42
ให้
บริ
การการไปประกอบพิ
ธี
ฮั
จจ์
ที่
นครเมกกะ ได้
แสดงความเห็
นไว้
ค่
อนข้
างรุ
นแรง เขากล่
าวว่
า “พวกนั
้
น
[ชาวกื
อเม็
งในอดี
ต] ติ
ดฝิ่
นอย่
างแรง งานการไม่
ทา ขี
้
เกี
ยจถ้
าไม่
นอนก็
เอาแต่
ดู
ดฝิ่
นทั
้
งวั
นมี
อะไรก็
ขายหมดเพื่
อ
เอาเงิ
นมาซื
้
อฝิ่
น รู
้
ไหมว่
าทาไมสวนยางหลายร้
อยไร่
หลั
งบ้
านตะโละสะดาถึ
งเป็
นของบริ
ษั
ทในตอนนี
้
ก็
เพราะว่
า
ชาวบ้
านขายให้
กั
บคนจี
นแล้
วคนจี
นก็
ขายให้
กั
บบริ
ษั
ทพวกนี
้
สวนยางหมดก็
เพราะฝิ่
น” (ยี
แย, สั
มภาษณ์
25
ตุ
ลาคม 2554)
ทั
้
งนี
้
แม้
การพนั
น ฝิ่
น รวมถึ
งการค้
าประเวณี
จะเป็
นบาปตามหลั
กศาสนาอิ
สลาม แต่
ไม่
มี
ผู
้
นาศาสนา
คนใดบอกให้
ผู
้
ประกอบการโดยเฉพาะพ่
อค้
าชาวจี
นเลิ
กกิ
จการหรื
อห้
ามไม่
ให้
ชาวกื
อเม็
งเข้
าไปเกี่
ยวข้
องกั
บ
กิ
จกรรมเหล่
านี
้
ชาวกื
อเม็
งมั
กอธิ
บาย “ความหย่
อนยานทางศี
ลธรรม” ดั
งกล่
าวเข้
ากั
บความไม่
รู
้
ศาสนาอิ
สลาม
ของคนในอดี
ตพวกเขากล่
าวว่
าคนในอดี
ตซึ่
งรวมถึ
งผู
้
นาศาสนามี
ความรู
้
เกี่
ยวกั
บศาสนาอิ
สลามจากั
ดและไม่
ชั
ดเจนคนในอดี
ตไม่
รู
้
ว่
าอะไรถู
กอะไรผิ
ดหรื
อว่
าอะไรสามารถทาได้
หรื
ออะไรเป็
นข้
อห้
ามในศาสนาอิ
สลามหรื
อ
แม้
พวกเขาจะรู
้
ว่
าการกระทาใดบาปแต่
พวกเขาก็
ไม่
รู
้
ว่
าเป็
นบาปอย่
างไรหรื
อทาไมถึ
งเป็
นบาป ดั
งคากล่
าวของ
“ยี
แย” ที่
ว่
า “พวกนั
้
น [ชาวกื
อเม็
งในอดี
ต] ทาตั
วเหมื
อนกั
บไม่
มี
ศาสนา ผู
้
หญิ
งไม่
คลุ
มผ้
าแล้
วก็
ทั
กทายผู
้
ชาย
ด้
วยการจั
บมื
อผู
้
ชายนุ
่
งกางเกงขาสั
้
น ไม่
ได้
นุ
่
งโสร่
งอย่
างในทุ
กวั
นนี
้
พวกนี
้
คบชู
้
แล้
วก็
กิ
นน
้
าตาลเมาบางคนเมา
ทั
้
งวั
นเหมื
อนกั
บคนอี
สานพวกนี
้
ทาตั
วเหมื
อนกั
บเป็
นสั
ตว์
” (ยี
แย, สั
มภาษณ์
25ตุ
ลาคม 2554)
อย่
างไรก็
ดี
“แชวอละ” มี
ทั
ศนะเกี่
ยวกั
บเรื่
องนี
้
ต่
างออกไป เขากล่
าวว่
าเขาเล่
นพนั
นไก่
ชน วั
วชน และ
ไฮโล เขาแสดงดนตรี
ชอบดู
มหรสพหรื
อแม้
กระทั่
งเลี
้
ยงสุ
นั
ขไว้
ช่
วยล่
าสั
ตว์
และรู
้
ดี
ว่
ากิ
จกรรมเหล่
านี
้
เป็
นบาป
และเป็
นข้
อห้
ามในศาสนาอิ
สลามเพราะว่
าเขาเรี
ยนปอเนาะที่
ต.บาลอ อ.รามั
น สมั
ยเป็
นเด็
ก แต่
สาเหตุ
ที่
เขา
ยั
งคงเกี่
ยวข้
องกั
บกิ
จกรรมเหล่
านี
้
อยู
่
เป็
นเพราะว่
าเขา “อยากสนุ
ก เรารู
้
ว่
าทาบาปมากกว่
าบุ
ญ แต่
ว่
ามั
นสนุ
ก”
(แชวอละ, สั
มภาษณ์
25มี
นาคม 2554)
คาถามจึ
งเป็
นว่
าเหตุ
ใดปั
จจุ
บั
น “แชวอละ” จึ
งเลิ
กพฤติ
กรรมที่
เขาคิ
ดว่
าเป็
นบาปดั
งกล่
าว เหตุ
ใดธุ
รกิ
จ
หรื
อกิ
จกรรมปริ่
มกฎหมายและศี
ลธรรมจึ
งสู
ญหายไปจากกื
อเม็
งจนแทบหมดสิ
้
น และเหตุ
ใดชาวกื
อเม็
งส่
วน
ใหญ่
จึ
งหั
นมาให้
ความสาคั
ญกั
บการปฏิ
บั
ติ
ตามคาสอนของศาสนาอิ
สลาม
2. กระแสกำรตื
่
นตั
วในศำสนำอิ
สลำมในกื
อเม็
ง
แม้
ชาวกื
อเม็
งมี
ทั
ศนะเกี่
ยวกั
บพฤติ
กรรมในอดี
ตต่
างกั
น แต่
พวกเขามี
ความเห็
นร่
วมกั
นว่
าสาเหตุ
สาคั
ญประการ
หนึ่
งที่
ก่
อให้
เกิ
ดความตื่
นตั
วในศาสนาอิ
สลามในกื
อเม็
งคื
อการกลั
บมาของ “บาบอ” โดย “บาบอ” เกิ
ดและ