43
เติ
บโตที่
กื
อเม็
งใต้
เมื่
ออายุ
ได้
14 ปี
เขาได้
จากบ้
านไปศึ
กษาศาสนาอิ
สลามและวิ
ชาอื่
นที่
เกี่
ยวข้
อง เช่
นภาษา
อาหรั
บที่
ปอเนาะที่
ต.บาลอ ซึ่
งอยู
่
ห่
างจากกื
อเม็
งประมาณ 10 กิ
โลเมตรเป็
นเวลา 6ปี
หลั
งสาเร็
จการศึ
กษาที่
ปอเนาะ เขาได้
แต่
งงานกั
บผู
้
หญิ
งในหมู
่
บ้
านใกล้
เคี
ยงก่
อนเดิ
นทางไปประเทศซาอุ
ดิ
อารเบี
ยพร้
อมภรรยาเพื่
อ
ศึ
กษาด้
านศาสนาต่
อด้
วยทุ
นของสถาบั
นศาสนาในประเทศซาอุ
ดิ
อารเบี
ยเป็
นเวลาประมาณ 14 ปี
เขาและ
ภรรยากลั
บมากื
อเม็
งประมาณต้
นทศวรรษ 2500 ในฐานะชาวกื
อเม็
งคนแรกที่
สาเร็
จการศึ
กษาด้
านศาสนา
อิ
สลามจากประเทศในตะวั
นออกกลาง จากนั
้
นชาวกื
อเม็
งได้
ระดมทุ
นสาหรั
บปลู
กสร้
างบ้
านให้
กั
บเขาบนที่
ดิ
น
ของเขาเอง ขณะที่
เขาก็
ตอบแทนชาวกื
อเม็
งด้
วยการเปิ
ดชั
้
นเรี
ยนศาสนาตอนค ่
าที่
มั
สยิ
ดกื
อเม็
งใต้
ทุ
กคื
นวั
น
จั
นทร์
และคื
นวั
นพฤหั
สบดี
(ซึ่
งเป็
นกิ
จกรรมทางศาสนาที่
เขาปฏิ
บั
ติ
มาจนกระทั่
งปั
จจุ
บั
น) จากนั
้
นเขาได้
เปิ
ด
ปอเนาะใกล้
บ้
าน ในช่
วงแรกมี
นั
กเรี
ยนประมาณ 50คนส่
วนใหญ่
มาจากที่
อื่
นต่
อมาประมาณ 1ปี
ปอเนาะของ
เขาต้
องปิ
ดตั
วลงเพราะอาคารถู
กน
้
าท่
วมเสี
ยหาย (ทว่
า “แชวอละ” กล่
าวว่
าเป็
นเพราะ “บาบอ” ไม่
มี
เทคนิ
คการ
สอนที่
ดึ
งดู
ดใจเด็
กนั
กเรี
ยนมากกว่
า) จากนั
้
นเขาได้
เปิ
ดตาดี
กาใกล้
บ้
านซึ่
งยั
งคงเปิ
ดดาเนิ
นการมาจนกระทั่
ง
ปั
จจุ
บั
นตาดี
กาของเขามี
นั
กเรี
ยนหลายสิ
บคนส่
วนใหญ่
มาจากกื
อเม็
งกลางและกื
อเม็
งใต้
นอกจากนี
้
ในอดี
ต
เขามั
กเดิ
นทางไปสอนศาสนาหรื
อ “บรรยายธรรม” ตามบ้
านเรื
อนของชาวกื
อเม็
งและบริ
เวณใกล้
เคี
ยง
โดยเฉพาะอย่
างยิ่
งคื
อการชี
้
ให้
เห็
นว่
าอะไรถู
กอะไรผิ
ดหรื
ออะไรปฏิ
บั
ติ
ได้
หรื
อไม่
ได้
ในศาสนาอิ
สลาม
การกลั
บมาของ “บาบอ” ก่
อให้
เกิ
ดความเปลี่
ยนแปลงในการนั
บถื
อศาสนาอิ
สลามในกื
อเม็
งอย่
างมาก
“แดมอ” อดี
ต “เด็
กปอเนาะ” ของ “บาบอ” กล่
าวว่
า “เมื่
อก่
อนคนที่
นี่
ทาผิ
ดศาสนากั
นเยอะ แต่
ต่
อมาก็
ค่
อยๆตั
ด
ออก อย่
างเมื่
อก่
อนนกบางชนิ
ดเข้
าบ้
านคนก็
จะทาขนมรู
ปนกเอาไว้
ไล่
นก เพราะกลั
วว่
านกจะนาสิ่
งชั่
วร้
ายเข้
า
มาในบ้
าน แต่
ว่
าตอนนี
้
เลิ
กทากั
นแล้
ว เพราะว่
าบาบอสอนให้
รู
้
ว่
าผิ
ดหลั
กศาสนา คนก็
เลยเลิ
กไป” (แดมอ,
สั
มภาษณ์
25กั
นยายน2554) เช่
นเดี
ยวกั
บ “สุ
ดิ
น” เพื่
อนร่
วมชั
้
น “แดมอ” ที่
กล่
าวว่
า “เมื่
อก่
อนคนที่
นี่
ไม่
กิ
นปลา
ไหลเพราะคิ
ดว่
าเป็
นงู
น
้
า แต่
พอบาบอกลั
บมา แกกิ
นคนก็
เลยกิ
นตามกั
นเพราะแกบอกว่
าไม่
ผิ
ดหลั
กศาสนา” (สุ
ดิ
น, สั
มภาษณ์
25 กั
นยายน 2554) นอกจากนี
้
ทั
้
ง “แดมอ” และ “สุ
ดิ
น” เห็
นว่
าการที่
ในปั
จจุ
บั
นคนในหมู
่
บ้
าน
ส่
วนใหญ่
ละหมาดวั
นละ 5 เวลาการที่
ผู
้
ชายแทบทุ
กคนไปละหมาดเที่
ยงวั
นศุ
กร์
ที่
มั
สยิ
ดการที่
แทบทุ
กคนถื
อศี
ล
อดในช่
วงเดื
อนรอมฎอนอย่
างเคร่
งครั
ด การที่
มี
คนสนใจเรี
ยนศาสนากั
นอย่
างคึ
กคั
ก รวมทั
้
งการที่
กิ
จกรรมและ
ความบั
นเทิ
งที่
เป็
นบาปในอดี
ต เช่
นการชนวั
วการชนไก่
ไฮโล โสเภณี
หนั
งกลางแปลง การแสดงดนตรี
ฯลฯ ได้
หมดไป ล้
วนเป็
นผลมาจากการดาเนิ
นกิ
จกรรมทางศาสนาของ “บาบอ” และเพราะเหตุ
ดั
งนั
้
นพวกเขากล่
าวว่
า
ปั
จจุ
บั
น “บาบอ” จึ
งเป็
นผู
้
นาศาสนาที่
ได้
รั
บการเคารพศรั
ทธาสู
งสุ
ดในกื
อเม็
งและในหมู
่
บ้
านใกล้
เคี
ยง