st125 - page 51
47
นอกจากนี
้
แม้
ในชาวกื
อเม็
งรายที่
เห็
นว่
า “บาบอ” เป็
นปั
จจั
ยสาคั
ญของการฟื
้
นฟู
ศาสนาอิ
สลามในกื
อ
เม็
งพวกเขาก็
เห็
นว่
ามี
ปั
จจั
ยอื่
นๆหนุ
นเสริ
มด้
วย เช่
น “ยี
แย” ซึ่
งเป็
น “แซะ” หรื
อผู
้
ให้
บริ
การการไปประกอบพิ
ธี
ฮั
จจ์
ที่
เมกกะกล่
าวว่
า “บาบอ” กลั
บมาและประกอบกิ
จกรรมทางศาสนาในกื
อเม็
งเมื่
อปั
จจั
ยเอื
้
ออื่
นๆต่
างดารง
อยู
่
แล้
วกล่
าวคื
อ เด็
กจานวนมากโดยเฉพาะในส่
วนของกื
อเม็
งใต้
เริ่
มสาเร็
จการศึ
กษาซึ่
งเน้
นด้
านศาสนาและได้
กลั
บมายั
งบ้
านพวกเขาซึ่
งบั
ดนั
้
นได้
เติ
บโตเป็
นผู
้
ใหญ่
ไม่
เพี
ยงแต่
เริ่
มปฏิ
บั
ติ
ศาสนาอิ
สลามที่
“ถู
กต้
อง” ที่
พวกเขา
ร ่
าเรี
ยนมาหากแต่
ยั
งกระตุ
้
นให้
พ่
อแม่
ญาติ
พี่
น้
องของพวกเขาได้
ปฏิ
บั
ติ
ตามด้
วยประการสาคั
ญ “ยี
แย” กล่
าวว่
า
ในช่
วงเวลานั
้
นได้
มี
ศาสนาอิ
สลามสายต่
างๆ เริ่
มแพร่
กระจายเข้
ามา ได้
แก่
“คณะใหม่
” และ “ดาวะห์
” ซึ่
งเป็
น
ปั
จจั
ยหนุ
นเสริ
มให้
เกิ
ดการตื่
นตั
วในศาสนาอิ
สลามในกื
อเม็
งในที่
สุ
ด (ยี
แย, สั
มภาษณ์
25กั
นยายน2554)
“ยี
แย” เล่
าว่
า “คณะใหม่
” เป็
นส่
วนหนึ่
งของนิ
กายในศาสนาอิ
สลามชื่
อวาฮะบิ
สม์
ซึ่
งมี
จุ
ดกาเนิ
ดใน
ประเทศซาอุ
ดิ
อารเบี
ยเมื่
อประมาณ 300ปี
ที่
แล้
ว มี
จุ
ดเน้
นที่
การปฏิ
บั
ติ
ตามคั
มภี
ร์
อั
ลกุ
รอานและวั
ตรปฏิ
บั
ติ
ของ
ศาสดานบี
มู
ฮั
มหมั
ดแทนที่
จะอาศั
ยความเห็
นของผู
้
รู
้
ทางศาสนาหรื
ออุ
ลามา วาฮะบิ
สม์
เข้
าสู
่
เขตจั
งหวั
ดชายแดน
ภาคใต้
ในต้
นทศวรรษ 2520
(ยี
แย,
สั
มภาษณ์
25กั
นยายน2554) อย่
างไรก็
ดี
เมื่
อเข้
าสู
่
จั
งหวั
ดชายแดนภาคใต้
วาฮะบิ
สม์
ได้
ถู
กปรั
บเปลี่
ยนจุ
ดเน้
น
เพื่
อจะได้
ผนวกประเด็
นเฉพาะของท้
องถิ่
นเข้
าไว้
ด้
วย ในด้
านหนึ่
ง วาฮะบิ
สม์
ในจั
งหวั
ดชายแดนภาคใต้
มี
เป้
าหมายที่
จะ “แก้
ไข” ศาสนาอิ
สลามให้
ถู
กต้
องด้
วยการยึ
ดคั
มภี
ร์
อั
ลกุ
รอานและวั
ตรปฏิ
บั
ติ
ของศาสดา ในอี
ก
ด้
านหนึ่
ง วาฮะบิ
สม์
ในจั
งหวั
ดชายแดนภาคใต้
ให้
ความสาคั
ญกั
บการชาระศาสนาอิ
สลามให้
บริ
สุ
ทธิ ์
ด้
วยการ
ขจั
ดคติ
ความเชื่
อและประเพณี
ท้
องถิ่
นหรื
อที่
เรี
ยกว่
า “วั
ฒนธรรมมลายู
” ออกไป เพราะเหตุ
นี
้
วาฮะบิ
สม์
จึ
งถู
ก
เรี
ยกว่
า “คณะใหม่
” เพื่
อจะได้
มี
ความแตกต่
างจากอิ
สลามท้
องถิ่
น/ดั
้
งเดิ
มหรื
อ “คณะเก่
า” ซึ่
งมี
ความเกี่
ยวข้
อง
กั
บวั
ฒนธรรมมลายู
อย่
างมาก (สาหรั
บการอภิ
ปรายประเด็
น “คณะใหม่
” ในมาเลเซี
ยดู
Roff 1998)
บุ
คคลที่
เป็
นกาลั
งสาคั
ญของ “คณะใหม่
” ในเขตจั
งหวั
ดชายแดนภาคใต้
คื
อ ดร.อิ
สมาอี
ลลุ
ตฟี
จะปะกี
ยา ผู
้
ก่
อตั
้
งและอธิ
การบดี
มหาวิ
ทยาลั
ยอิ
สลามยะลาคนปั
จจุ
บั
น โดยหลั
งสาเร็
จการศึ
กษาระดั
บปริ
ญญาเอก
สาขานิ
ติ
ศาสตร์
เปรี
ยบเที
ยบจากมหาวิ
ทยาลั
ยอิ
หม่
ามมู
ฮั
มหมั
ดบิ
นสะอุ
ด ประเทศซาอุ
ดิ
อารเบี
ยและกลั
บมา
ประเทศไทยในปี
พ.ศ. 2529 เขาได้
ดาเนิ
นกิ
จกรรมเผยแพร่
“คณะใหม่
” ในพื
้
นที่
อย่
างแข็
งขั
นดั
งคากล่
าวของ
“ยี
แย” ที่
ว่
า “ดร.อิ
สมาอี
ล เป็
นแกนนาในการเผยแพร่
คณะใหม่
แกเขี
ยนหนั
งสื
อเกี่
ยวกั
บศาสนาที่
สอดคล้
องกั
บ
วจนะของท่
านนบี
ฯ หลายเล่
ม คื
อท่
านนบี
ฯ มี
วจนะมาตั
้
งแต่
ท่
านอายุ
20ปี
จนกระทั่
งอายุ
61 ปี
วจนะได้
ถู
ก
บั
นทึ
กเอาไว้
เป็
นหะดี
ษ แล้
วการบรรยายธรรมของ ดร.อิ
สมาอี
ล มี
ชื่
อเสี
ยงมาก แกเน้
นหลั
กการ และ
ความสั
มพั
นธ์
ฉั
นท์
พี่
น้
องของชาวมุ
สลิ
ม คนฟั
งกั
นเยอะมาก แกบรรยายที่
มหาวิ
ทยาลั
ยอิ
สลามยะลา เราก็
เคย
ไปฟั
งครั
้
งสองครั
้
งเพราะว่
าไม่
ค่
อยมี
เวลา” นอกจากนี
้
“ยี
แย” กล่
าวว่
านอกจากมหาวิ
ทยาลั
ยอิ
สลามยะลา
1...,41,42,43,44,45,46,47,48,49,50
52,53,54,55,56,57,58,59,60,61,...116