st124 - page 83

74
คํ
าบอกเล่
าดั
งกล่
าวตรงกั
บที่
เบอร์
นาซิ
ค (Bernazik. 1958 : 42 ;อ้
างอิ
งจากอาภรณ์
อุ
กฤษณ์
.
2532 : 10)บั
นทึ
กจากคํ
าบอกเล่
าของชาวเลมอแกนที่
มะริ
ดว่
าชาวเลกลุ่
มหนึ
งถู
กชาวมาเลย์
จั
บตั
วไป
และแต่
งงานกั
บชาวมาเลย์
ชาวจี
นและนิ
กริ
โตกลายเป็
นโอรั
งลาอุ
ต (อู
รั
กลาโว้
ย)หรื
อโอรั
งลอนตา
ซึ
งเป็
นชื่
อที่
มอแกนเรี
ยกชาวเลอู
รั
กลาโว้
ยเกาะลั
นตา และใกล้
เคี
ยงกั
บคํ
าบอกเล่
าของชาวเกาะ
ลั
นตาท่
านหนึ
งว่
า “ตอนเด็
กๆ เคยเห็
นชาวเลที่
เร่
ร่
อนบริ
เวณเกาะลั
นตาเป็
นชาวเลสิ
งห์
(มอแกน)
มาจากพม่
าอาศั
ยเรื
อง่
าม (ก่
าบาง)แบบชาวเลเกาะสุ
ริ
นทร์
และมี
ลู
กมี
หลานทิ
งไว้
ต่
อมามี
การแต่
งงาน
ผสมผสานกั
บชาวมลายู
ที่
เรี
ยกว่
าแขกชวาซึ
งเป็
นลู
กเรื
อชาวจี
นที่
เข้
ามาค้
าขายกลายเป็
นอู
รั
กลาโว้
ย”
(
ประสม กิ
จค้
า.สั
มภาษณ์
:15 เมษายน2550
)
แนวคิ
ดนี
ขั
ดแย้
งกั
บทั
ศนะของโฮเก็
น (Hogen.1972 :208)
ที่
ว่
าแม้
จะมี
การแต่
งงานข้
ามกลุ่
มกั
นบ้
างแต่
ไม่
น่
าจะเป็
นไปได้
ที่
ชาวเลทั
ง 2กลุ่
มนี
จะมี
บรรพบุ
รุ
ร่
วมกั
น เนื่
องจากภาษาและวั
ฒนธรรมแตกต่
างกั
นมากอย่
างไรก็
ตามข้
อมู
ลดั
งกล่
าวทํ
าให้
ทราบว่
ในอดี
ตชาวเลมอแกนเคยเร่
ร่
อนหากิ
นบริ
เวณหมู
เกาะลั
นตาด้
วย
ในงานวิ
จั
ยของสุ
พั
ฒน์
ธั
ญญวิ
บู
ลย์
(2539 :
92-97) กล่
าวพาดพิ
งถึ
งชาวเลว่
ากษั
ตริ
ย์
ปรเมศวร
ได้
สร้
างเมื
องมะละกาให้
รุ่
งเรื
องทางการค้
าและพั
ฒนาให้
เป็
นเมื
องท่
าที่
ปลอดภั
ยจากโจรสลั
ดด้
วยการดึ
ชนพื
นเมื
องที่
มี
พฤติ
กรรมเป็
นโจรสลั
ดคื
อพวกชาวทะเลหรื
อชาวเล (OrangLaut)ซึ
งเป็
นประชาชน
ส่
วนหนึ
งของภู
มิ
ภาคนี
เข้
ามาสวามิ
ภั
กดิ
กลายเป็
นกองกํ
าลั
งในเรื
อและเป็
นแรงงานในการหาของ
ทะเลเป็
นสิ
นค้
าช่
วยเสริ
มความแข็
งแกร่
งให้
เมื
องท่
ามะละกะมากขึ
น ประเด็
นที่
น่
าสนใจคื
อการระบุ
ว่
ชาวเล (OrangLaut) เป็
นโจรสลั
ด ผู
วิ
จั
ยมี
ความเห็
นสอดคล้
องกั
บโฮเก็
(Hogen.1972 :207-208)ว่
ลั
กษณะนิ
สั
ยของชาวเลในปั
จจุ
บั
นขั
ดแย้
งกั
บพฤติ
กรรมของโจรสลั
ดที่
กล่
าวถึ
งในประวั
ติ
ศาสตร์
มะละกา ซึ
งหากเป็
นโจรสลั
ดจริ
งก็
คงถู
กบั
งคั
บให้
เป็
นจึ
งอพยพหนี
เข้
ามาในเขตประเทศไทย
เมื่
อตรวจสอบจากหลั
กฐานทางประวั
ติ
ศาสตร์
ของฮอลล์
(Hall. 2549 : 212)มี
การบั
นทึ
กว่
าประมาณ
ปี
พ.ศ. 1941-1943หรื
อประมาณ 589-587ปี
มาแล้
วกษั
ตริ
ย์
ปรเมศวรได้
รั
บความช่
วยเหลื
อจากโจร
สลั
ดและชาวมลายู
จากปาเล็
มบั
งในการสร้
างเมื
องมะละกาจนเป็
นนิ
คมขนาดใหญ่
ได้
อย่
างรวดเร็
เริ่
มต้
นด้
วยการเป็
นตลาดสิ
นค้
าหายาก และเป็
นศู
นย์
กลางของโจรสลั
ด อี
กช่
วงหนึ
ง ประมาณ
ปี
พ.ศ. 2367-2386 เป็
นช่
วงที่
มี
การปราบปรามโจรสลั
ดโดยความร่
วมมื
อระหว่
างอั
งกฤษกั
บฮอลั
นดา
โดยใช้
เรื
อรบขนาดใหญ่
ออกตระเวนจั
บกุ
มชาวบ้
านผู
ต้
องสงสั
ยว่
าเป็
นโจรสลั
ดในน่
านนํ
าตั
งแต่
ช่
องแคบมะละกาลงไป จากเหตุ
การณ์
นี
ผลั
กดั
นให้
ผู
ที่
ทํ
ามาหากิ
นบริ
เวณนั
นซึ
งอาจจะมี
ชาวเล
ปะปนอยู
ด้
วยต้
องอพยพหนี
(อาภรณ์
อุ
กฤษณ์
. 2532 : 11)
จากข้
อมู
ลดั
งกล่
าวเป็
นไปได้
ว่
าโจรสลั
ดเหล่
านี
อาจจะมี
ชาวเล (OrangLaut)ปะปนอยู
บ้
างแต่
ไม่
ใช่
กลุ่
มชาติ
พั
นธุ
เดี
ยว มี
ชาวมลายู
จากปาเล็
มบั
งด้
วยงานเขี
ยนของอาณั
ติ
อนั
นตภาค(2554:150-152)
ก็
ยื
นยั
นว่
าบรรดาโจรสลั
ดอั
นดามั
นนั
นนอกจากส่
วนหนึ
งมาจากบรรดาชาวพื
นเมื
องจากหมู
เกาะ
1...,73,74,75,76,77,78,79,80,81,82 84,85,86,87,88,89,90,91,92,93,...308
Powered by FlippingBook