untitled - page 17
๗
บทที่
๒
เอกสารและงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข
อง
การวิ
จั
ยเรื่
อง การศึ
กษาอั
ตลั
กษณ
ประเพณี
ผี
ตาโขนประเพณี
ผี
ขนน้ํ
า และประเพณี
แห
ต
น
ดอกไม
: การออกแบบสร
างสรรค
ชุ
ดการแสดงสํ
าหรั
บการนํ
าเสนอภาพลั
กษณ
การท
องเที่
ยวจั
งหวั
ด
เลย ผู
วิ
จั
ยศึ
กษาเอกสารและงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข
องดั
งนี้
๒.๑ บริ
บทที่
เกี่
ยวข
องกั
บจั
งหวั
ดเลย
๒.๑.๑ ประวั
ติ
ความเป
นมาของจั
งหวั
ดเลย
จั
งหวั
ดเลยนั้
น มี
หลั
กฐานเกี่
ยวกั
บประวั
ติ
ความเป
นมาว
า ก
อตั้
งโดยชนเผ
าไทยที่
สื
บเชื้
อสายมาจากบรรพบุ
รุ
ษที่
ก
อตั้
งอาณาจั
กรโยนกเชี
ยงแสน โดยพ
อขุ
นบางกลางหาวและพ
อขุ
น
ผาเมื
อง (เชื่
อถื
อกั
นว
าเป
นเชื้
อสายราชวงศ
สิ
งหนวั
ติ
) ได
มี
ผู
คนอพยพจากอาณาจั
กรโยนกเชี
ยงแสน
ที่
ล
มสลายแล
ว ผ
านดิ
นแดนล
านช
าง ข
ามลํ
าน้ํ
าเหื
องขึ้
นไปทางฝ
งขวาของลํ
าน้ํ
าหมั
นถึ
งบริ
เวณที่
ราบพ
อขุ
นผาเมื
องได
ตั้
งบ
านด
านขวา (ป
จจุ
บั
นอยู
ในบริ
เวณชายเนิ
นนาด
านขวา ซึ่
งมี
ซากวั
ดเก
าอยู
ในแปลงนาของเอกชน ระหว
างหมู
บ
านหั
วแหลมกั
บหมู
บ
านนาเบี้
ย อํ
าเภอด
านซ
าย) ส
วนพ
อขุ
น
บางกลางหาวได
แบ
งไพร
พลข
ามลํ
าน้ํ
าหมั
นไปทางฝ
งซ
าย สร
างบ
านด
านซ
าย (สั
นนิ
ษฐานว
าอยู
ใน
บริ
เวณหมู
บ
านเก
า อํ
าเภอด
านซ
ายในป
จจุ
บั
น) ต
อมาจึ
งได
อพยพเลื่
อนขึ้
นไปตามลํ
าน้ํ
าไปสร
างบ
าน
หนองคู
และได
นํ
านามหมู
บ
านด
านซ
ายมาขนานนามหมู
บ
านหนองคู
ใหม
เป
น "เมื
องด
านซ
าย"
อพยพไปอยู
ที่
เมื
องบางยาง ในที่
สุ
ดโดยมี
พ
อขุ
นผาเมื
องอพยพผู
คนติ
ดตามไปตั้
งเมื
องราด (เชื
่
อว
า
เป
นเมื
องศรี
เทพ อยู
ในท
องที่
อํ
าเภอศรี
เทพและอํ
าเภอวิ
เชี
ยรบุ
รี
จั
งหวั
ดเพชรบู
รณ
) และตั้
งเมื
อง
ด
านซ
ายเป
นเมื
องหน
าด
านทางตะวั
นออกของเมื
องบางยาง นอกจากนี้
แล
ว ยั
งมี
ชาวโยนกอี
กกลุ
ม
หนึ่
งได
อพยพมาตั้
งบ
านเรื
อนระหว
างชายแดนตอนใต
ของอาณาเขตล
านนาต
อแดนล
านช
างอยู
ชั่
ว
ระยะเวลาหนึ่
ง ก
อนที่
จะอพยพหนี
ภั
ยสงครามข
ามลํ
าน้ํ
าเหื
องมาตั
้
งเมื
องเซไลขึ้
น (สั
นนิ
ษฐานว
าอยู
ในท
องที่
หมู
บ
านทรายขาว ตํ
าบลทรายขาว อํ
าเภอวั
งสะพุ
ง) จากหลั
กฐานในสมุ
ดข
อยที่
มี
การ
ค
นพบ เมื
องเซไลอยู
ด
วยความสงบร
มเย็
นมาจนกระทั่
งถึ
งสมั
ยเจ
าเมื
องคนที่
๕ เกิ
ดทุ
พภิ
กขภั
ย ข
าว
ยากหมากแพง ฝนฟ
าไม
ตก จึ
งได
พาผู
คนอพยพไปตามลํ
าแม
น้ํ
าเซไลถึ
งบริ
เวณที่
ราบระหว
างปากลํ
า
ห
วยไหลตกแม
เซไล จึ
งได
ตั้
งบ
านเรื
อนขึ้
นขนานนามว
า "บ
านแห
" (บ
านแฮ
) ส
วนลํ
าห
วยให
ชื่
อว
า
"ห
วยหมาน"
ป
พ.ศ. ๒๓๙๖ พระบาทสมเด็
จพระจอมเกล
าเจ
าอยู
หั
วทรงพิ
จารณาเห็
นว
า
หมู
บ
านแฮ
ซึ่
งตั้
งอยู
ริ
มฝ
งห
วยน้ํ
าหมานและอยู
ใกล
กั
บแม
น้ํ
าเลยมี
ผู
คนเพิ่
มมากขึ้
น สมควรจะได
ตั้
ง
เป
นเมื
อง เพื
่
อประโยชน
ในการปกครองอย
างใกล
ชิ
ด จึ
งได
ทรงพระกรุ
ณาโปรดเกล
าฯ ให
จั
ดตั้
งเป
น
เมื
องเรี
ยกชื่
อตามนามของแม
น้ํ
าเลยว
า เมื
องเลย ต
อมา พ.ศ. ๒๔๔๐ ได
มี
ประกาศใช
พระราชบั
ญญั
ติ
ลั
กษณะปกครองพื้
นที่
ร.ศ. ๑๑๖ แบ
งการปกครองเมื
องเลยออกเป
น ๓ อํ
าเภอ
ได
แก
อํ
าเภอกุ
ดป
อง อํ
าเภอท
าลี่
อํ
าเภอนากอก (ป
จจุ
บั
นอยู
ประเทศลาว) อํ
าเภอที่
ตั้
งเมื
องคื
อ
อํ
าเภอกุ
ดป
อง ต
อมา พ.ศ. ๒๔๔๒-๒๔๔๙ ได
เปลี่
ยนชื่
อเมื
องเลยเป
น บริ
เวณลํ
าน้ํ
าเลย พ.ศ.
๒๔๔๙-๒๔๕๐ เปลี่
ยนชื่
อบริ
เวณลํ
าน้ํ
าเลยเป
นบริ
เวณลํ
าน้ํ
าเหื
องและในพ.ศ. ๒๔๕๐ ได
มี
ประกาศ
1...,7,8,9,10,11,12,13,14,15,16
18,19,20,21,22,23,24,25,26,27,...189