ct154 - page 133

125
พู
ดคุ
ยกั
นในวงสั
งสรรค์
ช่
วงตอนเย็
นเสมอ ซึ
งเป็
นข้
อมู
ลเชิ
งเจาะลึ
กถึ
งระดั
บความสั
มพั
นธ์
ความรู้
สึ
ก และ
ความขั
ดแย้
งที่
พวกเขาพร้
อมจะเปล่
งเสี
ยงออกมาอย่
างไม่
เกรงกลั
ว เพื่
อระบายความในใจให้
คนแปลก
หน้
าอย่
างเราได้
รั
บรู้
เป็
นทั้
งการนิ
นทา และประกาศว่
าตนเองยื
นอยู่
ฝ่
ายใด รวมทั้
งความรู้
สึ
กที่
มี
ต่
อผู้
วิ
จั
และคนรอบข้
าง
จากการใช้
ชี
วิ
ตที่
บ้
านคลองพลู
ทาให้
รู้
สึ
กว่
า สภาพชี
วิ
ตประจาวั
นของผู้
คน มี
ส่
วนคล้
ายคลึ
งการ
มองเห็
นชี
วิ
ตวั
ยเด็
กของผู้
วิ
จั
ย คื
อ ต้
องตื่
นขึ้
นมาตั้
งแต่
ตี
ห้
า เพื่
อเข้
าสวน หรื
อลงทานา และไปกลั
ระหว่
างสวนกั
บบ้
านอยู่
ตลอดวั
น พอตกเย็
นต้
องทากั
บข้
าวรั
บประทานกั
น ชี
วิ
ตคนท้
องถิ่
นวนเวี
ยนอยู่
เช่
นนี้
ยกเว้
นในวั
นที่
มี
กิ
จกรรมของท้
องถิ่
น เช่
น งานผ้
าป่
า งานบุ
ญ และกิ
จกรรมที่
เกี่
ยวข้
องกั
บชอง เป็
ต้
น ปรากฏการณ์
ขณะนั้
น ทาให้
ผู้
วิ
จั
ยไม่
สามารถหาคาตอบได้
ว่
าคนบ้
านคลองพลู
ที่
ถู
กเรี
ยกว่
า “ชอง”
ในปั
จจุ
บั
น มี
ชี
วิ
ตความเป็
นอยู่
ที่
แตกต่
างจากชี
วิ
ตครอบครั
วชนบททั่
วไปอย่
างไร และหลายครั้
งผู้
วิ
จั
ต้
องทาหน้
าที่
เป็
นผู้
ประสานงานและผู้
ให้
ข้
อมู
ลเรื่
องชองแก่
คนภายนอกที่
เดิ
นทางเข้
ามาบ้
านคลองพลู
ซึ่
คาถามที่
คนภายนอกเอ่
ยถามทุ
กครั้
ง คื
อ “ชอง คื
อใคร” ผู้
วิ
จั
ยก็
มั
กจะบอกไปว่
า “ชอง คื
อ กลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ที่
มี
ภาษาและวั
ฒนธรรมเฉพาะของตนเอง แต่
ปั
จจุ
บั
นภาษาและวั
ฒนธรรมชองกาลั
งจะสู
ญหายไป”
และคาถามที่
ตามมาของคนภายนอกก็
คื
อ “แล้
วปั
จจุ
บั
นอะไรที่
บ่
งบอกว่
าเป็
นชอง” ผู้
วิ
จั
ยก็
มั
กจะตอบใน
ลั
กษณะก่
ากวม คลุ
มเครื
อ และสุ
ดท้
ายก็
มั
กจะบอกว่
า “หากอยากรู้
ข้
อมู
ลที่
ชั
ดเจนว่
าชองคื
อใคร ต้
อง
ถามจากลุ
งเฉิ
น เพราะเขาจะสามารถให้
คาตอบได้
คายส์
(Chares Keyes.2003) ได้
ให้
ความคิ
ดเกี่
ยวกั
บความเป็
นกลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ไว้
ว่
า กลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
เป็
นการหล่
อหลอมของความรู้
สึ
กร่
วมกั
นในสายเลื
อด (shared descent) เช่
น ภาษาที่
สมาชิ
กในกลุ่
มใช้
สื่
อสารกั
น มี
จุ
ดกาเนิ
ดร่
วมกั
น และบริ
บททางประวั
ติ
ศาสตร์
ที่
สมาชิ
กในกลุ่
มประสบร่
วมกั
น ซึ่
งสาหรั
กลุ่
มชาติ
พั
นธุ์
ชองในที่
นี้
ก็
คื
อ ภาษาชองที่
ประสบการณ์
ครั้
งหนึ่
ง คนท้
องถิ่
นเคยใช้
ร่
วมกั
นในการสื่
อสาร
แต่
ปั
จจุ
บั
นได้
เปลี่
ยนแปลงไปแล้
ขณะอยู่
ในสนามวิ
จั
ย ผู้
วิ
จั
ยรู้
สึ
กว่
าตนเองเป็
นเหมื
อน “ตั
วตลก” ที่
พยายามค้
นหาความเป็
นชอง
ในตั
วบุ
คคล ทั้
งๆที่
ผู้
วิ
จั
ยก็
รั
บรู้
ว่
า ไม่
สามารถที่
จะค้
นพบชองได้
อย่
างเป็
นรู
ปธรรม ทั้
งวิ
ถี
ชี
วิ
ต ภาษาและ
วั
ฒนธรรม เป็
นต้
น หรื
ออาจกล่
าวได้
ว่
า ผู้
วิ
จั
ยเพ้
อฝั
นในสิ่
งที่
ไม่
มี
ตั
วตน ซึ่
งจากบริ
บทท้
องถิ่
นเราพบว่
ชี
วิ
ตคนชองได้
ปรั
บตั
วไปตามสภาพบริ
บททางสั
งคมที่
ความทั
นสมั
ยและโลกาภิ
วั
ฒน์
ได้
เข้
ามาสู่
ชุ
มชนชอง
เฉกเช่
นผู้
คนส่
วนอื่
นๆ ของสั
งคมไทย สอดคล้
องกั
บ จู
เลี
ยน สจ๊
วต
(Julian
Steward) ได้
กล่
าวว่
า การ
เปลี่
ยนแปลงเป็
นผลมาจากการปรั
บตั
วให้
เข้
ากั
บสภาพแวดล้
อม โดยมี
พื้
นฐานสาคั
ญคื
อ เทคโนโลยี
การ
ผลิ
ตโครงสร้
างสั
งคม และลั
กษณะของสภาพแวดล้
อมธรรมชาติ
เป็
นเงื่
อนไขกาหนดกระบวนการ
เปลี่
ยนแปลงและปรั
บตั
ว และวั
ฒนธรรมก็
เป็
นเครื่
องมื
อให้
มนุ
ษย์
ปรั
บตั
วเข้
ากั
บสภาพแวดล้
อม ซึ่
งจะ
เห็
นว่
า คนชอง ไม่
ต้
องเข้
าป่
า ล่
าสั
ตว์
อี
กต่
อไปแล้
ว เพราะสภาพแวดล้
อมที่
เป็
นป่
าได้
หายไปหมดแล้
ว สิ่
ที่
เห็
นได้
คื
อ การผลิ
ตไม้
ผล และสวนยางพารา ดั
งนั้
นวั
ฒนธรรมที่
มี
อยู่
เดิ
มจึ
งต้
องปรั
บเปลี่
ยนให้
สอดคล้
อง
กั
บบริ
บททางสั
งคมเกษตรกรรม
1...,123,124,125,126,127,128,129,130,131,132 134,135,136,137,138,139,140,141,142,143,...145
Powered by FlippingBook