74
คํ
าบอกเล่
าดั
งกล่
าวตรงกั
บที่
เบอร์
นาซิ
ค (Bernazik. 1958 : 42 ;อ้
างอิ
งจากอาภรณ์
อุ
กฤษณ์
.
2532 : 10)บั
นทึ
กจากคํ
าบอกเล่
าของชาวเลมอแกนที่
มะริ
ดว่
าชาวเลกลุ่
มหนึ
่
งถู
กชาวมาเลย์
จั
บตั
วไป
และแต่
งงานกั
บชาวมาเลย์
ชาวจี
นและนิ
กริ
โตกลายเป็
นโอรั
งลาอุ
๊
ต (อู
รั
กลาโว้
ย)หรื
อโอรั
งลอนตา
ซึ
่
งเป็
นชื่
อที่
มอแกนเรี
ยกชาวเลอู
รั
กลาโว้
ยเกาะลั
นตา และใกล้
เคี
ยงกั
บคํ
าบอกเล่
าของชาวเกาะ
ลั
นตาท่
านหนึ
่
งว่
า “ตอนเด็
กๆ เคยเห็
นชาวเลที่
เร่
ร่
อนบริ
เวณเกาะลั
นตาเป็
นชาวเลสิ
งห์
(มอแกน)
มาจากพม่
าอาศั
ยเรื
อง่
าม (ก่
าบาง)แบบชาวเลเกาะสุ
ริ
นทร์
และมี
ลู
กมี
หลานทิ
้
งไว้
ต่
อมามี
การแต่
งงาน
ผสมผสานกั
บชาวมลายู
ที่
เรี
ยกว่
าแขกชวาซึ
่
งเป็
นลู
กเรื
อชาวจี
นที่
เข้
ามาค้
าขายกลายเป็
นอู
รั
กลาโว้
ย”
(
ประสม กิ
จค้
า.สั
มภาษณ์
:15 เมษายน2550
)
แนวคิ
ดนี
้
ขั
ดแย้
งกั
บทั
ศนะของโฮเก็
น (Hogen.1972 :208)
ที่
ว่
าแม้
จะมี
การแต่
งงานข้
ามกลุ่
มกั
นบ้
างแต่
ไม่
น่
าจะเป็
นไปได้
ที่
ชาวเลทั
้
ง 2กลุ่
มนี
้
จะมี
บรรพบุ
รุ
ษ
ร่
วมกั
น เนื่
องจากภาษาและวั
ฒนธรรมแตกต่
างกั
นมากอย่
างไรก็
ตามข้
อมู
ลดั
งกล่
าวทํ
าให้
ทราบว่
า
ในอดี
ตชาวเลมอแกนเคยเร่
ร่
อนหากิ
นบริ
เวณหมู
่
เกาะลั
นตาด้
วย
ในงานวิ
จั
ยของสุ
พั
ฒน์
ธั
ญญวิ
บู
ลย์
(2539 :
92-97) กล่
าวพาดพิ
งถึ
งชาวเลว่
ากษั
ตริ
ย์
ปรเมศวร
ได้
สร้
างเมื
องมะละกาให้
รุ่
งเรื
องทางการค้
าและพั
ฒนาให้
เป็
นเมื
องท่
าที่
ปลอดภั
ยจากโจรสลั
ดด้
วยการดึ
ง
ชนพื
้
นเมื
องที่
มี
พฤติ
กรรมเป็
นโจรสลั
ดคื
อพวกชาวทะเลหรื
อชาวเล (OrangLaut)ซึ
่
งเป็
นประชาชน
ส่
วนหนึ
่
งของภู
มิ
ภาคนี
้
เข้
ามาสวามิ
ภั
กดิ
์
กลายเป็
นกองกํ
าลั
งในเรื
อและเป็
นแรงงานในการหาของ
ทะเลเป็
นสิ
นค้
าช่
วยเสริ
มความแข็
งแกร่
งให้
เมื
องท่
ามะละกะมากขึ
้
น ประเด็
นที่
น่
าสนใจคื
อการระบุ
ว่
า
ชาวเล (OrangLaut) เป็
นโจรสลั
ด ผู
้
วิ
จั
ยมี
ความเห็
นสอดคล้
องกั
บโฮเก็
น
(Hogen.1972 :207-208)ว่
า
ลั
กษณะนิ
สั
ยของชาวเลในปั
จจุ
บั
นขั
ดแย้
งกั
บพฤติ
กรรมของโจรสลั
ดที่
กล่
าวถึ
งในประวั
ติ
ศาสตร์
มะละกา ซึ
่
งหากเป็
นโจรสลั
ดจริ
งก็
คงถู
กบั
งคั
บให้
เป็
นจึ
งอพยพหนี
เข้
ามาในเขตประเทศไทย
เมื่
อตรวจสอบจากหลั
กฐานทางประวั
ติ
ศาสตร์
ของฮอลล์
(Hall. 2549 : 212)มี
การบั
นทึ
กว่
าประมาณ
ปี
พ.ศ. 1941-1943หรื
อประมาณ 589-587ปี
มาแล้
วกษั
ตริ
ย์
ปรเมศวรได้
รั
บความช่
วยเหลื
อจากโจร
สลั
ดและชาวมลายู
จากปาเล็
มบั
งในการสร้
างเมื
องมะละกาจนเป็
นนิ
คมขนาดใหญ่
ได้
อย่
างรวดเร็
ว
เริ่
มต้
นด้
วยการเป็
นตลาดสิ
นค้
าหายาก และเป็
นศู
นย์
กลางของโจรสลั
ด อี
กช่
วงหนึ
่
ง ประมาณ
ปี
พ.ศ. 2367-2386 เป็
นช่
วงที่
มี
การปราบปรามโจรสลั
ดโดยความร่
วมมื
อระหว่
างอั
งกฤษกั
บฮอลั
นดา
โดยใช้
เรื
อรบขนาดใหญ่
ออกตระเวนจั
บกุ
มชาวบ้
านผู
้
ต้
องสงสั
ยว่
าเป็
นโจรสลั
ดในน่
านนํ
้
าตั
้
งแต่
ช่
องแคบมะละกาลงไป จากเหตุ
การณ์
นี
้
ผลั
กดั
นให้
ผู
้
ที่
ทํ
ามาหากิ
นบริ
เวณนั
้
นซึ
่
งอาจจะมี
ชาวเล
ปะปนอยู
่
ด้
วยต้
องอพยพหนี
(อาภรณ์
อุ
กฤษณ์
. 2532 : 11)
จากข้
อมู
ลดั
งกล่
าวเป็
นไปได้
ว่
าโจรสลั
ดเหล่
านี
้
อาจจะมี
ชาวเล (OrangLaut)ปะปนอยู
่
บ้
างแต่
ไม่
ใช่
กลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
เดี
ยว มี
ชาวมลายู
จากปาเล็
มบั
งด้
วยงานเขี
ยนของอาณั
ติ
อนั
นตภาค(2554:150-152)
ก็
ยื
นยั
นว่
าบรรดาโจรสลั
ดอั
นดามั
นนั
้
นนอกจากส่
วนหนึ
่
งมาจากบรรดาชาวพื
้
นเมื
องจากหมู
่
เกาะ