st124 - page 91

82
นายอํ
าเภอในสมั
ยพระยารั
ษฎานุ
ประดิ
ษฐ์
ซึ
งมี
บทบาทในการพั
ฒนาด้
านการศึ
กษา การเกษตร
การสาธารณสุ
ขและการคมนาคมและการปราบปรามโจรผู
ร้
ายโดยเฉพาะเรื่
องโจรผู
ร้
ายและสั
ตว์
ร้
าย
เป็
นปั
ญหาที่
นายอํ
าเภอและผู
นํ
าท้
องถิ่
นได้
ร่
วมมื
อกั
นแก้
ปั
ญหาหลายยุ
คสมั
ย เนื่
องจากสภาพแวดล้
อม
และสภาพสั
งคมภายในอํ
าเภอเกาะลั
นตาในช่
วงแรกๆ ยั
งเป็
นอํ
าเภอที่
ทุ
รกั
นดาร มี
การเนรเทศ
นั
กโทษหรื
อข้
าราชการที่
ทํ
าความผิ
ดมาดั
ดสั
นดานบ้
างมี
นั
กโทษหลบหนี
เข้
ามาสร้
างปั
ญหาบ้
าง
ปั
ญหาเหล่
านี
จํ
าเป็
นต้
องใช้
กฎหมายบ้
านเมื
องในการจั
ดระเบี
ยบอี
กทั
งยั
งมี
สั
ตว์
ป่
าที่
ดุ
ร้
าย เข้
าไป
กั
ดกิ
นพื
ชผลและทํ
าร้
ายผู
คนและสั
ตว์
เลี
ยงอยู
เนื
องๆ
ในระดั
บท้
องถิ่
นมี
การแต่
งตั
งกํ
านั
นผู
ใหญ่
บ้
านและแม่
เฒ่
าบ้
านดู
แลความสงบเรี
ยบร้
อย
ของชุ
มชน ในยุ
คแรกๆผู
ใหญ่
บ้
านส่
วนใหญ่
เป็
นคนจี
นช่
วงหลั
งมี
ชาวเลและมุ
สลิ
มบ้
าง ตั
งแต่
ปี
พ.ศ. 2435 เป็
นต้
นมาผู
ใหญ่
บ้
านเป็
นมุ
สลิ
มหมดยกเว้
นที่
ศาลาด่
านผู
ใหญ่
บ้
านเป็
นคนจี
นและที่
สั
งกาอู
ผู
ใหญ่
บ้
านเป็
นชาวเล (สุ
ขุ
ม อ่
อนหวาน. สั
มภาษณ์
: 18ตุ
ลาคม2551)
ในปี
พ.ศ. 2472มี
คํ
าสั่
งให้
ประกาศสํ
ารวจสํ
ามะโนครั
วบนเกาะลั
นตา และให้
แยกชนชาติ
ที่
เกิ
ดในประเทศต่
าง ๆ ลงในยอดสํ
ามะโนครั
วด้
วย (คํ
าสั่
งพระนองที่
พลํ
าภั
ง 3/2 : 2472 และ
กบ. 19/5 : 2472) ชาวจี
นที่
เดิ
นทางเข้
ามาตั
งถิ่
นฐานจะอาศั
ยในฐานะคนต่
างด้
าวส่
วนลู
กหลานที่
เกิ
ในเมื
องไทยจะได้
รั
บสั
ญชาติ
ไทยตามกฎหมายหลั
งจากปี
พ.ศ. 2490ชาวเลบ้
านหั
วแหลมมี
รายชื่
ในทะเบี
ยนสํ
ามะโนครั
วและมี
สิ
ทธิ
ได้
รั
บสํ
าเนาทะเบี
ยนบ้
านในฐานะที่
เป็
นประชาชนชาวไทย
ในปี
พ.ศ. 2499 เมื่
อทางราชการได้
ออกพระราชบั
ญญั
ติ
ทะเบี
ยนราษฎร์
(อาภรณ์
อุ
กฤษณ์
. 2532 : 25)
นอกจากนั
นทางราชการได้
ส่
งเสริ
มให้
มี
การพั
ฒนาด้
านต่
างๆ เช่
นด้
านการเกษตรส่
งเสริ
ให้
ราษฎรเลี
ยงเป็
ด เลี
ยงไก่
ปลู
กผั
กทํ
านาทํ
าไร่
ไม่
ปล่
อยสวนให้
ทิ
งร้
าง ในปี
พ.ศ. 2478รั
ฐบาลได้
เข้
าช่
วยเหลื
อและควบคุ
มดู
แลการปลู
กยางพารา
ด้
านการค้
า เมื่
อตั
งอํ
าเภอแล้
วเกาะลั
นตาติ
ดต่
อสั
มพั
นธ์
กั
บทางบก คื
อ คลองพน กระบี่
กั
นตั
ง ตรั
ง นครศรี
ธรรมราช และสตู
ล ขณะเดี
ยวกั
นเข้
าสู
ยุ
คการค้
าและการสั
ญจรทางทะเล
ช่
วงหนึ
งในอดี
ตชุ
มชนศรี
รายาจึ
งเป็
นชุ
มชนที่
รุ่
งเรื
องมาก เรี
ยกกั
นว่
า “ตลาดศรี
รายา”ซึ
งนอกจาก
จะเป็
นทั
งศู
นย์
กลางการซื
อขายสิ
นค้
าและติ
ดต่
อราชการของชาวเกาะลั
นตาแล้
ว ยั
งอยู
บนเส้
นทาง
คมนาคมทางทะเลเลี
ยบฝั่
งอั
นดามั
นมี
การเดิ
นเรื
อโดยสารและเรื
อสิ
นค้
าติ
ดต่
อค้
าขายผ่
านไปมา
ระหว่
าง ระนองตะกั่
วป่
าพั
งงาภู
เก็
ตกระบี่
ตรั
งและสตู
ลและเป็
นเมื
องท่
าหน้
าด่
านเล็
กๆสํ
าหรั
เก็
บภาษี
ทางนํ
าและแลกเปลี่
ยนซื
อขายสิ
นค้
าทางทะเลที่
ติ
ดต่
อเชื่
อมโยงกั
บต่
างประเทศ เช่
นปี
นั
สิ
งคโปร์
พม่
า เป็
นต้
นและเป็
นจุ
ดแวะพั
กหลบภั
ยทางการเมื
องและหลบลมมรสุ
มของเรื
อสํ
าเภาจี
สํ
าเภาแขก เรื
อประมง ฯลฯ
1...,81,82,83,84,85,86,87,88,89,90 92,93,94,95,96,97,98,99,100,101,...308
Powered by FlippingBook