nt142 - page 84
70
1. มี
การผสมผสานระหว่
างการอนุ
รั
กษ์
และการพั
ฒนาควบคู
่
กั
นไป
2. สนองความต้
องการพื
้
นฐานของมนุ
ษย์
โดยไม่
ควรให้
เกิ
ดความเกิ
นเลยจน
นํ
าไปสู
่
การทํ
าลายสมดุ
ลทางธรรมชาติ
3. ให้
ประชาชนมี
ส่
วนร่
วม โดยให้
ความเสมอภาคและความยุ
ติ
ธรรมกั
บทุ
กคนใน
สั
งคม
4. ผสมผสานกิ
จกรรมต่
างๆโดยทํ
าให้
สั
งคมเกิ
ดการพิ
จารณาตั
วเอง (มองตนเอง)
เกิ
ดความผู
กพั
นกั
นแบละมี
ความหลากหลายทางวั
ฒนธรรมที่
สอดคล้
องกั
บสั
งคมนั
้
น
5. มี
การรั
กษาสิ่
งแวดล้
อมและระบบนิ
เวศวิ
ทยาให้
สมบู
รณ์
6. การนํ
าเทคโนโลยี
ใหม่
ๆ เข้
ามาร่
วมกระบวนการ โดยให้
สอดคล้
องกั
บสั
งคม
ปั
จจุ
บั
นและอยู
่
ในขี
ดจํ
ากั
ดความสามารถของชุ
มชนนั
้
นๆ
แนวความคิ
ดและองค์
ประกอบดั
งกล่
าว จึ
งเป็
นการสร้
างภาพในอนาคตอี
กวิ
ธี
การ
หนึ
่
งที่
จะทํ
าให้
นโยบายเรื่
องเมื
องน่
าอยู
่
เป็
นรู
ปธรรมที่
ชั
ดเจนได้
หากทุ
กคนและทุ
กฝ่
ายมี
แนว
ทางการปฏิ
บั
ติ
เป็
นไปในแนวทางเดี
ยวกั
นความสํ
าคั
ญในการสร้
างเมื
องน่
าอยู
่
นั
้
นใช่
ว่
าต้
องการเพี
ยง
สร้
างเมื
องให้
มี
รู
ปแบบที่
สวยงามหรื
อเห็
นและสั
มผั
สได้
เพี
ยงภายนอกเท่
านั
้
นแต่
โดยหลั
กการแล้
ว
เมื
องน่
าอยู
่
จะต้
องสามารถยกระดั
บคุ
ณภาพชี
วิ
ตความเป็
นอยู
่
ของประชาชนทั
้
งในเมื
องและชนบท ให้
สามารถใช้
ชี
วิ
ตความเป็
นอยู
่
ที่
พอเหมาะแก่
การดํ
ารงชี
วิ
ตตลอดจนยกระดั
บความรู
้
สึ
กที่
จะร่
วมแรง
ร่
วมใจกั
นพั
ฒนาท้
องถิ่
นและชุ
มชนที่
อยู
่
ให้
ดี
ขึ
้
น เพราะท้
ายสุ
ดแล้
วเมื
องน่
าอยู
่
ก็
คื
อเมื
องที่
ประชาชนมี
ชี
วิ
ตอยู
่
ด้
วยความผาสุ
ก"นั่
นเอง
2.4การออกแบบชุ
มชนเมื
องสู
่
เมื
องน่
าอยู
่
คณะกรรมการพั
ฒนาเมื
องแห่
งชาติ
ซึ
่
งได้
เกิ
ดขึ
้
นเมื่
อปี
2543 โดยมี
นายกรั
ฐมนตรี
(นายชวนหลี
กภั
ย) เป็
นประธานนั
้
น เป็
นกลไกดั
้
งเดิ
มระดั
บประเทศ เพื่
อกํ
าหนดนโยบายและ
ประสานการดํ
าเนิ
นงานในเรื่
องเมื
องน่
าอยู
่
-ชุ
มชนน่
าอยู
่
ภายใต้
การดํ
าเนิ
นงานของกลไกดั
งกล่
าวได้
มี
การจั
ดทํ
ากรอบแนวทางการพั
ฒนาเมื
องอย่
างยั่
งยื
น "เมื
องน่
าอยู
่
-ชุ
มชนน่
าอยู
่
" ซึ
่
งได้
ผ่
านความ
เห็
นชอบจากคณะรั
ฐมนตรี
เมื่
อวั
นที่
25 เมษายน 2543 เพื่
อให้
หน่
วยงานที่
เกี่
ยวข้
องนํ
าไปใช้
ประกอบการจั
ดทํ
าแผนปฏิ
บั
ติ
การได้
ต่
อไปอย่
างไรก็
ตามต่
อมากลไกนี
้
ได้
ถู
กเปลี่
ยนแปลงไปจึ
งเป็
น
ที่
น่
าเสี
ยดายอย่
างยิ่
งที่
ทํ
าให้
ประเทศไทยไม่
มี
การขั
บเคลื่
อนเมื
องน่
าอยู
่
-ชุ
มชนน่
าอยู
่
ให้
เป็
นไปอย่
าง
ต่
อเนื่
องในระยะ 10ปี
ที่
ผ่
านมา ผลลั
พธ์
เป็
นอย่
างไรนั
้
น เราอยู
่
ในแต่
ละเมื
องและชุ
มชนสามารถ
ประเมิ
นให้
คะแนนความน่
าอยู
่
ของเมื
อง-ชุ
มชนตนเองได้
(ณพงศ์
นพเกตุ
2550หน้
า 14 )
1...,74,75,76,77,78,79,80,81,82,83
85,86,87,88,89,90,91,92,93,94,...262