี
ไทยว่
า มี
ความคิ
ดเห็
นที่
สอดคล้
องกั
บคุ
ณลั
กษณะภาวะผู
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธ
มี
จํ
านวนประเด็
นคํ
าถาม 38 ข้
อ จํ
าแนกคุ
ณลั
กษณะภาวะผู
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธทั
ง 8ด้
าน
ประกอบด้
วย 1. การมี
คุ
ณธรรมอั
นประเสริ
ฐประจํ
าใจกํ
ากั
บตั
วเองและปฏิ
บั
ติ
ต่
อผู
อื่
น ได้
แก่
ข้
อ 1-
4 จํ
านวน 4ข้
อ 2. ทั
กษะในการติ
ดต่
อสื่
อสาร ได้
แก่
ข้
อ 5-10 จํ
านวน 6ข้
อ 3. ทั
กษะในการ
สั
งเกตเพื่
อมองคนให้
เห็
นลึ
กถึ
งศั
กยภาพภายใน ได้
แก่
ข้
อ 11-15 จํ
านวน 5ข้
อ 4. มี
ความสมดุ
ระหว่
างและความกล้
าในการตั
ดสิ
นใจและการไตร่
ตรองอย่
างรอบคอบ ได้
แก่
ข้
อ 16-22 จํ
านวน
7 ข้
อ 5. มี
จิ
ตใจใฝ่
เรี
ยนรู
เพื่
อหาความจริ
งและลึ
กซึ
งยิ่
งขึ
น ได้
แก่
ข้
อ 23-26 จํ
านวน 4ข้
อ 6. มี
ความยื
ดหยุ่
นไม่
ยึ
ดมั่
นติ
ดกรอบความคิ
ดอย่
างตายตั
ว ได้
แก่
ข้
อ27-30 จํ
านวน 4 ข้
อ 7. มี
ทั
กษะ
และประสบการณ์
ในการมองเห็
นเปลี่
ยนแปลงของสั
งคมได้
แก่
ข้
อ 31-34จํ
านวน 4 ข้
อและ 8. มี
จิ
ตใจที่
เป็
นผู
เริ่
มกระทํ
าก่
อนได้
แก่
ข้
อ 35-38 จํ
านวน 4ข้
อ ข้
อคํ
าถามของแบบวั
ดเจตคติ
นี
มี
ลั
กษณะเป็
นมาตราส่
วนประมาณค่
า (Likert’s ScaleType) 5ระดั
บ เพื่
อตรวจสอบว่
าผู
เรี
ยนมี
ความ
คิ
ดเห็
นเกี่
ยวกั
บประเด็
นคํ
าถามต่
างๆมากน้
อยเพี
ยงใด
1...,157,158,159,160,161,162,163,164,165,166 168,169,170,171,172,173,174,175,176,177,...409
Powered by FlippingBook